3 แกนนำ มอบตัวหลังเลิกม็อบ ยัน จากนี้จะต้องสู้ต่อไป

3 แกนนำ มอบตัวหลังเลิกม็อบ ยัน จากนี้จะต้องสู้ต่อไป ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไป สน.ปทุมวัน

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในเวลา 19.00น. ที่บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้รถเครื่องขยายเสียงเข้ามามนพื้นที่ชุมนุม เพื่อให้แกนนำได้ใช้เป็นเวทีปราศัย โดยมี น.ส.ณัฎฐา มหัทนา แกนนำ มาสมทบกับแกนนำชุดเดิม โดยน.ส.ณัฎฐา กล่าวเรียกร้องให้ ให้เจ้าหน้าที่ยกเลิกหมายจับ

ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม เวลา 19.45. แกนนำนักศึกษาทั้งนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ รังสิมันต์ โรม และ นายอานนท์ นำพา ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกออกหมายจับได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาไปที่ สน.สำราญราษฎร์ ก่อนส่งตัวไปที่ สน.ปทุมวัน ซึ่งเป็นเจ้าของหมายจับ โดยระหว่างที่ขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ทั้งนายสิรวิชญ์ และนายรังสิมันต์ ได้ชู 3 นิ้ว และกล่าวขอบคุณทุกคน นอกจากนี้ยังระบุว่าในวันนี้ไม่ใช่วันสุดท้าย หลังจากนี้จะต้องสู้กันต่อไป และขอให้วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้

3 แกนนำ เย้ยหมายจับ โผล่ร่วมม็อบคนอยากเลือกตั้ง

3 แกนนำ โรม-จ่านิว-อานนท์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยเย้ยหมายจับ โผล่ร่วมม็อบร้องจัดเลือกตั้ง พ.ย. นี้ เผย ไม่เชื่อคำพูดรัฐบาล

วันนี้ ( 10 ก.พ.61 ) ที่ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเวลา 16.00 น. กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยในวันนี้ มีแกนนำ อาทิ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นายสุกฤษฎิ์ เพียรสุวรรณ เข้ามาร่วม และน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว โดยน.ส.ชลธิชากล่าวปราศัยผ่านเครื่องขยายเสียงว่า หากเจ้าหน้ายืนยันที่จะนำรั้วเหล็กมาปิดกั้นการชุมนุมครั้งนี้ ตนก็จะนำมวลชนเดินไปบริเวณโดยรอบ

โดยเป็นการชุมนุมอย่างสันติพร้อมกับพูดว่า “ประชาชนอยากมีการเลือกตั้ง” ขอให้ คสช. และรัฐบาล จัดการเลือกตั้งภายในเดือนพ.ย.นี้ 61 ไม่ให้มีการเลื่อนไปเดือน ก.พ.62 เพราะว่าเมื่อถึงเวลานั้นรัฐบาลก็จะหาเหตุผลมนการเลื่อนเลือกตั้งไปอีก เราไม่เชื่อใจ คสช. และรัฐบาลอีก นายสุกฤษ์ เพียรสุวรรณ หนึ่งใน 9 แกนนำ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ได้กล่าวในบางตอนว่าได้มีการพูดถึงเรื่องของรถไฟความเร็วสูง รัฐบาลได้มีการลดสเปก ทำให้บริษัทของประเทศญี่ปุ่นไม่เข้ามาร่วมทุน

นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์กล่าวว่า โดยวันนี้ที่มาชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิให้มีการเลือกตั้งปีนี้ และขอขับไล่เผด็จการ ซึ่งวันนี้ไม่มีคำสั่งคสช.คาดว่าจะมีประชาชนออกมาเรียกร้องมากกว่านี้ ทั้งนี้พอกันที่กับการไม่รักษาคำพูดของรัฐบาล แต่ท้ายที่สุดทุกคนที่มาชุมนุมเพียงกี่ชั่วโมงทุกคนก็โดนหมายเรียกจากศาล ทั้งนี้ตั้งแต่ คสช. ได้เข้ามา ประชาธิปไตยก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย โดยหลังจากนี้ประชาชนจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว เราไม่พอใจกับประชาธิปไตยแบบไทยนิยม

ต่อมา 17.15 น. นายรังสิมันต์ โรม และอานนท์ นำพาได้เดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรม พร้อมนำกล่องหีบเลือกตั้งมาด้วย โดยนางรังสิมันส์ กล่าวถึงกรณีนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่า วันนี้ พล.อ. ประวิตร มีนาฬิกาเยอะอยู่แล้ว ดังนั้นควรหยุดเอาเวลาของพวกเรา ซึ่งรัฐบาลนี้อยู่ในอำนาจมานาน แต่ก็ดื้อที่จะอยู่ต่อ จึงเชื่อว่าเสียงของประชาชนจะแผดเผา พล.อ.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์

จากนี้ประชาชนรุ่นใหม่ต้องออกมาสู้ ซึ่งประชาชนได้วาดฝันว่าจะเห็นการเลือกตั้งที่งอกงามอีกครั้ง แต่พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ได้พรากอนาคตของประเทศนี้ไป จึงขอให้ทุกคนออกมาขับไล่รัฐบาล เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนได้เอาตัวเข้าแลก แต่พรรคการเมืองอยู่ตรงไหน

ทั้งนี้เมื่อการเลือกตั้งมาถึง เราก็พร้อมจะเลือกพรรคนั้นๆ แต่ถ้ายังไม่มาช่วย ก็อย่าหวังว่าประชาชนจะเลือก อย่างไรก็ตามนายรังสิมันส์ ได้กล่าวว่า ในวันนี้ที่มาเรียกร้อง มี 3 ข้อหลักๆคือ 1.เลือกตั้ง 2.เผด็จการจงพินาศ 3.ประชาธิปไตยจงเจริญ

ผู้สื่อข่าวรายงานกิจกรรมในวัน นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ และน.ส.ณัฎฐา มหัทธนา และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบ.ก.ลายจุด ได้เข้าร่วมสังเกตการในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ทางกลุ่มได้มีการแจกแผนผับโปสเตอร์อธิบายวงจรยุงลาย เปรียบเทียบกับการสืบทอดอำนาจของคสช.

หนุ่ม-สาวโรงงานเมืองแปดริ้วเตือนภัยถูกนักต้มตุ๋นโกง

หนุ่ม – สาวโรงงานเมืองแปดริ้วเตือนภัย หลังถูกนักต้มตุ๋นหลอกลวงฉ้อโกงนับร้อยราย

นายยุทธนา อายุ 29 ปี ชาว อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย น.ส.ปรียาดา อายุ 30 ปี ผู้เสียหายถูก นายศิริชัย อายุ 32 ปี ที่อ้างตัวเป็นผู้ประกอบธุรกิจทำเต้นรถยนต์มือสอง หรือ “ณัฏฐรถบ้าน” และเป็นนายหน้าในการช่วยเหลือลูกค้ารับจัดการแก้ไขปัญหาทางด้านการเงินให้แก่ผู้ที่กำลังเดือดร้อนต้องการเงินกู้ให้สามารถผ่านการพิจารณาปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้โดยง่าย

โดยจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการดำเนินการคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ร้อยละ 5 ก่อนล่วงหน้าจากยอดเงินกู้ทั้งหมดในอัตราแสนละ 5 พันบาท ซึ่งตนเองได้หลงเชื่อเพราะเขาพูดจาดีและดูมีความรู้ทางด้านสถาบันการเงินจนดูน่าเชื่อถือจึงยินยอมดิ้นรนไปหาหยิบยืมเงินจากญาติและเพื่อน มาโอนจ่ายให้แก่นายศิริชัยไปก่อนตามที่เขาเรียกร้องเสนอมาเป็นเงิน 20,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาทางด้านเครดิต 10,000 บาท รวมถึงค่าปรับแต่งหมุนเวียนเงินหน้าบัญชีอีก 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 5 หมื่นบาท

เหยื่อเล่าว่ามีอาชีพเป็นพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม แต่อยากหาอาชีพเสริม เนื่องจากโรงงานที่ทำงานอยู่ไม่มีโอทีทำ จึงได้สนใจเงินกู้จาก นายศิริชัย ที่มีการโฆษณาประกาศตัวผ่านทางโซเชียล ว่า “ณัฏฐ รถบ้าน” เป็นผู้ให้บริการเงินกู้ อีกทั้งยังมีคนรู้จักแนะนำด้วยว่านายศิริชัย หรือ นายณัฏฐ รายนี้เคยทำงานอยู่กับวงการค้าขายรถมือสอง หรือเต้นรถจริงๆ เพราะเคยอยู่หอพักติดกัน จึงได้ตัดสินใจติดต่อไปเพื่อขอสินเชื่อกู้เงินจาก นายณัฏฐ ในลักษณะของการรีไฟแนนซ์ จนมีการติดต่อพูดคุยกันทั้งทางไลน์ และทางโทรศัพท์ โดยเขาเป็นคนพูดจาดีมาก คุยดีมาก