ผบ.ทบ. เตรียมนำคณะเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา (รัฐฮาวาย) 12-16 ก.พ. นี้

ผู้บัญชาการทหารบก เตรียมนำคณะเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ส่งเสริมความร่วมมือด้านมั่นคงกองทัพ 2 ประเทศ 12-16 ก.พ. นี้

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ มีกำหนดเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา (รัฐฮาวาย) อย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกองกำลังทางบกสหรัฐอเมริกา ประจำภาคพื้นแปซิฟิก (USARPAC) ระหว่างวันที่ 12-16 ก.พ.นี้ เพื่อหารือข้อราชการและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศในมิติด้านความมั่นคง

โดยการเดินทางเยือนกองทัพสหรัฐฯ ในครั้งนี้ พล.อ.เฉลิมชัย มีกำหนดเข้าเยี่ยมคำนับ ผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก (USARPAC) และการหารือข้อราชการกับเสนาธิการกองกำลังสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก (PACOM) รวมทั้งการเข้าเยี่ยมชมกิจการทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ ณ ฐานทัพวีเลอร์ แอร์ฟิลด์ (Wheeler Army Airfield) , ชมการจัดแสดงของ กองพลน้อยเฮลิคอปเตอร์โจมตี , เข้าเยี่ยมชมหน่วยกองพลทหารราบที่ 25

และ การเยือนกองทัพสหรัฐฯ ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นแล้ว ยังจะเป็นการสานต่อความร่วมมือทางทหารระหว่างกองทัพทั้ง 2 ประเทศ ทั้งในเรื่องการฝึกศึกษา บรรเทาสาธารณภัย เทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเพื่อความมั่นคงในภูมิภาค รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในระดับสากลด้วย

ทั้งนี้ กองทัพบกยังคงเดินหน้าการสานสัมพันธ์กับมิตรประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 20-22 ก.พ.นี้ ผู้บัญชาการทหารบก มีกำหนดเยือนกองทัพบกสิงคโปร์ อย่างเป็นทางการ พร้อมรับมอบเหรียญอิสริยาภรณ์ เชิดชูเกียรติด้านการทหาร (Meritorious Service Medal ) ในฐานะที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับสิงคโปร์

คึกคัก! งานตรุษจีนปากน้ำโพวันแรก คนแห่ทำบุญแก้ปีชงเสริมสิริมงคล

งานตรุษจีนปากน้ำโพวันแรกคึกคัก ประชาชนทยอยเดินทางมาทำบุญแก้ปีชงเสริมสิริมงคล โดยงานจัดขึ้นถึงวันที่ 20 ก.พ.61

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ จ.นครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณริมเขื่อนต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีการจัดเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพประจำปี 2561 เป็นวันแรก พบว่า มีประชาชนต่างพาครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนสนิท เดินทางมากราบไหว้ขอพรเจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ ณ ศาลเจ้าชั่วคราว และมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่เกิดในปีชง ต่างไปทำพิธีแก้ชงกันอย่างคึกคัก ณ ลานบุญบริเวณหาดทรายต้นแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเชื่อว่าการทำพิธีแก้ชงในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาให้ชีวิตพ้นโศกพ้นเคราะห์แล้ว ยังทำให้ทุกด้านในชีวิตมีความสุขสดใส และราบรื่นไปตลอดทั้งปีด้วย

จากการสอบถามประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ทำบุญแก้ชง ส่วนใหญ่พบว่าเป็นผู้ที่เกิดในปีชง คือ ปีมะโรง จอ ฉลู และมะแม โดยมีการนำธูปเทียน พร้อมชุดกระดาษแก้ชง ที่มีการเขียนชื่อระบุวันเดือนปีเกิดไว้แล้ว ไปไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย อธิฐานขอพร และนำกระดาษแก้ชงไปทำการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไปจากตัว ซึ่งในแต่ละขั้นตอน จะมีเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการจัดงานแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ มาคอยอธิบายวิธีการทำพิธีฝากบุญแก้ชง เพื่อให้ถูกต้องตามหลักในพิธี

โดยผู้ที่มาทำพิธีแก้ชงรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ในอดีตก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ แต่เมื่อครั้งที่ปีชงคราวก่อน ต้องประสบปัญหาหลายๆ อย่างในชีวิต จึงต้องไปกราบไหว้ทำพิธีแก้ชง แล้วผลปรากฏว่า เรื่องร้ายๆ ก็กลับกลายเป็นดี และดีขึ้นเรื่อยๆ จึงมีความเชื่อว่า การทำพิธีแก้ชง จะมีเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากเคราะห์ภัย ส่วนในปีนี้ ก็วนมาบรรจบครบรอบปีชงอีกครั้ง ตนเกิดปีมะโรง ซึ่งถือว่าหนัก เพราะชงเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องระวังทั้งในด้านของอุบัติเหตุสุขภาพ การงานและเงินทอง ตนจึงถือโอกาสในช่วงเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ รีบมาทำพิธีแก้ชง และกราบไหว้ขอพรต่อเทพเจ้า ให้ช่วยคุ้มครองให้ตนเองปลอดภัย และมีแต่สิ่งที่ดีดีเข้ามาในชีวิตตลอดทั้งปี

สำหรับงานเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ ประจำปี 2561 จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองไปจนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ โดยมีพิธีเปิดงานในช่วงเย็นวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ซึ่งในช่วงที่มีการจัดงานตลอด 12 วัน 12คืน จะมีการแสดงแสงสีเสียงที่จัดไว้บนเวทีทุกค่ำคืน ส่วนการจัดขบวนแห่รอบเมืองปากน้ำโพที่ยาวที่สุดและสวยที่สุดในประเทศไทยนั้น จะมีการจัดแห่กลางคืนในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ และขบวนแห่กลางวันจัดวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้

เสรีประกาศ หาก “หัวหน้าวิเชียร” ถูกดำเนินคดี จะอาสาเป็นทนายให้

“เสรี” ประกาศหาก “หัวหน้าวิเชียร” ถูกดำเนินคดี จะอาสาเป็นทนายให้ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ ใครคือคนสั่งการ เหน็บตำรวจอย่าเบี่ยงประเด็น

นายเสรี สุวรรณภานนท์ กรรมการปฏิรูปตำรวจ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว”เสรี สุวรรณภานนท์” ว่า ติดตามข่าว ของนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกรวม 4 คน พร้อมของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครอง อาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก โดยมีการระบุว่า นายวิเชียร ให้การไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ 110 บาท ซึ่งเป็นค่าเข้าคนละ 20 บาทและค่านำรถเข้าพื้นที่ 30 บาทจริง จึงต้องรายงานให้กรมอุทยานฯ พิจารณาดำเนินการ ซึ่งสามารถดำเนินการเอาผิดได้ทั้งทางวินัยและอาญา

เพิ่งจับคนร้ายได้ แต่กลับกลายเป็นผู้ร้ายเสียเอง แม้จะรับสารภาพว่าไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติจริง ก็ต้องพิจารณาว่า มีผู้บังคับบัญชาหัวหน้าที่มีตำแหน่งสูงกว่า ที่สั่งการมาว่า “มีแขก วีไอพี เข้าพื้นที่ ให้เจ้าหน้าที่แถวนั้น ดูแลอำนวยความสะดวกแก่แขกวีไอพีด้วย”และเมื่อมีคำสั่งแบบนี้ ก็แสดงว่าการไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียม ไม่ได้เกิดจากการอนุญาตหรือไม่อนุญาตของนายวิเชียร แต่เป็นคำสั่งที่อยู่เหนือกว่า ดังนั้น แสดงว่านายวิเชียร ไม่มีเจตนากระทำความผิด การจะกล่าวหาว่าผู้ใดกระทำความผิดก็ต้องมีองค์ประกอบความผิดว่าผู้กระทำมี “เจตนา” ทำผิดหรือไม่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญทางกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 และไม่ผิดทางวินัยด้วย เพราะมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งสูงกว่าสั่งการ

ทั้งนี้ นายเสรี ยังระบุ หากนายวิเชียร ถูกดำเนินคดี ตนเองในฐานะเป็นทนายความขออาสาเป็นทนายความให้ จะได้พิสูจน์ว่าคนสั่งการเป็นใคร ที่จะต้องรับผิดตัวจริง การสอบสวนควรสอบสวนข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความ โดยสืบสวนสอบสวนให้ปรากฏว่าใครเป็นผู้สั่งการ อย่าเบี่ยงเบนประเด็น อย่าทำคดีแบบแก้เกี้ยวตัดตอนลักษณะเช่นนี้ เพราะมันจะทำให้กระบวนการยุติธรรมขาดความน่าเชื่อถือ ก่อนทิ้งท้ายว่า การสืบสวนสอบสวนแบบนี้ ที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจึงเรียกร้องต้องการให้มีการปฏิรูปตำรวจ