ชาวพุทธเกาะสมุยโวยวิลล่าหรูนำเศียรพระพุทธรูปมาตั้งโชว์ริมชายหาด

วิลล่าหรูที่มีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ ตั้งอยู่บริเวณชายหาดแหลมสน ใน ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย ที่ได้นำเศียรพระพุทธรูป มาตั้งไว้กลางแจ้งริมชายหาดเหมื่อนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้สื่อข่าวพบว่า ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง นำภาพเศียรพระพุทธรูป ขนาดใหญ่ พร้อมข้อความว่า “ แหลมสน ” หลังจากที่ได้โพส์ตภาพดังกล่าวออกไป ได้มีเพื่อนสมาชิก เข้าไปแสดงความคิดเห็นต่างๆนาๆ พร้อมตำหนิ และรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว ด้วยการแสดงความคิดเห็นว่าขอให้ผู้สื่อข่าวช่วยลงไปตรวจสอบวิลล่าหรูที่มีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ ตั้งอยู่บริเวณชายหาดแหลมสน ใน ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย ที่ได้นำเศียรพระพุทธรูป มาตั้งไว้กลางแจ้งริมชายหาดเหมื่อนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาถ่ายรูป ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการทำลายศาสนาพุทธ

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบตามที่ได้รับการร้องเรียน โดยพบว่าบริเวณหน้าวิลล่าหรูได้นำเศียรพระพุทธรูปตามที่มีการโพส์ตจริง โดยพบว่าเป็นเศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สำหรับว่าวิลล่าดังกล่าวเป็นวิลล่าส่วนตัว ที่มีการแสดงขอบเขตไว้อย่างเห็นได้ชัด จากการตรวจสอบพบว่าวิลล่าหรูดังกล่าวเป็นของนักธุรกิจชาวต่างชาติ สัญชาติอิสราเอล เป็นเจ้าของ

ผู้สื่อข่าวได้ทำการสอบถามหญิงชาวเกาะสมุยรายหนึ่ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เห็นแล้วรับไม่ได้ เท่าที่ทราบ พบว่าเศียรพระพุทธรูปถูกนักธุรกิจชาวต่างชาติ นำมาเป็นเครื่องประดับไว้นานแล้ว และพบว่ามีกลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งหญิงและชาย มักไปถ่ายภาพคู่กับเศียรพระในลักษณะที่ไม่เหมาะสม ด้วยอริยาบทต่างๆ บางครั้งพบว่านักท่องเที่ยวหญิงไปโอบกอดเศียรพระพุทธรูป และถ่ายภาพ ทำให้หัวใจของเราแทบสลาย ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบนเกาะสมุย เร่งตรวจสอบพร้อมเร่งทำความเข้าใจกับนักธุรกิจเจ้าของวิลล่าแห่งนี้โดยเร็ว ก่อนที่ชาวพุทธจะทนไม่ไหว ที่สำคัญอย่าปล่อยให้ชาวต่างชาติทำลายพระพุทธศาสนาเลย ควรให้เจ้าของเคลื่อนย้ายไปไว้ในที่มิดชิดกว่านี่ ชาวเกาะสมุย กล่าว

สมยศ แจงหลังเปรียบตำรวจเป็นแค่ ‘งานไซด์ไลน์’

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง นายกสมาคมฟุตบอล ฯลฯ อดีตผบ.ตร.แจงสื่อหลังถูกขุดคำให้สัมภาษณ์ว่าขณะดำรงตำแหน่งผบ.ตร.นั้นอาชีพตำรวจแค่งานไซด์ไลน์ ส่วนเล่นหุ้นคืออาชีพหลัก

โดยพล.ต.อ.สมยศ ได้ชี้แจงระบุว่า กรณีมีการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2561 โดยมีข้อความตอนหนึ่งที่ว่า

“…ตลอดชีวิตรับราชการของผม เกือบจะเรียกได้ว่าอาชีพตำรวจนี่ถือว่าเป็นไซด์ไลน์ อาชีพหลัก ๆ ผมคือทำธุรกิจ ซึ่งคนในแวดวงธุรกิจรู้เรื่องดี โดยเฉพาะเรื่องหุ้นผมนิยมมาก ผมมีรายได้ ผลกำไรจากการเล่นหุ้น และก็เสียหายเพราะการเล่นหุ้นเช่นกัน …”

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง

จากประโยคนี้เจตนาของผม เป็นการตอบคำถามผู้ให้สัมภาษณ์ กรณีที่มีการกล่าวหาและนำชื่อผมไปพาดพิงโยงใยในกรณีวิคตอเรีย ซีเครท ผมจึงได้ตอบคำถามที่ต้องการชี้แจงและสื่อให้เข้าใจว่า รายได้ของผมส่วนใหญ่มาจากการทำธุรกิจและลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นหลัก ส่วนรายได้ที่ได้รับจากการทำหน้าที่ตำรวจเป็นรายได้รอง เพราะผมไม่เคยรับส่วย จากธุรกิจที่ผิดกฏหมาย และไม่เคยรับเงินจากผู้ใต้บังคับบัญชาเลย

และด้วยอารมณ์และความรู้สึกในขณะนั้น จึงทำให้มีคำพูดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกหรือความเข้าใจไปต่างๆนานา โดยผมไม่ได้มีเจตนาในเชิงลบตามที่เป็นข่าว หรือจะทำให้เกิดความรู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจของเพื่อนข้าราชการตำรวจ แต่อย่างใด

ผมขอยืนยันว่า ตลอดชีวิตการรับราชการของผม ผมรักและภาคภูมิใจในอาชีพ “ตำรวจ” ไม่เคยคิดดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลนในอาชีพตำรวจแต่อย่างใด มีความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ในสายเลือดของผม

ผมต้องขออภัยต่อเพื่อนตำรวจมา ณ ที่นี้ หากการให้สัมภาษณ์ของผม ทำให้มีผู้เข้าใจผิดหรือกระทบกระเทือนจิตใจเพื่อนข้าราชการตำรวจ

ขอบคุณครับพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง

‘ลุงจรูญ’ ทนายตั้ม มอบหลักฐานคดีหวย 30 ล้านเพิ่ม

‘ลุงจรูญ’ พร้อมทนาย มอบหลักฐานเพิ่ม คาด 2 สัปดาห์คดีหวย 30 ล้านชัดเจน

วันนี้ ( 9 ก.พ. 61) ที่ กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน ทนายษิทธา เบี้ยบังเกิด พร้อมด้วย ร.ต.ท.จรูญ วิมล และครอบครัว เดินทางนำหลักฐานใหม่มายื่นให้กับ พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ในคดีหวยมหากาพย์ มูลค่า 30 ล้านบาท หลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ ทนายษิทรา เปิดเผยว่า วันนี้มีพยานบุคคล 2 ปาก ซึ่งกองปราบปรามจะสอบสวนเลย พร้อมมีพยานเอกสาร รวมถึง ข้อความแชทไลน์ ที่เป็นหลักฐานว่า นางรัตนาพร สุภาทิพย์ แม่ค้าขายลอตเตอรี่ ไม่ได้พูดความจริงว่าทราบเรื่องครูปรีชา ใคร่ครวญ ถูกหวยตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.60 เพราะจากหลักฐานแชทไลน์ นางรัตนาพร ยังไม่รู้เลยว่าวันที่ 6 พ.ย.ใครถูกหวย

ซึ่งพยานบุคคลที่นำมาวันนี้ เป็นลูกค้าของนางรัตนาพร 1คน และอีกคนเป็นคนใกล้ชิดของครูปรีชา ซึ่ง2คนนี้ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน แต่วันนี้นำพยานมามอบให้เพราะเชื่อมั่นการทำหน้าที่ของกองปราบ และพยานที่นำมาวันนี้ ถือว่า จะเป็นการนำไปประกอบสำนวนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และพยานนี้เป็นการทำลายน้ำหนักของฝ่ายตรงข้ามได้และวันนี้ได้พูดคุยกับผู้บังคับการกองปราบปราม ซึ่งผู้บังคับการกองปราบปรามไปรับสำนวนจากกองบังคับการตำรวจภูธรภาค7 แล้ว และจะนำมาทำต่อ ซึ่งมีทั้งหลักฐานที่ปรากฎทางสื่อ และไม่ปรากฎทางสื่อ

ทั้งนี้ยังพบพิรุธในฝั่งของครูปรีชาหลายอย่าง แต่ด้วยกองปราบปราบมีความเชี่ยวชาญ มีบุคลากรที่มีความสามารถ จึงสามาถไปจับพิรุธของพยานทั้ง40กว่าปากว่าใครพูดเท็จได้ โดยนำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบ เช่น พยานที่เป็นข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม และพยานที่เป็นคนเก็บลอตเตอรี่ได้ ซึ่งกองปราบสามารถที่จะเทียบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และบอกได้ว่า พยานดังกล่าวพูดจริงหรือเท็จ

ทนายษิทรา ยังคงยืนยันว่า เป็นขบวนการสร้างหลักฐานเท็จแน่นอน และขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับฝั่งครูปรีชา โดยจะต้องรอทางกองปราบปรามสรุปสำนวนให้แล้วเสร็จก่อน คาดว่า ภายใน 2 สัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนขึ้น ซึ่งหากพบว่าเป็นขบวนการและสร้างพยานหลักฐานเท็จ ก็จะแจ้งความในข้อหา แจ้งให้พนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ให้การเท็จ ซึ่งให้การเท็จหลายครั้ง และมีการฟ้องเท็จ และเบิกความเท็จในคดีแพ่งแล้ว ทั้งนี้ก็ต้องรอให้กองปราบสรุปสำนวนให้แล้วเสร็จก่อน และจะมาหารือกันอีกคั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ส่วนกรณีคลิปเสียงที่มีการแชร์กันก่อนหน้านี้ ถือเป็นพยานสำคัญ และได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะโทรศัพท์ของ ร.ต.ท.จรูญ และ ฝ่ายครูปรีชา เซ็นต์ยินยอมที่จะมอบโทรศัพท์มือถือให้ตรวจสอบ ไม่ได้มีการทำอะไรที่ผิดกฎหมายในการที่จะเอาเสียงนี้ออกมา เพราะทุกฝ่ายเป็นคนยินยอมให้ดึงข้อมูล ซึ่งกรณีที่ครูปรีชา ออกมาบอกว่า อาจจะเป็นคลิปที่ตัดต่อนั้น ทนายษิทรามองว่า ทางตำรวจคงต้องตรวจเชคอยู่แล้ว โดยการนำเสียงจากในคลิปและเสียงที่ให้สัมภาษณ์ตามสื่อต่างๆมาเทียบว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ และคลิปเสียงได้มาอย่างไร ซึ่งคลิปเสียงนี้ ไม่ได้เป็นคลิปเสียงที่แอบอัด แต่เป็นข้อมูลที่ดึงมาจากการสนทนาผ่านโทรศัพท์ ซึ่ง ตำรวจมีศักยภาพในการดึงคลิปเสียงนี้ออกมาได้ และวันนี้ ก็รู้สึกสบายใจที่ตำรวจกองปราบปรามดำเนินการด้วยความยุติธรรม

ขณะที่ ร.ต.ท.จรูญ ย้ำด้วยว่า รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะตั้งแต่คดีมาอยู่ในกองปราบปราม