อธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำ ไม่มีการโยกย้ายหัวหน้าวิเชียร ออกพ้นพื้นที่ หลังนำจับ เปรมชัย – พวก ด้านโฆษกชี้ ไม่เก็บค่าทำเนียมเข้าอุทยานฯ เพราะ ได้รับคำสั่งจากทางโทรศัพท์จาก ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า
วันนี้ (9 ก.พ. 2561) นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณ กุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พิจารณาโทษ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก
ที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติจาก นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวก ว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตั้งกรรมการสอบทุกกรณีเกี่ยวกับการลักลอบเข้าไปล่าสัตว์และชำแหละซากสัตว์ป่า
ธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ
ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ของ นายเปรมชัย กรรณสูต และพวก เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงทั้งหมดมาดำเนินคดีทางส่วนกรณีการยกเว้นการเก็บค่าบริการหรือค่าตอบแทนในการเข้าและนำยานพาหนะเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก
เนื่องจากคณะของนายเปรมชัยฯ ได้ขอเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยไม่ได้ทำการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผ่านผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าในฐานะแขก ทำให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และเจ้าหน้าที่ยกเว้นไม่ต้องเก็บเงินค่าธรรมเนียม
ค่าบริการหรือค่าตอบแทนในการเข้าไปการนำยานพาหนะที่เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าตามคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมยืนยัน จะไม่มีการโยกย้าย นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ออกจากพื้นที่แน่นอน เพราะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง
ขณะที่ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขอให้เรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนของข้าราชการประจำในการสอบสวนหาข้อมูลข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ในเบื้องต้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ชี้แจงกับ นายธัญญาเนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชในกรณีดังกล่าวว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจคลาดเคลื่อน
สมโภชน์ มณีรัตน์
นอกจากนี้ นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้แถลงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือจากทางพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ทางกรมอุทยานฯ รับทราบแต่ที่ปรากฏเป็นข่าวเท่านั้น ยังไม่เห็นเอกสารดังกล่าว
ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้น นายวิเชียร ได้ชี้แจงว่า ที่อนุญาตให้ให้นายเปรมชัยและพวกเข้าไปยังกรมอุทยานฯ ได้ เพราะได้รับการประสานทางโทรศัพท์ จากผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ซึ่งแจ้งว่าทางผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้มีการประสานขอเข้าพื้นที่อุทยานฯไว้แล้ว นายวิเชียรจึงเชื่อได้ว่ากลุ่มของนายเปรมชัยได้รับการอนุญาตแล้ว
ซึ่งการจะเข้าไปภายในพื้นที่อุทยานฯ ได้ตามขั้นตอนจะต้องรอหนังสืออนุญาตของผู้มีอำนาจสั่งการในระดับของผู้อำนวยการสำนักเท่านั้น ตามข้อปฏิบัติ หากเป็นการสั่งการผ่านทางโทรศัพท์จะต้องเป็นกรณีที่เร่งด่วนและมีเอกสารขออนุญาตส่งตามมา กรณีที่เกิดขึ้นนี้นายวิเชียรไม่มีอำนาจในการสั่งการดังกล่าวได้ และหากเป็นไปตามที่นายวิเชียรได้ชี้แจงไว้จริงตามเอกสาร จะถือว่านายวิเชียรไม่มีความผิด
ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นทางกรมอุทยานฯได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ในกระบวนการขั้นตอนต่างๆ อยู่และอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งคดีของนายเปรมชัยนี้ ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ต้องมีความรอบคอบและรัดกุมให้มากกว่านี้
ส่วนเรื่องงาช้าง ที่พบในบ้านนายเปรมชัย พบว่าเป็นงาช้างที่อยู่ในระหว่างการไปขอขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ว่าตรงกับที่ขึ้นทะเบียนไว้หรือไม่ หรือลักลอบนำเข้ามาหรือไม่ คาดว่าจะใช้เวลา 7-15 วันในการตรวจสอบ