พิษรักรุมเร้า ตร.หย่าเมียป่วย ‘โรคซึมเศร้า’ ส่งไลน์สั่งเสียก่อนปลิดชีพ

คืบตำรวจแปดริ้วยิงตัวตาย พบ เคยร่าเริงทนพิษร้ายของความซึมเศร้าไม่ไหว ส่งไลน์สั่งเสียอำลาเพื่อนร่วมงาน ก่อนปลิดชีพตัวเอง

ความคืบหน้ากรณีตำรวจแปดริ้วเกิดความเครียดหลังหย่าร้างกับภรรยา ทั้งยังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ใช้ปืนยิงศีรษะตัวเองดับคาบ้านพักใน อ.บางน้ำเปรี้ยว พ.ต.อ.สมนึก หาญตา ผกก. สภ.บางน้ำเปรี้ยว ซึ่งเดินทางมาดูแลยังในที่เกิดเหตุด้วยตนเอง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.สุพล ได้สั่งเสียคนรอบข้างเพื่อนร่วมงานเอาไว้หมดแล้ว เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าที่เป็นอยู่ ที่ผ่านมาก็เคยได้ยินผู้ตายบ่นถึงเรื่องปัญหาครอบครัวให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ส่วนปัญหาในเรื่องของการทำงานนั้นไม่มีแน่นอน

โดยเมื่อก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยทำหน้าที่เป็นจราจร จากนั้นตนได้ให้มาทำหน้าที่เป็นพลขับรถให้ แต่เมื่อเห็นสุขภาพทางด้านจิตใจไม่ค่อยดีจึงได้พยายามแนะนำให้ไปพบแพทย์ และให้มาทำหน้าที่เป็นเสมียนธุรการประจำวัน

ส่วนในเรื่องครอบครัวนั้น ผู้ตายมีครอบครัวแต่เป็นครอบครัวที่อย่าร้างกัน โดยมีบุตรชายด้วยกันกับภรรยา 1 คน ที่ทางฝ่ายภรรยานั้นพาไปอยู่ด้วย ซึ่งขณะนี้บุตรชายกำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นอุดมศึกษาปีที่หนึ่ง มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และต้องไปอยู่หอพัก แต่ในวันหยุดบางครั้งบุตรชายก็จะเข้ามานอนด้วยเป็นเพื่อนบ้าง ที่ผ่านมาเคยมาขออนุญาตไปทำการรักษาอาการโรคซึมเศร้ายังที่ รพ.แห่งหนึ่งใน อ.องครักษ์ จ.นครนายก (อำเภอติดกัน) และยังเคยบอกด้วยว่าหากทำการรักษาแล้วไม่หาย ก็จะทำร้ายตนเอง (ฆ่าตัวตาย) สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจทำจริง ๆ โดยผู้ตายนั้นไม่ได้มีเรื่องชู้สาว หรือมีภรรยาใหม่ ส่วนทางฝ่ายภรรยานั้นไม่ทราบว่ามีใครมาเกี่ยวข้องติดพันหรือไม่ แต่ยังไม่เคยได้ยินข่าวว่ามีสามีใหม่เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อความผ่านทางโปรแกรมแชท (ไลน์) เข้าไปหา ด.ต.ดำเนิน สีลุน เพื่อนร่วมงานที่ปลูกสร้างบ้านรั้วติดกันในลักษณะสั่งเสียว่า “ช่วยเป็นธุระให้หน่อยนะพี่เนิน อยู่ไปก็ไม่มีความสุข ปัญหาสุขภาพรุมเร้า เบอร์โทรญาติพี่น้องอยู่บนโต๊ะ จัดการเรื่องเงินฌาปนกิจให้ด้วยนะพี่ ขอบคุณครับพี่” จากนั้น ด.ต.ดำเนิน สีลุน จึงได้โทรศัพท์แจ้งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนที่จะพากันเข้าไปตรวจสอบยังภายในบ้านพักจนพบว่า ด.ต.สุพล นั้นได้ใช้อาวุธปืนยิงตนเองเสียชีวิตไปก่อนหน้าแล้ว อยู่บนที่นอนในภายในห้องนอน

เพื่อนตำรวจในโรงพักเดียวกันเผยว่า ปกติ ด.ต.สุพล นั้นเป็นตำรวจที่มีนิสัยล่าเริง พูดคุยสนุกสนานกับเพื่อนร่วมงาน แต่ภายหลังจากที่ได้เลิกราแยกทางกันอยู่กับทางฝ่ายภรรยา ที่เป็นพยาบาลอยู่ภายใน รพ.ประจำอำเภอเดียวกันนี้ไปแล้วเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้ ดต.สุพล เปลี่ยนแปลงไปเป็นละคน และตกอยู่ในอาการซึมเศร้า ไม่พูดไม่จาเก็บตัวนิ่งเงียบเฉย ไม่สนุกสนานร่าเริงเฮฮาเหมือนเดิมกับใครอีกเลย โดยใช้ชีวิตแบบคนไร้จุดหมาย และอยู่ไปวันๆ แบบคนไม่มีความสุข ที่เช้าขึ้นตื่นขึ้นมาก็เดินทางมาทำงาน และพอเลิกงานในตอนเย็นก็เดินทางกลับไปบ้านพัก และในบ้านก็ไม่มีใครอีก เพราะอาศัยอยู่แต่เพียงลำพัง ส่วนบุตรชายที่มีด้วยกันกับภรรยา ทางฝ่ายภรรยาก็พาไปอยู่ด้วย ในชีวิตเขาจึงไม่เหลือใครเลย จนกลายเป็นคนป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามาโดยตลอดถึงเกือบ 3 ปีเต็ม

ใจไม่ถึงคงทำไม่ได้! เปิดคลิปแม่บ้านใจกล้า ใช้วิธีสุดเทพเก็บมะม่วง

คลิปแม่บ้านใจกล้า นั่งรถกระเช้าเก็บมะม่วง ขณะที่คนแห่แซวหรือนี่เป็นวิธีลอบทำร้ายคุณภรรยาทางอ้อม 

วันนี้ (8 ก.พ. 2561) เพจ YouLike (คลิปเด็ด) ได้มีการแชร์คลิปต่อจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ฐปนพัชร งามศิริ ที่เผยให้เห็นภาพสุดระทึกของแม่บ้านใจกล้าคนหนึ่ง ที่เก็บมะม่วงด้วยวิธีไม่ธรรมดาเหมือนชาวบ้าน ด้วยการนั่งรถเครนเพื่อขึ้นไปเก็บมะม่วงที่อยู่บนต้น

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนสายพานของรถเครนที่ถูกยกขึ้นสูง จากนั้นเธอก็ค่อยๆ เก็บมะม่วงบนต้นโยนลงมาด้านล่างทีละลูก และมีผู้บรรยายประกอบด้วยว่า เป็นการเก็บมะม่วงแบบฮาร์ดคอร์ แม่บ้านใจถึง

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า แม่บ้านใจกล้า❗️ #เก็บมะม่วงแบบโหดๆ !!!!! (8’ก.พ.61) ผมลองแล้วเยี่ยวเกือบแตก  แม่บ้านใจกล้า เก็บมะม่วงแบบโหดๆ  เก็บมะม่วง ทำไมมันแปลกกว่าเช้าบ้านเค้า

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปชมเกือบ 50,000 ครั้ง พร้อมกับมีข้อความแบบติดตลกว่า โตแล้วไม่มีความคิดเลยอันตรายนะแบบนั่น แทนที่จะโค่นต้นแล้วมานั่งเลือกเก็บข้างล่างสบายๆ และ นี่คิดจะทำร้ายเมียทางอ้อมของสามีก็บอกมาเถอะ เป็นต้น

ยิ่งลักษณ์ ส่งทนาย ขอศาลคุ้มครองบ้าน เหตุหวั่นเสื่อมเกียรติ

ยิ่งลักษณ์ มอบหมายให้ทนายความ เป็นตัวแทนเดินทางเข้ายื่นคำร้องทุเลาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 3.5 หมื่นล้าน ในคดีจำนำข้าว โดยเฉพาะบ้าน เหตุหวั่นตระกูลชินวัตร เสื่อมเกียรติยศ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (8 ก.พ. 2561) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายนพดล หลาวทอง ทนายความ เป็นตัวแทนเดินทางเข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลปกครอง มีคำสั่งให้กรมบังคับคดีงดหรือชะลอการขายทอดตลาดทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด จากรณีต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 3.5 หมื่นล้าน ในคดีจำนำข้าว

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ข่าวยิ่งลักษณ์, คดีจำนำข้าว, ข่าวสดวันนี้

โดยนายนพดล กล่าวว่า ที่มายื่นคำร้องใหม่ครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่า การยึดทรัพย์บังคับคดีจะต้องเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่เกิดข้นหลังจากศาลมีคำพิพากษา แต่กรณีนี้ยังไม่มีคำพิพากษาของศาลใดให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องรับผิดชดใช้ คำสั่งที่ให้ชดใช้เป็นเพียงคำสั่งทางปกครองที่เกิดขึ้นในสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ และมีความไม่ชอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตั้งคณะกรรมการสอบสวน การสอบสวนหาความรับผิด ซึ่งมุ่งแต่หาความเสียหายโดยไม่คำนึงถึงเนื้อหา

อีกทั้งโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการสาธารณะที่ไม่อาจจะมาคิดเรื่องผลกำไรขาดทุน ในส่วนการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มีคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า การทุจริตที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการสวมสิทธิ การโกงความชื้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในขั้นตอนปฏิบัติ ไม่ได้เกิดขึ้นในขั้นตอนของนโยบายที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กำกับดูแล

จึงเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดในทางละเมิด ดังนั้นเมื่อคำพิพากษาของศาลในกรณีให้อดีตนายกรัฐมนตรีรับผิดทางละเมิดยังไม่มี และคำสั่งทางปกครองที่ให้ชดใช้ค่าเสียหายในทางละเมิดไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่น่าจะมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องมายึดทรัพย์บังคับคดีในระหว่างที่ยังมีการพิจารณาคดี

ขณะเดียวกันทรัพย์บางส่วนเกิดจากการทำมาหาได้ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นน้ำพักน้ำแรงก่อนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บ้านพักอาศัยในปัจจุบัน สามีและบุตร พร้อมบริวารก็ยังอาศัยอยู่เหมือนเอาคนไปประหารก่อนมีคำพิพากษา หากภายหลังศาลมีคำพิพากษาว่าไม่ผิด จะมีการชดใช้ความเสียหายนี้อย่างไร

เพราะไม่ได้เสียหายเฉพาะทรัพย์สิน แต่ยังเสียหายไปถึงเกียรติยศศักดิ์ศรีชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ส่วนของคดีหลักก็ยังอยู่ในขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริงของศาลปกครอง ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานอีกเท่าใด