ชายหญิงดื่มเบียร์จนเมา ชวนกันถ่ายเซลฟี่กับรถไฟ สุดท้ายถูกชนขาขวาขาด

ชายหญิงดื่มเบียร์จนเมา ชวนกันถ่ายเซลฟี่กับรถไฟ สุดท้ายหญิงถูกชนขาขวาขาด บริเวณสถานีรถไฟสามเสน

ร.ต.อ.วิษณุศักดิ์ สืบอินทร์ รอง สว.(สอบสวน) ส.รฟ.นพวงศ์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ได้รับแจ้งรถไฟชนคนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณสถานีรถไฟสามเสน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ขบวนรถไฟที่ 311 กรุงเทพ-รังสิต เฉี่ยวชนคนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

รายแรกเป็นหญิงทราบชื่อ น.ส.วลัยลักษณ์ อายุ 28 ปี นอนอยู่ใต้รถไฟ ได้รับบาดเจ็บสภาพขาขวาขาดหล่นอยู่ข้างตัว เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำ ส่ง รพ.รามาธิบดี ส่วนอีกรายเป็นชาย ทราบชื่อ นายอำนาจ อายุ 24 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ถูกนำส่ง รพ.วชิระ

จากการสอบถามเพื่อนของผู้ได้รับาดเจ็บทั้งสองทราบว่า ทั้งสองเป็นพนักงานที่เดียวกัน ก่อนเกิดเหตุได้มานั่งดื่มเบียร์กันใกล้กับที่เกิดเหตุ ก่อนจะชวนกันไปถ่ายรูปเซลฟี่กับขบวนรถไฟบนรางรถไฟ เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกคนขับคนไฟขบวนดังกล่าวมาสอบปากคำ รวมถึงสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก่อนพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีต่อไป

แกนนำชุมนุมสกายวอล์ค เข้ารับทราบข้อหาที่ สน.ปทุมวัน

แกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุม บนวกายวอล์ค เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา เข้ามารายงานตัวแล้วทั้งหมด 35 คนทนายความมั่นใจว่าได้รับการประกันตัว

วันนี้ ( 8 ก.พ. 61 ) ที่ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน แกนนำกลุ่ม 6 คน จากการชุมนุมเมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา นำโดน นายนายสมบัติ บุญงามอนงค์,นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล , นางสาวณัฏฐา มหัทนา, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ , นายวีระ สมความคิด , นายอานนท์ นำภา 6 ใน 9 แกนนำ ในการชุมนุมบนสกายวอล์ค เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา ที่ถูกต้องข้อกล่าวหา “ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 ,ผิดฐานยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

และผิดฐานร่วมกันชุมนุมในที่สาธารณะในรัศมี150เมตรจากเขตพระราชฐาน ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 7 วรรคแรก พร้อม กลุ่มผู้ชุมนุม อีก 29 คน ในข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 และผิดฐานร่วมกันชุมนุมในที่สาธารณะในรัศมี150เมตรจากเขตพระราชฐาน ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 7 วรรคแรก เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน

โดยนายสมบัติ ระบุว่า ที่เดินทางมาวันนี้เพราะ ตนจะมาขอดูหลักฐานที่ทางรอง ผบ.ตร.บอกว่าตนขึ้นปราศัย แต่ยืนยันว่าดังกล่าวตนไม่ได้ขึ้นไป อีกทั้งการชุมนุมวันนั้นเป็นการสนับสนุน คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้มีการจัดการเลือกตั้งในปลายปี 2561 และตนมองว่าเป็นกิจกรรมตามสิทธิเสรีภาพของประชาชน รัฐบาลควรจะยอมรับ ส่วนหลักทรัพย์ในการประกันตัววันนี้ได้ยืมเงินเพื่อนมา เนื่องจากถูกอายัดบัญชีมา 3 ปี ทำให้ไม่มีหลักทรัพย์

ด้านนายเนติวิทย์ ที่เดินทางมาเช่นกันระบุว่าวันนี้เดินทางมารายงานตัว และจะขอประกันตัว โดยจะใช้ตำแหน่งข้าราชการของอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการประกันตัว เพราะทางคณะและอาจารย์ ยินดีให้ความช่วยเหลือในเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมยอมรับกังวลว่าจะไม่ได้ประกันตัว

ทั้งนี้ยืนยันเป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีภาพ ไม่ว่าเป็นกลุ่มไหนก็ควรได้สิทธิในการแสดงความคิดเห็น เพราะมองว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

ขณะที่นักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ได้ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินคดีและมาเพื่อเป็นนายประกันในการข่วยเหลือกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนทีมทนายความระบุว่าหลักทรัพย์ที่เตรียมมาในวันนี้ไม่ต่ำกว่า 9 แสนบาทและมั่นใจว่าจะสามารถประกันตัวได้

สำหรับแกนนำที่ไม่ได้เดินทางมานั้น มีอีก 4 คน คือ นายรังสิมันต์ โรม , นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ , นายเอกชัย หงส์กังวาน , ส่วนนายนพเก้า คงสุวรรณ ได้เข้ามอบตัวไปแล้ว

สวยๆ ทั้งนั้น! ปธน.ฟิลิปปินส์ สั่งทำลายรถยนต์หรูหนีภาษี

ปธน.ดูเตอร์เต สั่งทุบทำลาย รถยนต์หรูหนีภาษี หวังให้คนเลิกซื้อ-ขาย ของทุจริต และผิดกฎหมาย 

สำนักข่าวชาแนลนิวส์เอเชีย ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานศุลกากรของประเทศฟิลิปปินส์ ได้มีการทำลายรถหรูราคาแพงจำนวน 30 คันตามคำสั่งประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต หลังพบว่ารถหรูจำนวนดังกล่าวเป็นรถที่ถูกลักลอบเข้าประเทศโดยไม่ถูกกฎหมาย

รถยนต์, รถหรู, ข่าวฟิลิปปินส์, ข่าวสดวันนี้

ซึ่งสาเหตุที่ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต สั่งให้ทำลายทิ้งนั้น รายงานระบุว่า ก็เพราะต้องการกระตุ้นให้คนในประเทศเลิกซื้อ-ขาย ของทุจริต รวมถึงส่งสัญญาณไปถึงนักสะสมรถหรูไม่ให้ซื้อรถผิดกฎหมายด้วย แม้ว่าโดยปกติแล้ว ทางการของฟิลิปปินส์จะมีการนำรถยนต์ที่ลักลอบนำเข้าที่ถูกทางการยึดออกขายทอดตลาดและนำเงินรายได้เข้ารัฐก็ตาม

สำหรับรถหรูราคาแพงที่ถูกสำนักงานศุลกากรฟิลิปปินส์ทำลายทิ้งในครั้งนี้ ประกอบด้วย จากัวร์, เล็กซัส, คอร์แวตต์, เมอร์เซเดส, บีเอ็มดับเบิลยู, รวมไปถึงออดี้ และรถยนต์อื่น ๆ