วินาศสันตะโร!! รถยนต์ชนกันเกือบ 100 คันในสหรัฐฯ

เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันเกือบ 100 คัน บนทางหลวงในรัฐมิสซูรีของสหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 10 คัน

ภาพที่เห็นนี้เป็นภาพถ่ายทางอากาศ ที่แสดงให้เห็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่เกิดขึ้นบนทางหลวงสาย “อินเตอร์สเตต 44” ที่อยู่ใกล้กับเมืองมาร์ชฟิลด์ ในรัฐมิสซูรี่ ของสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

คลิปวิดีโอนี้ถูกแชร์ลงบนเว็บไซต์ “เฟซบุ๊ก” โดยอาสาสมัครกู้ภัย “คอนเวย์” โดยมีคำอธิบายคลิปว่า อุบัติเหตุรถชนกันครั้งใหญ่เกือบ 100 คัน และมีผู้เข้าไปชมแล้วมากกว่า 1 ล้าน 5 แสนครั้ง ภายในระยะเวลา 1 วัน

ภาพที่ถูกเผยแพร่แสดงให้เห็นว่ามีรถยนต์และรถบรรทุกหลายคันไถลออกไปข้างทางที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ขณะที่อีกหลายคันก็จอดชนกันอยู่บนถนน ทำให้ต้องปิดถนนสายนี้นานหลายชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เก็บกวาดสถานที่เกิดเหตุ ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 1 ราย เป็นผู้หญิง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 11 คน

หนุ่มเมียนมาคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธมีดจี้จับเด็ก 3 ขวบ เป็นตัวประกัน

หนุ่มเมียนมาคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธมีดจี้จับเด็ก 3 ขวบ เป็นตัวประกัน นานกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนเจ้าหน้าที่บุกชาร์จตัว

ชายชาวเมียนมาคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธมีดปลายแหลมจี้จับตัวเด็กวัย 3 ขวบ ที่เล่นอยู่ในหมู่บ้านไว้เป็นตัวประกัน กลางหมู่บ้านแม่ตาวใหม่ หมู่ที่ 3 ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา เวลาช่วงเย็น ต่อมาเจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามเจรจาต่อรอง แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

ขณะที่มีชาวบ้านที่ทราบข่าวก็มามุงดูกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนร้ายหวาดระแวงหนักขึ้น จนเจ้าหน้าที่ต้องกันผู้คนออกห่างไม่ต่ำกว่า 200 เมตร เมื่อเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง คนร้ายได้อุ้มเด็กชายเดินเข้าไปในวัดประจำหมู่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน แล้วนั่งพัก เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งล่ามภาษาเมียนมา เข้าไปเจรจา

โดยผู้ก่อเหตุร้องขอรถสามล้อพร้อมคนขับรถ เพื่อเดินทางไปส่งตนเองที่ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะข้ามไป จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ต่อมาเมื่อรถสามล้อไปถึงใกล้กับสามแยกบริเวณสนามยิงปืนแม่สอด เจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 พร้อมนักจิตวิทยา ได้ออกอุบายจะนำอาหาร และน้ำไปให้คนร้ายเพื่อถ่วงเวลา

จนคนร้ายหลงกลลดมีดออกจากคอเด็ก เจ้าหน้าที่จึงฉวยโอกาสบุกชาร์จแล้วควบคุมตัวคนร้าย พร้อมนำตัวเด็กออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำตัวเด็กส่งไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่ รพ.แม่สอด รวมเวลานาทีชีวิตช่วยเหลือนานกว่า 4 ชั่วโมง แต่หลังจากนั้น ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้น เมื่อชาวบ้านจะเข้าไปรุมประชาทัณฑ์คนร้าย เจ้าหน้าที่เร่งคุมตัวคนผู้ก่อเหตุไปสอบสวนต่อที่ สภ.แม่สอด ด้วยอาการที่ค่อนข้างสะบักสะบอม ท่ามกลางความโล่งใจของบรรดาไทยมุงที่มารอลุ้นเอาใจช่วยหนูน้อย

ขอบคุณภาพและคลิปจาก เฟซบุ๊ก Ake Srisuwan

จนท.วอนผู้ใช้ถนน เปิดช่องให้รถฉุกเฉิน อย่าขับตาม หลังมีเก๋งไร้วินัยจี้ตูด-ปาดหน้า

พนักงานฉุกเฉินการแพทย์รีบไปส่งคนไข้ แต่ถูกรถเก๋งตามขับก่อกวน ชี้หากไปส่งช้าอาจอันตรายถึงชีวิตได้

วันที่ 7 ก.พ.61 ผู้สื่อข่าว MThai ได้เดินทางไปเจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ Mananchaya Torwong ซึ่งเป็นของ น.ส.มนัญชยา ต่อวงศ์ อายุ 35 ปี และ นายศรายุทธ บุตรลานช้าง อายุ 35 ปี พนักงานฉุกเฉินการแพทย์ (พฉพ.) ประจำศูนย์จังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามถึงกรณีโพสต์ภาพและข้อความว่า ” ถึงท่านเจ้าของรถ Mitsubishi Lancer cidia สีดำ สปอยเลอร์อลังการ

การกระทำของท่าน ไม่ว่าจะพยายามปาดหน้ารถพยาบาล ตั้งแต่บนสะพานข้ามแยกติวานนท์ ทั้งการวิ่งจี้ท้ายในระยะประชิดมากๆ พอลงไปเตือนก็ตีมึน มาปาดหน้าซ้ำอีก แถมตะโกนด่าใส่รถพยาบาลด้วย การกระทำทั้งหมดของคุณ ไม่ได้ทำให้ดูเท่เลย มันดูถ่อยมากกว่า เอาไว้ไปเล่นแบบนี้กับญาติคุณเองนะ”

โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ก.พ.61 เวลา 10.30 น. และได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนนทบุรี หลังจากนั้นได้มีผู้นำคลิปภาพกล้องหน้ารถ ซึ่งคาดว่าเป็นรถคู่กรณี มาโพสต์ลงในโซเชียล พร้อมคำบรรยายใต้ภาพและออกมายอมรับผิดพร้อมคำขอโทษ

ทางด้าน น.ส.มนัญชยา ต่อวงศ์ อายุ 35 ปี เปิดเผยถึงเรื่องราวในวันเกิดเหตุว่า ตนและนายศรายุทธ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ป่วยเป็นชาย อายุประมาณ 80 ปี มีอาการเหนื่อย หอบ มีไข้ หายใจติดขัด ต้องการให้นำส่ง รพ.รามาธิบดี ที่บริเวณบ้านย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี จึงได้ไปรับตัวผู้ป่วย พร้อมด้วยเจ้าพน้าที่พยาบาลส่วนตัวของผู้ป่วย ขณะผู้ป่วยอยู่ในรถต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา รถของตนจึงเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินขับมาตาม ถนนนครอินทร์ มุ่งหน้าถนนติวานนท์

ขณะที่กำลังขึ้นสะพานข้ามแยกถนนติวานนท์ ได้พบรถยนต์มิตซูบิชิ สีดำ ขับอยู่ในช่องซ้ายและพยายามจะเปลี่ยนเลนมาเข้าหน้ารถพยาบาล ตนจึงบีบแตรให้สัญญาณ รถยนต์คันดังกล่าวจึงเปลี่ยนเลนไม่ได้ และได้ขับตามหลังรถพยาบาลมาตลอดอย่างกระชั้นชิด เมื่อรถพยาบาลเบรกเนื่องจากมีรถกีดขวางการจราจร ทำให้รถคันดังกล่าวเบรกแบบกระชั้นชิด และพยายามตามรถพยาบาลอย่างต่อเนื่อง

รถฉุกเฉิน

คนขับรถพยาบาลคือนายศรายุทธ จึงได้จอดรถชิดด้านขวาแล้วเดินลงไปบอกกับบผู้ขับขี่รถยนต์ดังกล่าวว่า ” อย่าขับตามรถพยาบาลนะครับ มันอันตราย” จากนั้นตนก็ให้รถคันดังกล่าวขับแซงหน้าไป เมื่อถึงช่วงหน้ากระทรวงสาธารณสุข 2 ช่องทางขวามีรถติดเป็นจำนวนมาก รถพยาบาลจึงได้เปลี่ยนไปขับทางช่องซ้ายซึ่งดูเหมืองคล้ายจะขับตามรถคู่กรณีไป

จริงๆ แล้วรถพยาบาลมีผู้ป่วยฉุกเฉินจึงขับตามเส้นทางที่ผู้ใช้รถใช้ถนนเปิดช่องจราจรอำนวยความสะดวกให้ ซึ่งการชับขี่ของรถคู่กรณีแบบนี้ถือว่าอันตรายมาก หากเกิดอุบัติเหตุหยุดรถไม่ทัน จะเกิดผลเสียที่ตามมามหาศาล ตามกฎหมายแล้วผู้ที่ขับรถต้องเว้นระยะห่างจากรถพยาบาลประมาณ 50 เมตร และจากคลิปรถคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว สังเกตได้จากการแซงรถเกือบทุกคัน พร้อมทั้งมีการขับคล่อมช่องจราจรเพื่อที่จะแซงไปให้เร็วที่สุด

สาเหตุที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กนำมาเผยแพร่เพื่อเตือนผู้ที่ขับรถตามหลังรถพยาบาลแบบกระชั้นชิดนั้นมีอันตรายมาก ในกรณีที่เกิดการหยุดรถไม่ทันและชนท้ายรถพยาบาล อาจเกิดอันตรายกับผู้ป่วยในรถ และผู้ร่วมใช้ทางคันอื่นด้วย เพราะผู้ป่วยนอนอยู่ในรถพยาบาล มีแค่ประตูรถกั้นไว้เท่านั้น

การชนเล็กน้อยอาจทำให้ส่งผู้ป่วยถึงมือแพทย์ไม่ทันเวลา การชนอย่างแรงผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ในรถอาจได้รับอันตราย เคสนี้รถพยาบาลสามารถนำผู้ป่วยส่งถึงห้องฉุกเฉิน รพ.รามาธิบดี ได้ทันเวลา ผู้ป่วยปลอดภัยดี