สลด! หนุ่มลมชักกำเริบ พลัดตกสระน้ำสวนลำไยเพื่อนบ้านดับ

สลด! หนุ่มลมชักกำเริบ พลัดตกสระน้ำสวนลำไยเพื่อนบ้านเสียชีวิต  

วันนี้(8 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านพบศพหนุ่มใหญ่เสียชีวิต ลอยขึ้นอืดในสระน้ำสวนลำไยบ้านบวกหัวช้าง ซอย 4/1 หมู่ 7 ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ จึงแจ้งตำรวจ สภ.สารภี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบและนำศพขึ้นมา ตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายสมศักดิ์ เมฆจิตร อายุ 38 ปี สภาพศพสวมกางเกงขาสั้น เสื้อแขนยาว ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย

สอบสวนมารดาของนายสมศักดิ์ ทราบว่า นายสมศักดิ์มีโรคประจำตัวป่วยเป็นโรคลมชัก ช่วงเช้าที่ผ่านมายังเห็นผู้ตายอยู่ที่บ้าน คาดว่าผู้ตายน่าจะเดินเข้าไปในสวนลำไยของเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน เพื่อจะไปเก็บผักหรือหาปลา แต่เกิดอาการกำเริบพลัดตกลงไป ในสระน้ำ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการตาย และจะได้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป สำหรับสระน้ำดังกล่าว เมื่อ 2 ปีก่อน เคยเกิดเหตุชายหนุ่มพลัดตกในสระน้ำเสียชีวิตมาแล้ว

อุตุฯ เผยไทยตอนบน กทม. ยังอากาศเย็น อุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศา

กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบน กทม. ยังอากาศเย็น อุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศา ภาคเหนือ ยอดดอยหนาว

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 8 ก.พ. 2561 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น และขอให้ระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและ อ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลงด้วย

กรมอุตุฯ เผย กทม.จ่อกลับมาร้อนปกติ ระอุสูงสุด 33 องศา

กรมอุตุนิยมวิทยาเผยสภาพอากาศโดยรวมทั่วประเทศ ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)อุณหภูมิสูงสุดถึง 33 องศาเซลเซียส

กรมอุตุฯเผยผลพยากรณ์สภาพอากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น และขอให้ระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

โดยในช่วงวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้

ส่วนพยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่เวลา 12:00 น. วันนี้ – 12:00 น.วันพรุ่งนี้ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ส่วนสภาพอากาศในอีก 7 วันข้างหน้า ช่วงวันที่ 8-11 ก.พ. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3-5 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ รวมถึงมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกและกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังอ่อนลง

ส่วนในช่วงวันที่ 12-13 ก.พ. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร