โอปป้าเครียดจัด! กรีดข้อมือ-ซัดพารา 10 แผง หวังฆ่าตัวตายคาห้องพักโรงแรม

นักท่องเที่ยวชาวเกาหลี กรีดข้อมือ กินพารา 10 แผง หวังฆ่าตัวตายคาห้องพักโรงแรม ย่านถนนพัทยาสายสอง

วันนี้ 7 ก.พ. 61 ร.ต.อ.พัลลภ หริ่งรอด รอง สวป. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกรีดข้อมือและกินยาเกินขนาดหวังฆ่าตัวตาย เหตุเกิดขึ้นที่ ภายในห้องพักหมายเลข 1425 ชั้น 14 ของโรงแรมรอยัลทวิล ถนนพัทยาสายสอง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูณ์เมืองพัทยา พร้อมทีมแพทย์ รพ.เมืองพัทยา เดินทางตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ MR.O YOUGDON อายุ 51 ปี นักท่องเที่ยวชาวเกาหลี นอนหมดสติอยู่บริเวณประตูหน้าห้องพัก สภาพที่ข้อมือขวามีร่องรอยการใช้ของมีคมกรีด เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันเร่งช่วยเหลือส่ง รพ.เมืองพัทยา ไปรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากผู้บาดเจ็บเริ่มมีอาการน้ำลายฟูมปากและหายใจแผ่วเบา จากการตรวจสอบภายในห้องพักพบขวดน้ำแตกเป็นเศษแก้วคล้ายปากฉลาม และยาดีคอลเจนที่ถูกใช้กว่า 10 แผง วางอยู่ในห้องพัก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมา น.ส.จิราภรณ์ โคตรล่ามแขก อายุ 30 ปี แฟนสาวผู้บาดเจ็บ ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ หลังจากทางโรงแรมโทรศัพท์แจ้งว่าผู้บาดเจ็บใช้เศษแก้วที่แตกและกินยาเกินขนาด ทั้งนี้ ในส่วนตัวก็ไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งกันมาก่อน จนถึงขั้นต้องคิดสั้นหวังฆ่าตัวตาย แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดอาการเครียดสะสมจากเรื่องงาน ส่วนสาเหตุที่แท้จริงคงจะต้องรอผู้บาดเจ็บหายดี เพื่อจะต้องสอบถามหาข้อเท็จจริงต่อไป

ราคาดอกกุหลาบ เริ่มปรับตัวขึ้น รับ ‘วาเลนไทน์’ นี้

แม่ค้าปากคลองตลาด เผยราคาดอกกุหลาบ เริ่มปรับตัวแพงขึ้น โดยเฉพาะสีแดง ต้อนรับวันวาเลนไทน์

วันนี้ (7 ก.พ. 61) ผู้สื่อข่าว MThai News ได้ลงพื้นที่สำรวจราคาดอกกุหลาบ ที่ ปากคลองตลาด หลังใกล้เข้าสู่ช่วงวันวาเลนไทน์ โดยบรรยากาศยังคงไม่คึกคักมากนัก แต่ก็ยังมีผู้คนออกมาหาซื้อดอกไม้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเริ่มคึกคักในช่วงวันที่ 9-14 ก.พ. นี้ และอาจยาวไปถึงวันตรุษจีน

ทั้งนี้ แม่ค้า ปากคลองตลาด เผยว่า ตอนนี้หลายๆ ร้านเริ่มมีการสั่งดอกไม้เข้ามาเตรียมไว้แล้ว ส่วนราคาดอกกุหลาบปีนี้ไม่ต่างจากปีที่แล้วเท่าไหร่ โดยจะอยู่ที่ 200 – 500 บาท ซึ่งสีแดงจะเป็นสียอดนิยม ทำให้มีราคาแพงกว่าสีอื่นๆ อย่างสีชมพู ราคาจะอยู่ที่ 150 บาทเท่านั้น

นอกจากนี้ แม่ค้า ยังเผยว่า หลังจากมีการจัดระเบียบปากคลองตลาด ทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม มีทั้งข้อดีข้อเสียต่างกัน ข้อดีคือ เป็นระเบียบมากขึ้น แต่ข้อเสียคือ ไม่คึกคัก เพราะคนกระจายไปหมดจะให้ขายได้กำไรเท่าเดิมก็เป็นไปไม่ได้ บางครั้งนักท่องเที่ยวมาเดินดูดอกไม้ก็ไม่ค่อยเห็น พ่อค้า แม่ค้า ที่อยู่ที่นี่มีแต่คนที่มีร้านเป็นตึก เป็นบ้านของเขา ไม่มีใครอยากย้ายไปไหน อยู่มา 30-40 ปี

ทำความรู้จัก ‘อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์’ เบอร์ใหญ่ไซต์ก่อสร้าง ชื่อต้นๆ ในไทย

ทำความรู้จัก “อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์”

การจับกุม “เปรมชัย กรรณสูต” หัวเรือใหญ่ อิตาเลียนไทย พร้อมพวกอีก 3 คน ที่เข้าไปตั้งแคมป์ และลักลอบล่าสัตว์ป่า ในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นข่าวใหญ่รับต้นสัปดาห์ กรณีดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของพฤติกรรม “คน” ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ระดับประเทศ ที่ปัจจุบัน ความรับผิดชอบต่อสังคมถือเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการตลาด อีกทั้งยังถูกจับตาในวงกว้างถึงความตรงไปตรงมาในการตัดสินคดี

หลายคนสงสัยหรืออาจจะคุ้นหูกับชื่อ อิตาเลียนไทย วันนี้ ทีมข่าว MONO29 จะฉายภาพของบริษัทรับเหมาก่อสร้างอันดับต้นๆ ของประเทศให้พี่น้องได้รู้จักกันมากขึ้น แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับตัวองค์กรแต่อย่างใด

แม้ว่าองค์กรจะได้รับผลกระทบบ้าง โดยดูได้จากราคาหุ้น ITD ณ วันที่ 6 ก.พ. 2561 ที่ร่วงหนักถึง 5% จากราคาปิดวันก่อนหน้า ลงไปต่ำสุดที่ 3.64 บาท หรือลดลง 22 สตางค์ แม้ปิดตลาดราคาจะปรับขึ้นมาเล็กน้อย โดยปิดที่ 3.72 บาท ลดลง 14 สตางค์ก็ตาม

บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) คือ บริษัทรับเหมาก่อสร้างครบวงจรที่มีประสบการณ์และความชำนาญในงานก่อสร้างทุกประเภท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้ทุนจดทะเบียนกว่า 6,000 ล้านบาท โครงการที่อิตาเลียนไทยที่รับสัมปทานส่วนใหญ่จะเป็นโครงการจากทางภาครัฐ

ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ รถไฟทางคู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ หรือแม้แต่งานโยธาพร้อมจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าใต้ดิน สำหรับการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน โครงการพระราม 3 ช่วง สถานีต้นทางถนนตกถึงสะพานพระราม 9 และโครงการอื่นๆ อีกมากมาย

ล่าสุดเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา อิตาเลียนไทย ได้ร่วมลงนามในสัญญาก่อสร้างกับ สำนักก่อสร้างทางที่ 2 กรมทางหลวง เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 002 สายอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ – อำเภอพุทไธสง ตอน 1 ระหว่าง กม.92+000.000 – กม.107+000.000 จังหวัดบุรีรัมย์ มูลค่างานก่อสร้าง 534,600,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

แต่โครงการที่น่าสนใจมากที่สุดเห็นจะอยู่ที่ โครงการก่อสร้างขยายถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี – ปักธงชัย) ระยะทาง 15.5 กิโลเมตร ช่วงกิโลเมตรที่ 41 – 57 พร้อม ก่อสร้างสะพานคู่และอุโมงค์ทางลอดสำหรับให้ “สัตว์” เดินลอดข้าม เนื่องจากอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ในอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี และเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ ที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อปี 2548 จึงต้องดำเนินการออกแบบให้การอนุรักษ์และพัฒนาสามารถดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน

จากนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า พฤติกรรมของผู้บริหารคนดังกล่าวจะพ่นพิษใส่ภาพลักษณ์ขององค์กรมากน้อยเพียงใด และองค์กร รวมถึงตัว “เปรมชัย กรรณสูต” เองจะมีการแสดงความรับผิดชอบอย่างไรต่อสังคม

Created by
กันตภณ มั่นคงกิจ MONO29 รายงาน