“เปรมชัย” ปฏิเสธข้อกล่าวหาแค่มาเที่ยวพักผ่อน จะแก่ตายอยู่แล้ว

“เปรมชัย” ปฏิเสธข้อกล่าวหามาเที่ยวพักผ่อน เพราะจะแก่ตายอยู่แล้ว จึงขอมาสักครั้ง

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่ สภ.ทองผาภูมิ มีรายงานว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีวีล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ส่งศาลฝากขังและศาลให้ประกันตัวชั่วคราว พร้อมพวกรวม 4 คน วงเงินคนละ 150,000 บาท

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายเปรมชัยมาสอบสวนต่อ โดยระหว่างเดินทางมาถึงที่ สภ.ทองผาภูมิ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายเปรมชัยว่า มาทุ่งใหญ่บ่อยไหม นายเปรมชัย ตอบว่า มาเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต โดยครั้งแรกเมื่อประมาณ 30-40 ปีที่แล้ว ซึ่งมีสร้างเขื่อนเขาแหลม ครั้งนี้มาเที่ยวพักผ่อน เพราะจะแก่ตายอยู่แล้ว จึงขอมาสักครั้ง เมื่อสอบถามถึงกรณีที่เกิดขึ้น นายเปรมชัยตอบสั้นๆ ว่าตนไม่เกี่ยวข้อง

ด้านนายวิฑูรย์ ยิ้มพราย ทนายความของนายเปรมชัย กล่าวว่า ไม่หนักใจ ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่มีอะไรอธิบาย นายเปรมชัยได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ หัวหน้าหน่วยนั้น และได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ไปตามความประสงค์อย่างถูกต้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ระบุว่าคณะเดินออกไปนอกเส้นทางที่ขออนุญาต ซึ่งนายวิฑูรย์กล่าวว่า ไม่ใช่นอกเส้นทาง เพราะไม่ชำนาญทาง และมืด จึงเห็นว่าจุดตรงนั้นมีแหล่งน้ำที่พักอาศัยได้ เพราะถ้าเดินทางต่อจะได้รับอันตรายเพราะเส้นทางคดเคี้ยวและไม่ชำนาญทาง เนื่องจากท่านไม่ได้มานานกว่า 30 ปีแล้ว ขณะที่อาวุธปืนที่พบอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

ส่วนข้อหา ส่วนข้อในการดำเนินคดี เบื้องต้นเข้าข่าย 6 ข้อหา ได้แก่

1. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 36 และมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
2. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
3. ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
4. ฐานนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามข้อ 1 (1) ของกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2538) ออกตามความตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
5. ฐานรวมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
6. สำหรับความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษตามฐานความผิดต่อไป

สาวผวาเจอตำรวจเรียกให้จอด สุดท้ายเหตุการณ์กลับพลิกล็อค !!

สาวแตกตื่นเหตุถูกตำรวจเรียกให้จอดรถ แต่เมื่อเปิดกระจกกลับพบว่า เจ้าหน้าที่ที่เรียกให้จอด กลับเป็นคนที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว พร้อมเผยแพร่คลิปวิดีโอ เหตุการณ์ขณะหญิงสาวคนหนึ่งถูกตำรวจนายหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ขับรถตำรวจพร้อมเปิดไฟสัญญาณเรียกตรวจรถ โดยขณะนั้นหญิงสาวคนนี้กำลังบันทึกคลิปวีดิโออยู่ ทว่าเหตุการณ์ดังกล่าวกลับพลิกล็อคในตอนท้าย

โดยในคลิปเผยให้เห็นหญิงสาวนั่งอยู่ในรถซึ่งจอดอยู่บริเวณข้างทาง พร้อมบอกว่า “ซวยล่ะ ฉันโดนตำรวจเรียก” ขณะที่ด้านหลังเป็นรถตำรวจคันหนึ่งที่เปิดไฟสัญญาณไว้ หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินมาเคาะกระจกรถและขอให้เธอแสดงใบอนุญาตขับขี่ ทะเบียนรถ และประกันภัยรถยนต์

หญิงสาวที่กำลังตกใจอย่างหนัก ถึงกับอุทานออกมาเพราะตำรวจนายนี้คือพ่อของเธอเอง เธอพูดออกมาว่า “พ่อ ทำไมทำแบบนี้อีกแล้ว เราคุยกันหลายครั้งแล้วนะว่าพ่อไม่ควรเรียกให้หนูจอดรถทุกครั้งที่พ่อเห็นรถหนูขับอยู่บนถนน” ส่วนคุณพ่อก็ตอบกลับลูกสาวไปว่า “พ่อแค่อยากมั่นใจว่าลูกสบายดีเท่านั้น” ทำให้ลูกสาวถึงกับกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว

อย่างไรก็ตามคลิปวิดีโอนี้ได้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และกลายเป็นไวรัล มีคนเข้าชมนับล้านครั้ง

ชมคลิป…ที่นี่

พบไอ้เข้ตัวใหญ่ 2 ตัวในทุ่งสามร้อยยอด คาดยังมีอีกหลายตัว

พบจระเข้ตัวขนาดใหญ่ยาว 2 เมตร ในทุ่งสามร้อยยอด ชาวบ้านคาดว่ายังมีอีกหลายตัว

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า นายขันธ์ศร คำห่อ ที่บ้านเลขที่ หมู่ 1 บ้านตาลเจ็ดยอด ตำบลไร่เก่า อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าสามารถจับจระเข้ได้อีก 1 ตัวความยาวกว่า 2 เมตร ซึ่งอยู่ในบ่อกุ้งร้าง ในทุ่งสามร้อยยอด พร้อมประสานปลัดอำเภอสามร้อยยอด ประมงอำเภอ เจ้าหน้าที่อุทยาน และ ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมเข้าตรวจสอบจระเข้ที่ตนจับมาได้ พร้อมนำไปดูจุดที่พบจระเข้นอนเกยขอบบ่อกุ้งอยู่ หลังจากชาวบ้านทราบข่าวจึงได้แห่มาดูกันเป็นจำนวนมาก โดยก่อนหน้าที่มีการพูดถึงกันว่ามีจระเข้อยู่ในทุ่งสามร้อยยอดแต่ไม่มีใครเชื่อ

นายขันธ์ศร คำห่อ อายุ 33 ปี เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้รับโทรศัพท์จากน้าว่าเจอจระเข้ที่บ่อกุ้งร้างใกล้ๆ กับหมู่บ้านตาลเจ็ดยอด ตอนแรกก็ไม่เชื่อคิดว่าเป็นตัวเงินตัวทอง จึงได้ชวนเพื่อนไปอีกหนึ่งเพื่อไปดู เมื่อไปถึงก็พบว่าเป็นจระเข้จริงๆ กำลังนอนลอยคออยู่ จึงได้วิ่งไปหยิบเอาแป๊ปที่อยู่ในรถซึ่งห่างจุดที่เจอประมาณ 100 เมตร จะมาตีจระเข้ก็มุดลงไป จึงได้รออยู่อีกสักพักมันก็ขึ้นมาอีก ก็เอาแป๊ปฟาดไปมันก็ดิ้นสะบัดไปมา พอมันน็อคลอยขึ้นมาจึงเชือกมาผูก และลักษณะของจระเข้ค่อนข้างดุร้าย แต่เมื่อมันโดนตีอาการก็เบาลงจึงได้นำกลับมาที่บ้านพร้อมประสานไปยังเจ้าของฟาร์มทั้งสองแห่งในอำเภอสามร้อยยอด แต่เจ้าของฟาร์มทั้งสองแห่งไม่ยอมรับ ตนจึงประสานเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบ และให้การช่วยเหลือกรณีที่ชาวบ้านที่ออกไปหาปลาในทุ่งสามร้อยยอดยังพบว่ายังมีจระเข้หลงเหลืออยู่อีหลายตัว

ด้านนายปทุม คำห่อ อายุ 58 ปี ชาวบ้านที่พบจระเข้ เล่าให้ฟังว่า ตนเองออกไปวางลอบปลาทุกวันตรงบริเวณนี้ แต่มาวันนี้เมื่อมาถึงก็สังเกตเห็นว่ามีจระเข้ตัวขนาดใหญ่ขึ้นมานอนผึ่งแดดเกยขอบบ่อกุ้งร้าง จึงได้รีบโทรศัพท์ไปบอกหลานชายให้มาดู หลังจากที่หลานชายกับเพื่อนมาถึงก็คุยกันว่าจะต้องช่วยกันจับไม่ควรปล่อยไว้เพราะอาจเป็นอันตรายกับชาวบ้านคนอื่นที่ออกมาหาปลา

นายปทุม กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองเคยเห็นจระเข้มานานหลายปีแล้วตั้งแต่ตัวยังเล็กๆ บอกใครก็ไม่มีใครเชื่อว่าในทุ่งสาร้อยยอดมีจระเข้ ทุกคนจะบอกว่าเป็นตัวเงินตัวทอง แต่วันนี้เมื่อจับได้แล้วชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันมาดู และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจระเข้ตัวใหญ่มาก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย

ด้านนายพเยา มีกลิ่น ปลัดอำเภอสามร้อยยอด กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งว่าชาวบ้านจับจระเข้ได้จึงร่วมกับผู้ใหญ่บ้านลงตรวจสอบพื้นที่ จุดที่ชาวบ้านพบและสามารถจับจระเข้ขึ้นมาได้ ซึ่งพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ ที่มีน้ำท่วมขัง คาดว่าน่าน่าจะหลุดมาจากฟาร์มใดฟาร์มหนึ่ง เนื่องจากบริเวณใกล้ๆ มีฟาร์มจระเข้อยู่ 2 ฟาร์ม ตอนนี้ได้เร่งประสานประมงอำเภอเพื่อให้มาร่วมตรวจสอบทั้งระบบฟาร์ม หรือมีชาวบ้านมีการแจ้งว่าเลี้ยงจระเข้หรือไม่ เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของจระเข้ที่พบดังกล่าว ส่วนจระเข้ที่พบคงต้องมอบให้ทางประมงดำเนินการต่อไป ส่วนที่ชาวบ้านบอกว่ามีหลายตัวตอนนี้ยังไม่พบแต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็จะต้องตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่าจริงๆ แล้วมีกี่ตัวกันแน่ ซึ่งจากที่ได้ประสานกับทางประมงอำเภอในเบื้องต้นจะนำจระเข้ไปฝากไว้ที่ฟาร์มก่นอประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นจะดำเนินการต่อไป