เปิดประวัติ ‘อิตาเลียนไทย’ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการก่อสร้าง

เปิดประวัติ ‘อิตาเลียนไทย’ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการก่อสร้าง และเป็นหนึ่งในบริษัทผู้รับเหมางานด้านวิศวกรรมโยธาที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (ไอทีดี ) เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างครบวงจร ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2501 โดยมีผู้เริ่มก่อตั้งบริษัท 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม ดร.ชัยยุทธ กรรณสูต หุ้นส่วนชาวไทย และ มิสเตอร์จิโอจิโอ เบลลินเจีนรี่ หุ้นส่วนวิศวกร ชาวอิตาเลียน โดยเริ่มต้นทุนจดทะเบียนด้วยเงิน 2 ล้านบาท

ดำเนินธุรกิจรับจ้างก่อสร้างทั่วไป ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 บริษัทฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นบริษัทภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ (Royal Patronage by the King) และโปรดเกล้าพระราชทานครุฑพ่าห์ ให้เป็นศักดิ์และศรีจวบจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้บริษัทอิตาเลียนไทยฯ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2537 ด้วยทุนจดทะเบียน 2,500 ล้านบาท และด้วยผลประกอบการของบริษัทฯ ที่เจริญเติบโตเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน บริษัทฯมีทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 6,337.92 ล้านบาทและ มีทุนชำระแล้ว 5,279.84 ล้านบาท

ซึ่งผลงานที่ผ่านมาและถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นสำคัญของทางบริษัทฯ คือโครงการการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2545 กระทั่งแล้วเสร็จเมื่อปี 2549 นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจำนวน 9 สถานีและอาคารอำนวยความสะดวก และโครงการอื่น เช่น โครงการก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรของ การเคหะ แห่งชาติโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงหัวหมาก และบ้านภาชี – ลพบุรี ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โครงการก่อสร้าง ท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินของสถานีย่อย ลาดพร้าว – วิภาวดี ของการไฟฟ้านครหลวง โครงการเหมืองแม่เมาะ โครงการสะพานพระราม 5 และโครงการรถไฟ ความเร็วสูงไต้หวัน ระยะทาง 27.3 ก.ม.

รวมทั้งโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอส ระยะทาง 23.5 ก.ม. โครงการรถไฟใต้ดิน ซึ่งบริษัทฯ ได้ร่วมกับบริษัทญี่ปุ่น อีก 2 บริษัท จัดตั้งขึ้นในรูปแบบของกิจการร่วมค้า ขึ้นมารับผิดชอบงานทางส่วนสายเหนือ ซึ่งเป็นงานครึ่งหนึ่งของโครงการ มีระยะทาง 10.50 ก.ม. ที่ประกอบด้วย งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟคู่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.7 ม. ระยะทาง 10.5 ก.ม.

อย่างไรก็ตามบริษัทอิตาเลียนไทยฯ เคยประสบกับมรสุมทางเศรษฐกิจทำให้บริษัทฯ ต้องทำการปรับปรุง โครงสร้างหนี้ และสิ้นสุดกระบวนการดังกล่าว ในวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2545 ซึ่งจากวิกฤตการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทฯเริ่มมีรากฐาน ที่แข็งแกร่งพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต ผลประกอบการประจำปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2546 บริษัทฯ มีรายได้ เท่ากับ 18,330 ล้านบาท

จนทำให้บริษัทฯ เป็นผู้นำในการดำเนินงานโครงการก่อสร้าง ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานอันดับหนึ่งในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในบริษัทผู้รับเหมางานด้านวิศวกรรมโยธาที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดช่วงปี พ.ศ.2546 บริษัทฯ ได้รับงานใหม่หลายโครงการ ซึ่งมีมูลค่างาน 7,896 ล้านบาท ทำให้มูลค่างานในมือ ณ เวลานั้น ของบริษัทฯ มีมากกว่า 39,971 ล้านบาท

สำหรับข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทางบริษัทฯ 5 อันดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค.61)

1.นายเปรมชัย กรรณสูต จำนวนหุ้น 785,494,526 การถือหุ้น 14.877%
2.นางนิจพร จรณะจิตต์ จำนวนหุ้น 371,698,140 การถือหุ้น 7.040%
3.นายวิชัย วชิรพงษ์ จำนวนหุ้น 258,455,100 การถือหุ้น 4.895%
4.บริษัทไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวนหุ้น 168,042,613 การถือหุ้น 3.183%
5.นายเจษฎา เลิศนันทปัญญา จำนวนหุ้น 144,865,500 การถือหุ้น 2.744%

ข้อมูลจาก บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด

ย้อนดูเหตุการณ์! ล่าสัตว์ “ทุ่งใหญ่นเรศวร 2516” เงื่อนสำคัญนำไปสู่การประท้วง

จากกรณีการจับซีอีโอบริษัทใหญ่กลางป่า “ทุ่งใหญ่นเรศวร” พร้อมไรเฟิลล่าสัตว์ และของกลางเป็นซากสัตว์จำนวนมาก ย้อนกลับไปก็มีเหตุการณ์ลักษณะนี้ในหน้าประวัติศาสตร์ไทยเกี่ยวเนื่องกับผืนป่าดังกล่าว นั่นคือ เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์เบลล์ตกที่จังหวัดนครปฐม หรือ กรณีล่าสัตว์ทุ่งใหญ่” กลายเป็นชนวนของการปฏิวัติ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2516 เกิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ยี่ห้อเบลล์ลำหนึ่งของกองทัพบก หมายเลข ทบ.6102 ตกที่เขตอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 6 คน และพบซากสัตว์ป่าจำนวนมาก โดยเฉพาะเนื้อขากระทิงขนาดใหญ่ เนื้อใส่กล่องกระดาษหลายกล่อง ปืนล่าสัตว์หลายกระบอก เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ มีผู้เสียชีวิต 6 คน เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และบาดเจ็บสาหัส 4 ราย

ในขณะที่นายกรัฐมนตรีจอมพลถนอม กิตติขจร ได้ให้สัมภาษณ์ว่า คณะบุคคลที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกนั้น ตายขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ อันเป็นราชการลับที่เปิดเผยไม่ได้ เนื้อสัตว์ที่อยู่ในเครื่องบิน อาจเป็นของที่คนอื่นฝากมาก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปกป้องคนกระทำผิดของรัฐบาล

ต่อมาศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยได้จัดให้มีการประชุมหารือต่อกรณีดังกล่าวขึ้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2516 มีมติให้ศูนย์ฯดำเนินการ 8 ข้อ เช่น ให้ออกหนังสือเผยเบื้องหลังทั้งหมด จัดอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ฟ้องร้องผู้ล่าสัตว์ต่อศาล เป็นต้น นอกจากนี้ ยังแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลกระทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นรัฐบาลของประชาชน โดยให้ลงโทษผู้กระทำผิดโดยไม่เห็นแก่หน้าผู้ใดทั้งสิ้น ซึ่งเป็นที่มาของการทำหนังบันทึกลับทุ่งใหญ่

ต่อมาการจัดอภิปรายต่อกรณีล่าสัตว์ทุ่งใหญ่ ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผู้เข้าร่วมฟังนับหมื่นคนมีการโจมตีรัฐบาลอย่างดุเดือด กระทั่งมีการีพิมพ์หนังสือ “บันทึกลับจากทุ่งใหญ่” ออกเผยแพร่

ต่อมา รัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน 9 คน โดย 6 ใน 9 เป็นนายทหารและตำรวจซึ่งในที่สุดผลปรากฏว่า กรรมการเชื่อว่าการนำเฮลิคอปเตอร์ไปใช้ครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของผู้บัญชาการทหารบกเพื่อปฏิบัติราชการลับ จากนั้นศาลมีคำตัดสินให้ปล่อยตัว 9 จำเลย มีเพียงพรานที่ถูกตัดสินให้จำคุก 6 เดือน กระทั่งเหตุการณ์อันเป็นปม เงื่อนสำคัญที่นำไปสู่การประท้วงต่อสู้ของนักศึกษาประชาชน

‘ศรีวราห์’ สั่งเอาผิด ปธ.อิตาเลียนไทย ลอบล่าสัตว์ป่าตามกฎหมาย

พล.ต.อ.ศรีวราห์ สั่งดำเนินคดี ปธ.อิตาเลียนไทย ลอบล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ตามกฎหมาย- พร้อมขยายผลเจ้าหน้าที่สนับสนุน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณ์กุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยกรณี นายเปรมชัย กรรณสูตร ปธ.บริหารอิตาเลียนไทย ถูกจับขณะตั้งเต็นท์พักแรมในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมตรวจยึดซากสัตว์ป่าของกลาง ไก่ฟ้าหลังเทา เนื้อเก้ง และซากเสือดำถลกหนัง ยืนยัน ตำรวจบังคับใช้ กฏหมาย 100% แม้ผู้ต้องหาจะมีตำแหน่ง หรือธุรกิจใหญ่โต กฏหมายก็ไม่ละเว้น รวมทั้งขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ ที่นำพาเข้าป่า ว่า

เข้าข่ายสนับสนุนหรือไม่ พร้อมกันนี้ จะกำชับไปยังพนักงานสอบสวน ให้ทำคดีตามขั้นตอนกฏหมาย ไม่ต้องหวั่งเกรง แม้ผู้ต้องหาจะเป็นบุคคลมีชื่อเสียง สำหรับขั้นตอนเมื่อมีการจับกุมเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้กับ พนง.สอนสวน สภ.ทองผาภูมิ ท้องที่เกิดเหตุสอบสวนดำเนินคดี