หวย 30 ล้าน ยังอลหม่าน!! ทนายชื่อดังแนะลุงจรูญ อย่าดิ้นร้นสู้ ให้รอพิสูจน์ชั้นศาล

คำตอบจาก ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช กับประเด็นร้อน ลอตเตอรี่อุลหมาน กับเจ้าของตัวจริง ก่อนแนะลุงจรูญ อย่าดิ้นร้นสู้ ให้รอพิสูจน์ชั้นศาล

นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความและอดีตกรรมการบริหารสภาทนายความ ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีลอตเตอรี่ 30 ล้าน ที่ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวางใครคือเจ้าของที่แท้จริงของลอตเตอรี่เจ้าปัญหานี้ ว่า

ตามข้อกฎหมาย ถ้าลอตเตอรี่อยู่ที่ใครคนนั้นจะเป็นฝ่ายชนะ โดยขณะนี้ต่างฝ่ายก็ยืนยันว่าตัวเองเป็นเจ้าของ ดังนั้นจึงต้องรอกระบวนการตัดสินในชั้นศาล ซึ่งเมื่อเข้าสู่ชั้นศาล จะมี “การซักค้านพยาน” ที่ทนายฝ่ายจำเลย(ทนายลุงจรูญ) จะทำหน้าที่ซักค้านพยานฝ่ายโจทก์ในประเด็นต่างๆ

ซึ่งถ้าหากการซักค้านพยานสำเร็จ คือ ศาลมองว่า คำพูดของพยานบุคคลนั้นเชื่อถือไม่ได้ หรือ ภาษากฎหมายเรียกว่า “พยานแตก” นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของคดีว่าใครจะมาถือไพ่อยู่เหนือกว่า และแม้ว่า ขณะนี้ สำนวนการสอบสวนของเจ้าพนักงานจะเอนไปทางครูปรีชามากกว่า เนื่องจากมีมูลและพยานหลักฐานที่ยืนยันได้ ในขณะที่ ลุงจรูญ กลับยังไม่ยอมเปิดเผยพยานสำคัญตามที่บอก ซึ่งมุมมองของนักกฎหมาย ไม่ได้เชื่อว่าครูปรีชาจะเป็นต่อ

เนื่องจากขณะนี้เป็นการสำนวนการสอบสวนและกระบวนการสอบสวนของประเทศไทย คือระบบกล่าวหา ดังนั้น หากสู้กันในชั้นศาลลุงจรูญมีสิทธิที่จะเป็นฝ่ายชนะ ทั้งนี้ ทนายประมาณ แนะลุงจรูญ ว่า ไม่ต้องดิ้นร้นในการสู้คดีแล้วให้รอไปพิสูจน์ในชั้นศาล พร้อมมองคดีลอตเตอรี่ 30 ล้านนี้เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งของสังคมไทย

ทำสำเร็จ กรมอุทยานฯ ปล่อยสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ คืนสู่ธรรมชาติกว่าร้อยตัว

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ชัยภูมิ  ประสบผลสำเร็จ เพาะพันธุ์เนื้อทราย-ไก่ฟ้าตามนโยบายกรมอุทยานฯ  จนสามารถนำสัตว์ใกล้สูญพันธ์คืนสู่ธรรมชาติได้กว่าร้อยตัว 

พื้นที่อุดมสมบูรณ์บริเวณทุ่งกะมังมีเหล่าสัตว์ป่าหลากหลายชนิด โดยเฉพาะเนื้อทราย ที่ออกมาเล็มหญ้ากลางทุ่ง ที่เห็นอยู่นี้ เป็นส่วนหนึ่งจากผลผลิตที่อยู่ในความดูแลของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ โดยสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เป็นหนึ่งสถานีเพาะเลี้ยงของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าที่เดินหน้างานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าไม่ให้สูญพันธุ์

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว ถือว่าประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า โดยเฉพาะเนื้อทรายที่ในอดีตอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ แต่ปัจจุบันเหลือแค่สถานะสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีเนื้อทรายกระจายอยู่ในพื้นที่ป่าภูเขียว และน้ำหนาวกว่า 200 ตัว ส่วนสัตว์ป่าตระกูลไก่ฟ้า ก็เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่มีการปล่อยเป็นประจำทุกปี

โดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อทราย คือ การหาพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์ นำมาเลี้ยงตามหลักวิชาการ เพื่อให้เกิดการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ ส่วนสัตว์กลุ่มไก่ฟ้านั้นมีวิธีการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ ด้วยเทคนิคการเพิ่มปริมาณจำนวนสัตว์จากไข่ที่นำมาฟักในตู้ หรือใช้ไก่บ้านในการฟัก ซึ่งไก่ 1 ตัวสามารถฟักไข่ได้ 30-50 ฟอง

ป่าภูเขียว, เนื้อทราย, กรมอุทยานแห่งชาติ

สำหรับการติดตามการดำรงชีวิตของสัตว์ป่า เมื่อกลับคืนสู่ธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จะติดตามผ่านเฮียแท๊ก และห่วงขาที่ตัวสัตว์ ซึ่งจากการดำเนินงานของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว ตั่งแต่ปี 2554 มีการปล่อยสัตว์ไปแล้ว 7 ชนิด จำนวน 2,900 ตัว

เช่น กวางป่า เนื้อทราย และสัตว์ตระกูลไก่ฟ้า โดยปล่อยในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ภูเขียว ผาผึ้งและภูหลวง ในขณะเดียวกันการสำรวจพบว่า ผืนป่าภูเขียวมีความอุดมสมบูรณ์ มีช้างกว่า 150 ตัว กระทิง 100 ตัว กวาง เก้ง และมีร่องรอยของเสือโคร่งและเสือดาว

ป่าภูเขียว, เนื้อทราย, กรมอุทยานแห่งชาติ

Created by :
ชุตินาฏ พงษ์ทองวัฒนา MONO29

แนวกันชน (Buffer Zone) แนวการพัฒนาคิดป่าภูเขียว หวังลดการล่าสัตว์ – บุกป่า

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้าอนุรักษ์ผืนป่า สร้างแนวกันชน (Buffer Zone) เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา ส่งเสริมให้มีอาชีพ เพื่อลดการล่าสัตว์และบุกรุกป่า 

พื้นที่ 23 ไร่ในตำบล หนองวัวแดง อำเภอหนองวัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ที่เห็นอยู่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่กันชน  (บัฟเฟอร์โซน) ที่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ซึ่งมีระยะทาง 130กิโลเมตร ในอำเภอเกษตรสมบูรณ์และอำเภอหนองบัวแดง

โดยทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ดำเนินการจัดการทรัพยากรภายในพื้นที่ เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการคิด และลงมือทำ ซึ่งมีเป้าหมายหลัก คือ ให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่บุกรุกป่า และลดการล่าสัตว์

โดยนายสุวิทย์ และนางสมหวัง ขืนเขียว  2 สามีภรรยา ที่มีวิถีชีวิตคุ้นเคยกับการหากินของป่าถึง 5 ปี ได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดหันมาร่วมอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยแบ่งพื้นที่ 23 ไร่ ในการปลูกผักหวาน 3 ไร่ ทำนา 5 ไร่ และเลี้ยงวัวในพื้นที่จำกัด ปลูกหญ้า ทำบ่อปลา ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

ป่าภูเขียว, ของป่า

ซึ่งนายสุวิทย์ บอกถึง เหตุผลที่เลิกหาของป่า เพราะว่าต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยให้ป่ากลับมาอุดมสมบูรณ์ ในขณะเดียวกันเมื่อหันมาปลูกผักหวานป่าเอง พวกเค้าสามารถสร้างรายได้มากกว่าเดิมจาก 2 กิโลกรัมเป็น 3-4 กรัมต่อวัน

สำหรับพื้นที่กันชนรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ดำเนินการตั่งแต่ปี 2545 ด้วยการเริ่มโครงการภูเขียว-อียู ที่ได้งบประมาณจากสหภาพยุโรปและโครงการภูเขียว-โลโร่ ซึ่งจากการดำเนินงานระหว่างภาครัฐกับประชาชนที่มีส่วนร่วมมาอย่างต่อเนื่องทำให้ลดความขัดแย้งในพื้นที่

ป่าภูเขียว, ของป่า

Created by
ชุตินาฏ พงษ์ทองวัฒนา MONO29