โพลชี้คนไทยกว่า 84.63 % สนใจข่าวเลื่อนเลือกตั้ง อยากรู้เหตุผลของรัฐบาล

สวนดุสิตโพล เผย คนสนใจข่าวเลื่อนเลือกตั้ง-การโต้ตอบการเมือง พร้อมอยากรู้เหตุผลท่าทีของรัฐบาล มองมีผลต่อประเทศ,ศก.

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความสนใจของประชาชน จำนวน 1,217 คน เรื่อง “ความเคลื่อนไหวทางการเมือง” ในช่วงนี้ โดยทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนกระแสข่าวความเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยที่มีหลายเรื่องที่น่าสนใจและติดตาม และเป็นประเด็นร้อนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ทั้งจากกลุ่มนักวิชาการ นักการเมือง และกลุ่มคนทั่วไป พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจเรื่องเลื่อนการเลือกตั้ง เป็นอันดับ 1 หรือ ร้อยละ 84.63 เพราะอยากรู้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด เหตุผลที่แท้จริงในการเลื่อนเลือกตั้งของรัฐบาล มีผลต่อการพัฒนาประเทศเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งมีประชาชนวิตกกังวลในเรื่องนี้ ร้อยละ 59.81

ขณะที่ อันดับ 2 ประชาชนสนใจการตอบโต้ทางการเมืองของรัฐบาลกับนักการเมือง และกลุ่มเคลื่อนไหว ร้อยละ 66.72 เพราะอยากรู้ข้อเท็จจริง มีหลายประเด็นที่น่าติดตาม จะได้เห็นแนวคิด เหตุผล และท่าทีของแต่ละฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหว รัฐบาลจะออกมาแก้ปัญหาอย่างไร และประชาชนมีความวิตกวังวล ร้อยละ 49.75 ส่วนอันดับ 3 ประชาชนสนใจเรื่องกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 54.07 เป็นกฎหมายสำคัญ แต่เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก ควรมีความรู้ความเข้าใจไว้บ้าง มีผลต่อการเลือกตั้ง พรรคการเมือง และนักการเมือง และประชาชนมีความวิตกกังวล ร้อยละ 55.02

ส่วนอันดับ 4 ประชาชนมีความสนใจเรื่องความเคลื่อนไหวกลุ่มต้านรัฐบาล กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ร้อยละ 53.41 เพราะการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะบานปลายหรือไม่ จะมีใครหรือคนกลุ่มใดออกมาร่วมด้วยอีก ใครอยู่เบื้องหลัง รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร และประชาชนมีความวิตกกังวล ร้อยละ 55.38 และอันดับ 5 ประชาชนให้ความสนใจเรื่องคดีทางการเมืองที่ค้างคา ร้อยละ 49.71 เพราะอยากให้ดำเนินคดีอย่างถูกต้อง เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผู้ที่ทำผิดจะได้รับการลงโทษอย่างไร เป็นคดีสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามองรัฐบาล โดยมีประชาชนวิตกกังวล ร้อยละ 57.69

สลด! ไฟไหม้บริษัท ย่านเตาปูน คลอกดับ 3 เจ็บ 4

เพลิงไหม้บริษัทรับทำบัญชี ย่านเตาปูน ไฟคลอกแม่ลูกดับ-ญาติสำลักควันเสียชีวิตที่ รพ. เจ็บอีก 4 ราย

วันนี้(4 ก.พ.) ตำรวจ สน.เตาปูน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น เป็นที่ตั้งของ บริษัทรับทำบัญชี อยู่ในซอยส่วนบุคคล ถนนกรุงเทพฯ-นนท์ เขตบางซื่อ จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงและควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด เพื่อเร่งค้นหาผู้ที่ยังตกค้างในอาคาร ขณะที่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้ทยอยนำผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล 5 คน โดยพบว่ามีผู้สูงอายุซึ่งเป็นญาติ ที่พักอาศัยอยู่บ้านหลังติดกัน เกิดตื่นตกใจเป็นลมหมดสติและสำลักควัน ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนเด็กชายวัย 5 ขวบ ที่นำออกจากอาคารที่เกิดเหตุได้ ยังอาการสาหัส ส่วนนายอำนาจ งามสุริยะโรจน์ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านและเจ้าของสำนักงานดังกล่าว พบว่ามีอาการเพียงหมดสติเท่านั้น และที่เหลืออีก 2 คน อยู่ระหว่างการรักษา08

ทั้งนี้ พี่เลี้ยงเด็กที่รับจ้างดูแลเด็กชายในอาคารแห่งนี้ เปิดเผยว่า ปกติแล้วจะไม่นอนพักในอาคารที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ แต่นายจ้างจะเช่าบ้านไว้ให้ที่หน้าปากซอย กระทั่งทราบว่าเกิดเพลิงไหม้ จึงพยายามจะเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากภายในมีเอกสารเกี่ยวกับบัญชี และของเล่นเด็กเก็บไว้เป็นจำนวนมาก และจากการตรวจสอบภายในอาคาร พบร่างของ นางนัทนันท์ งามสุริยะโรจน์ และลูกชายวัย 3 ขวบ เสียชีวิตในกองเพลิง

ด้าน พ.ต.อ.นพล สุขบุญคง ผู้กำกับการ สน.เตาปูน เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่ชัดเจนว่าต้นเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด แต่เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากผู้เสียหายให้การว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาที่คนในบ้านพักผ่อนทั้งหมดแล้ว ส่วนสาเหตุที่แท้จริง ต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งในเช้าวันนี้

อุตุฯ เผยเหนืออีสานกลางตอ.กทม.หนาวเย็น-ใต้มีฝนเพิ่ม

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ ฉบับที่ 8

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4 จนถึง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561)” ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 04 กุมภาพันธ์ 2561

ในช่วงวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงได้อีก 4-6 องศาเซลเซียส ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ตามภูเขาสูงในบริเวณภาคเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุมภาคเหนือ

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้

ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรระวังความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และประชาชนบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.