เปิดใจ!! ‘น้องเบส’ สาวสองหนึ่งเดียวในทีมเชียร์ลีดเดอร์ธรรมศาสตร์

สีสัน!! เปิด ‘น้องเบส’ สาวประเภทสองเชียร์ลีดเดอร์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  หนึ่งเดียวในงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์

หลังจากเป็นที่ฮือฮาแย่งซีน บรยากาศบอลประเพณีจุฬา- มธ. สำหรับน้อง เบส ชัญญภัชร เชียร์ลีดเดอร์สาวข้ามเพศเพียง 1 เดียว และเป็นคนแรก ของทีมเชียร์ลีดเดอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันนี้ทีมข่าวจะสัมภาษณ์พิเศษให้แฟนๆ MThaiNews ได้ล้วงลึกกัน

“น้องเบส ชัญญภัชร ปล่องทอง นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ เอกรัสเซียศึกษา ชั้นปีที่ 2 บอกกับทีมข่าว MONO29 ถึงเหตุผลที่สมัครเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า ตั่งแต่เด็กเป็นคนชอบทำกิจกรรม และเมื่อมาศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย ก็อยากทำกิจกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัย ซึ่งเมื่อรู้ว่า มีการเปิดรับสมัครทีมเชียร์ลีดเดอร์ ตนเองจึงสนใจสมัคร และพยายามมุ่งมั่นตั้งใจตลอดการฝึกซ้อม จึงทำให้ผ่านการคัดเลือกจากจำนวนผู้สมัครกว่า 300 คน และก้าวมาเป็น 1 ใน ทีมเชียร์ลีดเดอร์ที่ได้โชว์ฝีมือในงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 72

น้องเบส ยังบอกต่ออีกว่า รู้สึกดีใจ ที่ทางมหาวิทยาลัยไม่ปิดกั้น ที่จะให้กลุ่มเพศทางเลือกได้แสดงความสามารถ ซึ่งตนเองสามารถพิสูจน์ให้หลายคนเห็นว่า สาวประเภทสองก็สามารถร่วมกิจกรรมที่เป็นเกียรติได้
ปล่อยเสียง

ส่วนความฝันนั้น น้องเบส บอกว่า ตอนนี้ยังไม่รู้จะทำอะไร แต่ตนเองกำลังศึกษาภาษารัสเซีย ซึ่งในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีคนพูดได้ จึงคาดหวังว่า อยากให้องค์กรต่างในประเทศไทย เปิดกว้างให้เพศทางเลือกได้แสดงศักยภาพมากขึ้น
สำหรับการคัดเลือก ทีมเชียร์ลีดเดอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ใช่ใครๆ ก็เป็นได้ 1ในพี่เลี้ยงที่ดูแลทีมเชียร์ลีดเดอร์ปีนี้ บอกว่า การเป็นสมาชิกทีมเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัย ด้านบุคลิกภาพ หน้าตาเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่การผ่านด่านทำกิจกรรมWorkShopร่วมกัน 20 วัน ที่จะทำให้เห็นมุมมองและทัศนคติ รวมถึงความสามารถของแต่ละคนได้ชัดเจน ซึ่งเป็น1ในเกณฑ์การคัดเลือก สมาชิกทีมเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยตัวจริง … ไม่ว่าจะเพศไหน ถ้ามีความมุ่งมั่นตั้งใจ ความสำเร็จรออยู่เสมอ

Created by ชุตินาฏ พงษ์ทองวัฒนา Mono29

คลิปอุทธาหรณ์!! เตือนสติผู้ปกครองปล่อยเด็กเล่นริมถนน

คลิปอุทธาหรณ์เตือนสติผู้ปกครองปล่อยเด็กเล่นริมถนน จยย.พุ่งชนกระเด็นบาดเจ็บ

ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้อุบัติเหตุยังคงเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ อยู่เป็นประจำ ล่าสุดวันนี้ ( 03 ก.พ.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Niphat Khlaibua” โพสต์คลิปวิดีโอ เป็นภาพเหตุการณ์ที่เด็กชายคนหนึ่งอายุประมาณ 10 – 12 ปี เล่นเตะฟุตบอลอยู่คนเดียวหน้าอาคารพาณิชย์ ซอยข้างธนาคารกรุงไทย สาขาแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งผู้ถ่ายคลิประบุว่าน่าหวาดเสียว เกรงจะเกิดอุบัติเหตุ เพราะเล่นอยู่หน้าอาคารพาณิชย์ติดถนน และ วิ่งข้ามถนนไปตามเก็ลฃูกฟุตบอลหลายครั้ง

ต่อมาอีกไม่ถึง 5 นาที ความกังวลของผู้ถ่ายคลิปก็เกิดขึ้นจริง เมื่อเด็กชายดังกล่าวเตะฟุตบอลข้ามไปอีกฝั่งถนน และ ได้ตามไปเก็บ ขณะที่กำลังจะข้ามถนนกลับ มัวแต่เตะลูกฟุลบอล ไม่ทันมอง ทำให้จักรยานยนต์ขี่ผ่านมาอย่างกระชั้นชิดพุ่งชนเด็กชายเต็มแรงจนกระเด็นได้รับบาดเจ็บ แม้จะพยายามเบรกแต่ก็ไม่ทัน ส่วนผู้ขี่จักรยานยนต์ก็ได้รับเจ็บด้วยเช่นกัน

หลังเกิดเหตุผู้ปกครองของเด็กรีบวิ่งออกมาดูพร้อมตำหนิเด็กที่ตักเตือนแล้วแต่ไม่เชื่อฟัง ขณะที่อาการของทั้งเด็กและคนขี่รถจักรยานยนต์ เบื้องต้นได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและมีบาดแผลตามร่างกาย หน่วยกู้ชีพ-กู้ภัยเทศบาลเมืองแม่โจ้ ได้เข้าปฐมพยาบาล โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

ผู้ใช้เฟซบุ๊ครายนี้ บอกว่า นำคลิปภาพมาเผยแพร่เพื่อเตือนสติผู้ปกครองในการดูแลบุตรหลาน โดยเฉพาะที่มีบ้านอยู่ใกล้กับถนน เพราะเด็ก ๆ ไม่มีความระมัดระวังเหมือนกันผู้ใหญ่ เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในคลิปภาพดังกล่าว

ประมวลภาพ! ขบวนพาเหรดล้อการเมือง ในฟุตบอลจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์

ประมวลภาพ ขบวนพาเหรดล้อการเมือง ไฮไลท์หุ่นยักษ์นนทกพร้อมขอความ ข้อความเขียนว่า “คืนให้เพื่อนแล้ว” ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์

วันนี้ ( 3 ก.พ.61) ที่ สนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย การแข่งขันฟุตบอลประเพณีระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครั้งที่ 72 ที่จัดขึ้นในช่วงบ่ายนี้ภายในสนามศุภชลาศัย บรรยากาศโดยรอบสนาม นักศึกษาของทั้ง 2 สถาบัน ได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงสาย

โดยไฮไลท์ที่จะมีประจำทุกปีคือขบวนพาเหรดล้อการเมืองและการแปรอักษรของทั้ง 2 มหาวิทยาลัย โดยขบวนพาเหรดล้อการเมืองของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แก่ หุ่นล้อการเมืองซึ่งมีทั้งหมด 5 หุ่น ได้แก่หุ่นตัวที่ 1 ยักษ์นนทก ซึ่งมีการนำหุ่นรูปยักษ์สื่อถึงยักษ์นนทกที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายให้คนอื่นแต่สุดท้ายกลับชี้นิ้วใส่ตัวเอง ซึ่งแขนข้างซ้ายของยักษ์นนทกมีข้อความเขียนว่า “คืนให้เพื่อนแล้ว” ขณะที่ด้านหลังของหุ่นได้เขียนยันต์พร้อมระบุข้อความว่า “แต่ผมไม่ตาย”

หุ่นตัวที่ 2 หุ่นตาชั่ง โดยเป็นรูปมือที่ถือตาช่างไม่เท่ากัน โดยข้างที่หนักคือข้างที่มีเรือดำน้ำและอาวุธ ขณะที่ ข้างที่เบาเป็นหุ่นตูน บอดี้สแลม กำลังพยุงโรงพยาบาลและเครื่องมือแพทย์

หุ่นตัวที่ 3 หุ่นม้วนแผ่นดิน เป็นหุ่นผู้ชาย 2 คน กำลังเอามือม้วนแผ่นดินโดยมือทั้ง 2 ข้างของหุ่นมีเงินแปะอยู่จำนวนมาก

ส่วนหุ่นตัวที่ 4 หุ่นรถไฟ เป็นหุ่น รูปรถไฟที่เสียดสี เรื่องการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง แต่ความเร็วลดลงสื่อให้เห็นถึงการทำงานแบบครึ่งๆ กลาง ๆ โครงสร้างพื้นฐานไร้ประสิทธิภาพ พื้นที่ห่างไกลถูกละเลย

และหุ่นตัวที่ 5 หุ่นรัฐธรรมนูญ เปรียบถึงการร่างกฎหมายที่เอื้อประโยชน์และยืดอำนาจให้ตนเอง และประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งระหว่างการเคลื่อนหุ่นตัวที่ 5 ซึ่งเป็นรูปยักษ์แบกพานรัฐธรรมนูญได้มีการหยุดขบวนและฉีกรัฐธรรมนูญออกมาเป็นรูปผู้ชายเหนือพานรัฐธรรมนูญซึ่งชายคนดังกล่าวมีลักษณะคล้ายนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ขบวนสะท้อนสังคมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมี 3 ชุด พ่อแม่ตัดปีก สื่อถึงการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก การพัฒนาคน และการพัฒนาประเทศที่หยุดชะงัก

ขบวนพาเหรดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการถือป้ายข้อความที่นำมาจากพาดหัวหนังสือพิมพ์ถึงเรื่องการล้อเรื่องนาฬิกา ซึ่งมีข้อความว่า “ห้ามล้อนาฬิกา เข้มบอลประเพณี ทำหุ่นคล้ายผู้นำไม่ได้ นิสิตโวยโดนเซ็นเซอร์ ”

ทั้งนี้ ก่อนการเดินพาเหรด ขบวนล้อการเมือง สแตนเชียร์ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้แปรอักษรเป็นคำว่า ระวังโดนซ่อม เป็นการหยอกล้อสแตนเชียร์ฝั่งตรงข้ามอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กรรมการสมาคมศิษย์เก่าจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ได้เข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยของขบวนพาเหรดล้อการเมืองและข้อความในป้ายผ้าต่างๆ โดยเป็นการตรวจสอบเพียงเพื่อประทับตรายืนยันว่าเป็นป้ายที่ผ่านการตรวจแล้ว และเป็นป้ายผ้าของนักศึกษาจริง เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักศึกษานำป้ายผ้าอื่นเข้ามาปะปน สำหรับบรรยากาศทั่วไปเป็นไปอย่างปกติเรียบร้อยดี ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบหรือเซ็นเซอร์หุ่นล้อการเมือง