เจ้าหน้าที่ตำรวจคืนเงิน เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 6 กว่า 3.2 ล้านบาท – เร่งตรวจสอบการเงินบัญชีบิดคอยน์คืนผู้เสียหาย
วันนี้ (2 ก.พ.61) สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการมอบเงินคืนให้กับผู้เสียหาย “เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 16 คน” ที่สามารถยับยั้งไว้ได้ก่อนมีการถอนออก รวมมูลค่า 3,210,000 บาท เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินบัญชีบิดคอยน์ อายัดเงินคืนให้ผู้เสียหาย

ด้าน พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเลกทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว รับมอบเงินคืนให้ผู้เสียหาย 16 คน ใน 16 พื้นที่
รวมมูลค่า 3,210,000 บาท โดยในจำนวนผู้เสียหายมีผู้สูงอายุ 2 คนและเจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินคืนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้เต็มจำนวน 8 คน เนื่องจากผู้เสียหายแจ้งมายังเจ้าหน้าที่ทันทีที่ทราบว่าตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ในขณะที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า จำนวนเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดลงไปมาก หลังจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการประสาน กสทช.เพื่อบล็อคเบอร์ผู้แอบอ้าง ส่วนเรื่องการโอนเงินของเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เข้าบัญชีบิดคอยน์ ก็ได้มีการเรียกผู้ประกอบธุรกิจสกุลเงินดิจิทัลมาวางมาตรการแล้ว

นอกจากนี้ นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กล่าวเพิ่มเติมว่า รูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่กดดัน โดยตัดช่องทางการรับจ้างเปิดบัญชีทุกรูปแบบ
อย่างไรก็ดี สถิติการรับแจ้งเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตั้งแต่มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 จนถึงปัจจุบัน พบมีผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวน 210 คน โดยหลังเกิดเหตุแล้วรีบแจ้งทันที 88 คน เกิดเหตุแล้วแจ้งภายหลัง 122 คน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 81 ล้านบาท
ขอขอบคุณข้อมูล : สวพ.FM91


