กสม. แถลงยุติปม ‘จ่านิว’ ร้องถูกขวางไป อุทยานราชภักดิ์ เมื่อปี 2558 และถูกควบคุมตัวโดยไม่ได้ทำความผิด
จากการณีที่นักศึกษา 3 คน นำโดย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ได้ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2558 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ขัดขวางไม่ให้เดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และถูกควบคุมตัวโดยไม่ได้กระทำความผิด
ล่าสุด นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงผลการตรวจสอบระบุว่าที่ประชุมมีมติให้ยุติเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้อัยการศาลทหารกรุงเทพเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ร้องทั้งสามกับพวกรวม 6 คนเป็นจำเลยต่อศาลทหารกรุงเทพ ในข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ
ประกอบกับกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งมีความคิดเห็นแตกต่างจากกลุ่มผู้ร้องชุมนุมอยู่ที่อุทยานราชภักดิ์ หากปล่อยให้ผู้ร้องทั้งสามกับพวกเดินทางต่อไป อาจทำให้เกิดความวุ่นวายและเกิดการปะทะกันได้ จึงเห็นว่าการจำกัดเสรีภาพในการเดินทางเป็นการดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน อันอยู่ภายใต้เงื่อนไขการจำกัดเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้กระทำได้
ส่วนประเด็นการควบคุมตัวผู้ร้องทั้งสามกับพวกไปที่กองบัญชาการควบคุม กองพลทหารราบที่ 9 จังหวัดนครปฐม และให้ผู้ร้องลงลายมือในเอกสารเพื่อยอมรับข้อตกลงและได้มีการปล่อยตัวในวันเดียวกันนั้นข้อเท็จจริงปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ทหารของ คสช. ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีแก่ผู้ร้องทั้งสามกับพวกที่ร่วมเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์

ในข้อหามั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังนั้นการนำตัวผู้ร้องทั้งสามกับพวกไปทำการควบคุมตัวจึงมิใช่เป็นไปเพื่อการดำเนินคดี และมิใช่การจับกุมหรือคุมขังที่จะต้องกระทำโดยอาศัยหมายของศาลหรือเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
“การจะพิจารณาประเด็นปัญหานี้ให้ได้ข้อยุติ จำเป็นต้องได้รับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากหน่วยงานของทหารซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจ โดยสำนักงาน กสม. ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติถึง ๒ ครั้ง แต่ไม่ได้รับการชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแจ้งข้อขัดข้อง
และแม้จะพิจารณาตรวจสอบไปตามพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่แล้วก็ยังมิอาจได้ข้อยุติที่ชัดเจนว่าการควบคุมตัวผู้ร้องทั้งสามกับพวก ผู้ถูกร้องได้ใช้อำนาจตามกฎหมายใด และไม่อาจพิจารณาได้ว่าผู้ถูกร้องได้กระทำการหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณีควบคุมตัวผู้ร้องทั้งสามกับพวกหรือไม่” นายวัส กล่าว


