ทนาย ‘ยิ่งลักษณ์’ เตรียมยื่นขอทุเลาอายัดทรัพย์อีก

ทนาย ‘ยิ่งลักษณ์’ เตรียมยื่นขอทุเลาคำสั่งอายัดทรัพย์อีกครั้งเร็วๆ นี้ ยังไม่ได้คุยกับอดีตนายกฯแต่อย่างใด

นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ตามที่มีการมีการระบุ กรมบังคับคดี ได้มีการยึดอายัดทรัพย์ ทรัพย์สินของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ แล้วกว่า 30 รายการนั้น ถือว่าไม่มีอะไรน่าตกใจ เพราะไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เนื่องจากมีการอายัดมาตั้งแต่กลางปีก่อนแล้ว และขณะนี้ ทางทีมทนายกำลังเตรียมยื่นขอทุเลาคำสั่งกับศาลปกครองอีกครั้ง โดยจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด แต่ยังไม่สามารถระบุวันที่จะไปยื่นต่อศาลอย่างเป็นทางการได้

พร้อมกันนี้ นายนพดล ยังกล่าวด้วยว่า นับตั้งแต่ศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องขอทุเลาคำสั่ง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ยังไม่ได้มีการติดต่อหรือประสานงานมาจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่อย่างใด
แต่ทีมทนายก็จะดำเนินการตามขั้นตอนที่สามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นผู้รับมอบอำนาจให้ดูแลในดีดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นแล้ว

ทั้งนี้ ทรัพย์สิน ที่กรมบังคับคดี ดำเนินการยึด อายัดทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กว่า 30 รายการนั้น จนถึงขณะนี้กรมบังคับคดียังไม่มีการนำทรัพย์สินดังกล่าวขายทอดตลาด แต่อย่างใด

รปภ.หื่น! บุกจะข่มขืนสาวในห้องน้ำห้างดังย่านบางกรวย

รปภ.สุดหื่น!! บุกจะข่มขืนสาวในห้องน้ำห้างดังย่านบางกรวย โชคดีมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยได้ทัน ก่อนจอรุมประชาทัณฑ์เกือบยับ

วันที่ 1 ก.พ.61 ร.ต.อ.ไพรัตน์ นวนตะคุ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุชายพยายามจะข่มขื่นหญิงสาวภายในห้องน้ำหญิง แต่พลเมืองสามารถช่วยไว้ได้ทันและจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ เหตุเกิดห้องน้ำหญิงชั้น 2 ห้างแห่งหนึ่ง ถนนราชพฤกษ์ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ของห้างและประชาชนได้ช่วยกันจับกุมตัวนายสิทธิพงษ์ ธนะสุข อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/4 หมู่7 ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี ทำงานเป็น รปภ.ของบริษัท ไทยเซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล ส่งมาประจำห้างที่เกิดเหตุ นายสิทธิพงษ์ อยู่ในชุดเครื่องแบบ รปภ.สภาพเลือดท้วมปากแตก เนื่องจากถูกประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้าจับกุมตัวนายสิทธิพงษ์

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ น.ส.มิ้น ได้มาเดินที่ห้างดังกล่าว และเข้าห้องน้ำหญิงชั้น 2 ระหว่างที่เข้าห้องน้ำอยู่นั้น นายสิทธิพงษ์ ได้เดินตามมาแล้วล็อคประตูทางเข้าห้องน้ำบานด้านหน้า ไม่ให้คนด้านนอกเข้ามาได้ จึงลงมือพยายามจะข่มขื่น น.ส.มิ้น แต่ น.ส.มิ้น ต่อสู้ขัดขืนร้องให้คนช่วย ซึ่งในขณะเกิดเหตุมีแม่บ้านกำลังทำความสะอาดในห้องน้ำอีกห้องอยู่ แม่บ้านจึงได้ตะโกนเรียกให้คนช่วยและเปิดประตูด้านหน้าออกไป จนมีประชาชนที่เดินผ่านมาได้ยินจึงพังประตูเข้าไปช่วยไว้ได้ทัน และช่วยกันจับกุมตัวนายสิทธิพงษ์ ไว้ได้

หลังเกิดเหตุตำรวจได้ควบคุมตัวนายสิทธิพงษ์ มาสอบปากคำและนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ทางตำรวจได้สอบปากคำแต่นายสิทธิพงษ์ ไม่ยอมให้ปากคำใดๆเจ้าหน้าที่ตำรวจจุงไมีสามารถสอบปากคำได้ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา หน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำร้ายร่างกาย และต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายอีกครั้งหากพบว่าพยายามจะข่มขื่นก็จะแจ้งเพิ่ม ส่วนน.ส.มิ้น ผู้เสียหาย ได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ ร.พ.ศิริราช แพทย์ได้ให้นอนพักรักษาตัวเพื่อรอดูอาการ

พ.ต.อ.แดนไทย ปลั่งดี ผกก.สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า คนร้ายรายนี้มีพฤติกรรมเก็บตัว เป็นคนเงียบไม่พูดกับใคร เพิ่งมาทำงานที่ห้างได้ประมาณ 1เดือนและจากพฤติกรรมดังกล่าวจึงถูกเลิกจ้างในวันที่ 1 ก.พ.61 แต่เช้าวันเกิดเหตุก็ยังดื้อมาทำงานโดยที่ทางห้างไม่ทราบมาก่อน จนมาก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นผู้ต้องหายังไม่ให้การใดๆทั้งสิ้น อยู่ระหว่างประสานญาติให้เข้าสอบปากคำ ตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายไม่พบ ส่วนประวัติทางจิตเวชไม่มีประวัติแต่อย่างใด จึงได้ตั้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นว่า กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากอิสระภาพ ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย ส่วนผู้เสียหายยังคงรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศิริราช เพื่อดูอาการ

จากการสอบถามนายป้อม (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี พนักงานร้านอาหารภายในห้างดังกล่าว เป็นพลเมืองดีที่ปีนห้องน้ำเข้าไปช่วยเหลือผู้เสียหาย ทราบว่า ในช่วงเกิดเหตุตนมาทำงานกับเพื่อนอีกคนหนึ่งได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วยจึงได้ชวนเพื่อนไปดู พบแม่บ้านห้างกำลังเปิดประตูห้องน้ำออกมาขอความช่วยเหลือเนื่องจากประตูใหญ่ด้านนอกถูกปิดล็อค หลังเข้าไปได้จึงได้ปีนห้องน้ำด้านข้างขึ้นไปดูพบมีคนร้ายกำลังนั่งทับร่างผู้หญิงอยู่ ตนบอกให้หยุดแต่คนร้ายไม่หยุดตนจึงได้ปีนข้ามไปพร้อมกับเพื่อนและล็อคตัวคนร้ายไว้ เปิดประตูนำร่างออกมา ส่วนผู้เสียหายแม่บ้านและพนักงานหญิงได้ช่วยกันดูแล ตอนเกิดเหตุตนไม่ได้คิดอะไร แค่ต้องช่วยผู้หญิงให้ออกมาได้ก่อน โชคดีของตนที่แม่บ้านอยู่ด้านในและมาเปิดประตูใหญ่ให้ไม่อย่างนั้นก็เข้าไปไม่ได้

กรมอุตุฯ เผยกทม.ฝนฟ้าคะนองลดลง ใต้ฝนเพิ่มคลื่นลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองลดลง และอากาศจะหนาวเย็น ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองลดลง และอากาศจะหนาวเย็น โดยอุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศหนาวเย็น ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและคลื่นลมบริเวณภาคใต้ตอนล่างจะมีกำลังแรง มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อย โดยมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.