หุ้นไทย เช้านี้มีโอกาสปรับขึ้น จับตาการแถลงประธานเฟด

หุ้นไทย เช้านี้มีโอกาสปรับขึ้น จับตาการแถลงประธานเฟด ด้าน เงินบาท เช้านี้เปิด 31.40 หลังมีแรงซื้อดอลลาร์ในตลาดโลกกลับคืน

บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่ปรับตัวขึ้น ด้านภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก เช่นเดียวกับดัชนีดาวโจนส์ ทั้งนี้ ตลาดบ้านเราขาด Fund Flow ที่จะเข้ามาช่วยหนุน ทำให้การปรับขึ้นของดัชนีฯอยู่ในกรอบจำกัด พร้อมให้ติดตามการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่

ซึ่งจะกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสสหรัฐในวันพรุ่งนี้ (27 ก.พ.) โดยจะเป็นการแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงินเป็นครั้งแรกต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งต้องรอดูทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ พร้อมให้แนวรับ 1,800 จุด ส่วนแนวต้าน 1,820 จุด

ขณะที่ นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 31.40 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากปิดตลาดที่ 31.47 บาทต่อดอลลาร์ หลังผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐลดลง จากการที่ตลาดมีความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐจะไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยในระยะอันใกล้ ส่งผลให้สกุลดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ

รวมถึงเงินบาทเมื่อเปิดตลาดเช้านี้ โดยระหว่างวันอาจยังมีแรงเทขายดอลลาร์ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันคาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.30-31.45 บาทต่อดอลลาร์

เจอแล้ว! กล้วยติด GPS พบสัญญาณโผล่ตลาดผลไม้ปากแซง

เจอแล้ว! กล้วยติด GPS ​หลังถูกขโมยตัดเครือขาย ขณะ ​เจ้าของ ระบุ สัญญาณส่งเข้ามือถือ พิกัด ตลาดผลไม้ปากแซง กลางเมืองจันทบุรี

ความคืบหน้ากรณีที่ นายพิสิฎฐ์ อายุ 45 ปี เกษตรกรในพื้นที่ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี ที่ลงทุนติด จีพีเอส ที่เครือกล้วย หลังถูกคนร้ายเข้ามาขโมยตัดเครือกล้วยไข่ และกล้วยหอม หายไปหลายครั้ง จนต้องสูญเสียรายได้ไปกว่า 4,000-5,000 บาท

ล่าสุด นายพิสิฎฐ์ พบว่าสัญญาณจีพีเอส ได้ส่งเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของตนเอง โดยระบุพิกัดใกล้เคียงตลาดผลปากแซง ตำบลพลับพลา จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี เข้าตรวจสอบ พบว่า จีพีเอส ยังติดอยู่ที่เครือกล้วย แต่ไม่พบคนร้ายแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบถามเจ้าของล้งรับซื้อกล้วย เบื้องต้นแจ้งว่ามีคนนำกล้วยมาขายจำนวนหลายเจ้า จึงไม่สามารถจำได้ว่าเป็นของใคร

แต่ทั้งนี้เจ้าของล้งรับซื้อกล้วยยินดีที่จะช่วยเหลือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการหาข่าวเชิงลึก ทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง และตามเส้นทางเพื่อเป็นแนวทาง และเป็นเบาะแสในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ย้อนรอยบันทึกคำให้การของ ‘สล้าง บุนนาค’ เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 19

หลังจากเกิดกรณี “พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค” อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ พลัดตกจากชั้น 7 ห้างดังย่านแจ้งวัฒนะเสียชีวิต พร้อมทั้งทิ้งจดหมายลาตายไว้นั้น

ย้อนไปในเหตุการณ์ในอดีต แฟ้มบันทึกเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ขณะ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้กำกับการ 2 ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.สุวิทย์ โสตถิทัต ผู้บังคับการกองปราบปราม ในคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2519 ให้นำกำลังตำรวจปราบจลาจล จำนวน 200 นาย ไปรักษาความสงบที่บริเวณท้องสนามหลวง และหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หลังจากนั้ยเวลาประมาณ 08.00 น. วันเดียวกัน ก็ได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมตำรวจ ให้เข้าไปตรวจค้น จับกุม และให้ใช้อาวุธปืนได้ตามสมควร แต่เป็นคำสั่งที่มีนายตำรวจมาบอกด้วยวาจาหลายคน จนสุดท้ายเกิดการใช้อาวุธหนักโจมตีเข้าไปใน ม.ธรรมศาสตร์ ทำให้นักศึกษาและประชาชนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นจำนวนมาก

เปิดบันทึกคำให้การของ “สล้าง บุนนาค” นายตำรวจผู้มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อ 42 ปีที่แล้วที่มีเนื้อหาดังนี้