วัฒนารับ ไปพบทักษิณจริง ยัน! หัวหน้าพรรคคนใหม่ต้องเป็นที่ยอมรับ

“วัฒนา เมืองสุข ” รับไปพบ “ทักษิณ” แต่ไม่คุยเรื่องการเมือง ยัน หัวหน้าพรรคคนใหม่ ต้องเป็นที่ยอมรับ

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ส่วนตัวยอมรับว่าไปพบนายทักษิณจริง เนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพราะเป็นผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพ ซึ่ง นายทักษิณยังสุขภาพแข็งแรง และไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องของการเมืองเพราะการเมืองในประเทศไทย ส่วนตัวรับทราบดีกว่านายทักษิณ

ส่วนเรื่องในพรรคเพื่อไทยนั้น มีเรื่องที่คนให้ความสนใจ 2 ประเด็นคือบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคต้องเป็นคนที่สมาชิกพรรคยอมรับแม้ก่อนหน้านี้จะเป็นใครก็ได้ที่สามารถมาเป็นหังหน้าพรรคได้ แต่ในขณะนี้มีเรื่องการต่อสู้กับเผด็จการ ดังนั้นอาจเห็นบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคจะต้องเป็นคนที่ร่วมต่อสู้กันมา ส่วนคนที่พรรคจะเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ส่วนตัวเห็นว่าคนในพรรคมีความเหมาะสมจำนวนมาก แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการเคาะรายชื่อ และนายทักษิณยังไม่ได้ระบุว่าใครที่เหมาะสมจะเป็น

ทั้งนี้ ส่วนตัวยังเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นตระกูลชินวัตร หรือตระกูลเมืองสุขก็มีสิทธิเสรีภาพที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ในระดับใดและจะได้รับการยอมรับหรือไม่ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของแต่ละบุคคล หากไม่ได้ร่วมต่อสู้ด้วยกันจะได้รับการยอมรับของประชาชนหรือไม่ ขณะเดียวกันคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยก็เป็นบุคคลากรพรรคอีก 1 คน แต่ปัญหาที่จะคัดเลือกมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นไม่ใช่แค่เป็นที่ยอมรับในพรรค แต่ต้องเป็นที่ยอมรับของประชาชนด้วย เพราะประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งขณะนี้ยังเร็วเกิดไปที่จะระบุว่าใครได้รับความนิยมจะต้องรอให้ทำงานไปอีกสักระยะหนึ่งและจะได้รับการตอบรับเองว่าใครเป็นผู้ที่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายวัฒนา ยังกล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โหวตคว่ำ 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เชื่อว่ากรณีดังกล่าวมีอะไรผิดปกติอย่างแน่นอน แต่เป็นเรื่องผิดปกติในด้านดี เนื่องจาก กกต.ทั้ง 7 คนมีที่มาเป็นข้อครหาทั้งสิ้น 2 คนที่มาจากศาลฎีกากระบวนการคัดสรรก็มีข้อสงสัยว่าไม่เปิดเผย อีก 5 คน มีทั้งคนที่เคยขึ้นเวทีกลุ่มพันธมิตร คนที่เป็นทนายของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในขณะที่อีกคนเป็นหน้าห้องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอีกคนเคยเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งขึ้นจึงมองว่ามีกลางเป็นกลางตรงไหนดังนั้น เห็นว่าการคว่ำ กกต. 7 คนนั้นเป็นเรื่องที่ดีแล้ว

นายวัฒนา ยังกล่าวว่า การคว่ำ กกต.ทั้ง 7 คน ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าการเลือกตั้งจะต้องเลื่อนออกไปเพราะไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะ กกต.ชุดปัจจุบันยังสามารถทำงานได้ ดังนั้นก็ควรไปคัดสรรกันมาใหม่และขอให้เลือกคนดีมาทำหน้าที่

อย่างไรก็ตาม นายวัฒนา ยังประเมินว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วกว่าโรดแมปที่ คสช. กำหนดไว้ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ คสช. กำลังหมดสภาพ และไม่เชื่อว่าจะมีใครมาถ่วงความต้องการของประชาชนได้ เพราะขณะนี้ประชาชนและพรรคการเมืองมีความพร้อม ยกเว้น คสช.เอง ดังนั้นหากลากการเลือกตั้งออกไปจะยิ่งทำให้ คสช. ถูกโดดเดี่ยวจากกองหนุน เห็นได้จากศาลก็ยังไม่เอาด้วยกับคสช. มีเพียงตำรวจเท่านั้นที่ยังทำงานให้คสช.

รวบแล้ว! มือมีดแทงโชว์เฟอร์รถตู้ ขึ้นรถทัวร์หนีไปเพชรบูรณ์

รวบมือมีดแทงโชว์เฟอร์รถตู้ ขึ้นรถทัวร์หนีไปเพชรบูรณ์ อ้างแค้นถูกด่า ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ  คาดมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงนายศุภกร ยาวิชัยย์ อายุ 45 ปี โชเฟอร์รถตู้เสียชีวิตเหตุเกิดที่ทางเข้า-ออกลานจอดรถ เอสอาร์คอนโดมิเนียม ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ล่าสุดชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้ว คือ นายบรรลือ อู่บุญมา อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี โดยจับกุมได้ขณะหลบหนีไปที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ( 23 กุมภาพันธ์) จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาสอบปากคำ

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า ไม่ได้อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ แต่เดินทางมาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ จากนั้นก็มาดักรอนายศุภกร บริเวณเอสอาร์คอนโดมิเนียมทุกวัน กระทั่งวันเกิดเหตุเห็นนายศุภกรขับรถตู้เข้ามาจอดจึงเดินไปหา และใช้อาวุธมีดแทงไม่ยั้งจนนายศุภกร ล้มลงเสียชีวิตคาที จากนั้นจึงวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงเรียนวัดหนองป่าครั่งและหลบหนีไปขึ้นรถโดยสารสายอีสาน ซื้อตั๋วเดินทางไปจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ระหว่างทางได้ลงรถที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนจะถูกตำรวจจับกุมตัวได้

ส่วนสาเหตุผู้ต้องหา ให้การเพียงว่า โกรธแค้นที่ถูกด่าว่าอย่างรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ โดยเชื่อว่ามีการวางแผนไว้เป็นอย่างดี เพราะผู้ต้องหามาดักรอผู้ตายยังคอนโดที่พักหลายวันแล้ว

หลังสอบปากคำเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายบรรลือ ไปตรวจดีเอ็นเอ ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อเปรียบเทียบกับหลักฐานที่พบในจุดเกิดเหตุ ทั้งมีดสั้นที่ใช้เป็นอาวุธ และคราบเลือดที่เสื้อผ้าซึ่งถอดทิ้งไว้หลังเกิดเหตุ ขณะเดียวกันจะตรวจสอบสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็ม ซึ่งผู้ต้องหาได้ฉีกและหักบัตรทิ้ง เพื่อขยายผลว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ ส่วนช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เอสอาร์คอนโดมิเนียมจุดเกิดเหตุต่อไป

ผบช.ก.เผย คดีหวย 30 ล้าน มีพยานหลักฐานชัดเจน ให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ผบช.ก. เผย คดีหวย 30 ล้าน คืบเกือบ 100% รอข้อมูลจากบางส่วนให้ชัดเจน คาดทันแถลงข่าว 28 ก.พ.นี้

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้มีการประชุมคณะทำงานคลี่คลายคดีการอ้างสิทธิ์สลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลมูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่างร้อยตำรวจโทจรูญวิมูล และครูปรีชาใคร่ครวญ โดยที่ประชุมมีการลงในรายละเอียด เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย รวมถึงทุกๆคนทึ่เกี่ยวข้องกับคดีนี้

โดยมีการสรุปข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนสอบสวนจากส่วนต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจากส่วนกลาง ทั้งข้อมูลจากการสอบสวนพยานเพิ่มเติม, การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคำให้การ, และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ได้จากการประชุมพบว่า คดีดังกล่าวมีความคืบหน้าไปเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือเพียงข้อมูลบางส่วนที่ต้องรอเอกสารจากส่วนที่เกี่ยวข้องส่งมาให้พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าใครคือเจ้าของสลากกินแบ่ง และจะมีการออกหมายจับกี่ราย แต่ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานชัดเจนและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดในที่ประชุมคาดว่าน่าจะทันการแถลงข่าวในช่วงบ่ายของวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเป็นผู้แถลงในเรื่องดังกล่าวเอง แต่ยังไม่สามารถระบุสถานที่แถลงข่าวได้ในขณะนี้ จึงขอให้สื่อมวลชนและผู้ที่ติดตามข่าวดังกล่าวรอติดตามผลในวันดังกล่าว