เพลิงไหม้ห้างดังและร้านค้า กลางเมืองนราฯ 2 จุด ยังไม่ฟันธงระเบิดเพลิง

เพลิงไหม้ห้างดัง และร้านค้า กลางเมืองนราฯ 2 จุด ยังไม่ฟันธงระเบิดเพลิง รอ จนท. เข้าตรวจสอบเช้านี้

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.ท.ภัทรพงศ์ มูลพลโน ร้อยเวร สภ.เมืองนราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ 2 จุด ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จึงนำกำลัง พร้อมด้วย พ.ต.อ.เจริญ ธรรมขันธ์ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส, น.ต.พลพิพัฒน์ เศวตวงศ์ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 33 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรุดเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตามแผนปิดเมืองของกองกำลัง 3 ฝ่าย หลังเกิดสถานการณ์ในพื้นที่

ซึ่งจุดแรกที่เกิดเพลิงไหม้คือภายในห้างสรรพสินค้าซุปเปอร์ 4 นราธิวาส ตั้งอยู่ถนนจำรูญนรา โดยเพลิงได้ลุกไหม้บริเวณตัวอาคารด้านขวา ซึ่งเป็นจุดจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด และจุดที่สอง ที่บริเวณร้านจำหน่ายสินค้าทุกอย่าง 20 บาท ตั้งอยู่ถนนระแงะมรรคา ใกล้กับวิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส

โดย พ.ต.อ.เจริญ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส ได้ระดมกำลัง 3 ฝ่ายพร้อมกับได้ประสานรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองนราธิวาส จำนวน 6 คัน เข้าทำการฉีดน้ำเพื่อสกัดเปลวเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารร้านค้าที่อยู่ใกล้ๆกัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้านราธิวาส ได้ทำการตัดกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดไฟฟ้าช็อตขณะเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังทำงานอยู่

อย่างไรก็ตามในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส จะได้เข้าไปทำการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจจะเป็นระเบิดเพลิง

พบ “ต้นตะเคียนทองยักษ์โบราณ” อายุกว่า 100 ปี ผุดกลางน้ำ

“ต้นตะเคียนทองยักษ์โบราณ” อายุกว่า 100 ปีผุดกลางน้ำ ที่ต.ผักไหม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์

บริเวณพื้นที่การขุดแก้มลิง ห้วยทัพทัน บ้านทุ่งราม ต.ผักไหม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ได้พบกับชาวบ้านจำนวนมาก เดินทางมาจากพื้นที่ อ.ศีขรภูมิ และอ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ได้มีการเชิญร่างทรง หมอแคน มาประกอบ พิธีขอขมา และอัญเชิญไม้ตะเคียนทองยักษ์โบราณ อายุกว่า 100 ปี ขนาดกว่า 3 คนโอบ ผุดขึ้นกลางน้ำ เข้าฝันชาวบ้าน ทั้งกลางวันและกลางคืน บอกว่า เป็นอดีตเจ้าเมืองศีขรภูมิ ภรรยา และครอบครัว อยากให้ยกขึ้นมาอยู่บนบกเกรงว่ารถเเม็คโคร จะทำลายให้เสียหาย ซึ่งก่อนหน้านี้ รถแม็คโครขุดพบกว่า 10 ต้น คนแห่มาขอขูดหวยต้นตะเคียนโบราณถูกติดต่อกันกว่า 3 งวด แทบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงใกล้หวยออก

ชาวบ้านได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่าจะประกอบพิธีอัญเชิญต้นตะเคียนยักษ์โบราณ กว่า 10 ต้น โดยเฉพาะต้นใหญ่กว่า 3 คนโอบ และบริวารกว่า 10 ต้น ไปเก็บรักษาไว้ที่วัด บ้านทุ่งราม ต.ผักไหม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เพื่อให้ผู้คนมากราบไหว้บูชาตามความเชื่อ หลัง “เจ้าพ่อขุนขลัง อดีตเจ้าเมืองศีขรภูมิ” ประทับร่างทรงบอกว่า ตนเป็นอดีตเจ้าเมืองศีขรภูมิ ชื่อ ขุนขลัง อีกต้นที่ขุดพบก่อนหน้า เป็นภรรยา ชื่อว่า เจ้าแม่ตะเพียนยาง อีกต้นหนึ่งเป็นลูกสาว ชื่อว่า เเม่นางสมบูรณ์ และที่เหลือเป็นทหารบริวาร ของเจ้าเมืองศีขรภูมิ ต้องการขึ้นมาอยู่บนพื้นดินหลังถูกฝังมานานนับ 100 ปี

เด้งฝ่าฟ้า! สั่งย้ายปลัด – รองปลัด พม. ปมทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้มีผลทันที

โฆษก รบ. เผย คำสั่งย้ายปลัด – รองปลัด พม. ปมทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้มีผลทันที ยันโยกเพื่อกันยุ่งเกี่ยวข้อมูล และให้การตรวจสอบเดินหน้า

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ถึงกรณีหนังสือคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 52/2561 ให้ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และนายณรงค์ คงคำ รองปลัด พม. ให้มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรี

โดยยังคงอัตราเงินเดือนเดิมว่า หนังสือดังกล่าวเป็นของจริง ที่เพิ่งออกมาและมีผลบังคับทันทีให้ปลัด พม. และ รองปลัด พม.มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงในกรณีการทุจริตเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง

ซึ่งตามหลักการแล้ว หากพบมีเรื่องร้องเรียนที่มีข้อมูลนายกรัฐมนตรีจะสั่งให้มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่ได้หมายความว่ามีความผิด โดยการโยกย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับข้อมูล ขณะเดียวกันคณะกรรมการที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ก็ยังคงทำงานต่อไป