คดีพ่อค้าปะทะคอบร้าโกลด์ แค่เปรียบเทียบปรับ โซเชียลจี้จัดการขั้นเด็ดขาด

โซเชียลถล่มร้องปัญหาพ่อค้าเร่นาฬิกาสร้างปัญหาการท่องเที่ยวบ่อยครั้ง วอนกวดขันเอาจริง เอาจริง ล่าสุดคดีทำร้ายทหารคอบร้าโกลด์ต่างชาตินอกเครื่องแบบแค่เปรียบเทียบปรับ

กระแสข่าวทางโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค และสื่อสารมวลชนต่างๆนำภาพเหตุการณ์การทะเลาะวิวาทระหว่างผู้ประกอบการพ่อค้าเร่นาฬิกากับนายทหารต่างชาตินอกเครื่องแบบ ที่เข้าร่วมการฝึกผสมคอบร้าโกลด์ 2018 บริเวณหน้าบาร์เบียร์ปากทาง 8 ติดกับ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก เนื่องจากปัญหาการทะเลาะวิวาทจากกลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่สุดท้ายก็มีการดำเนินการเพียงแค่การปรับจับในข้อหาทะเลาะวิวาทเท่านั้น

ขณะที่หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ทางภาครัฐกวดขันเอาจริง เอาจังกับปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก

มีรายงานว่าในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คพบว่ามีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ และแสดงความคิดเห็นและการแชร์คลิปต่อกันเป็นจำนวนมากนับแสนราย ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และอยากให้หน่วยงานภาครัฐ เข้ามาดำเนินการกวดขันและเอาจริงเอาจังกับปัญหาเหล่านี้

โดยระบุว่าคนกลุ่มนี้เป็นคนนอกพื้นที่ ที่เข้ามาประกอบการหาผลประโยชน์ แต่สุดท้ายกลับมาสร้างความเสียหายและผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยร้องขอให้ใช้มาตรการเด็ดขาดแทนที่จะดำเนินการเพียงการเปรียบเทียบปรับเท่านั้น

ชาวสวนจันทบุรีตื่นตัว! จ่อฝัง GPS หลังถูกโจรขโมยผลผลิต

ชาวสวน กล้วย-ทุเรียน จ.จันทบุรี ตื่นตัว เตรียมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่การฝังชิพ GPS และกล้องวงจรปิดมาใช้ในสวน

จากการกรณีที่มีข่าวคนร้ายก่อเหตุขโมยตัดกล้วยและตัดทุเรียนในสวนของชาวบ้านบ่อยครั้งพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ทำให้เกษตรกรชาวสวนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ต้องหวาดผวาว่าจะถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุอีก ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสำรวจสวนกล้วยไข่ สวนกล้วยหอม และสวนทุเรียน ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

พบว่าเกษตรกรชาวสวนเริ่มมีการตื่นตัว เตรียมที่จะมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การฝังชิพ การติดจีพีเอสที่เครือกล้วย หรือการติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบสวนมาใช้ เพื่อป้องกันคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ รวมทั้งง่ายต่อการติดตามผลผลิตที่คนร้ายขโมยไปกับคืนมา นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้ง่ายขึ้น ในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีกฎหมายอย่างรวดเร็ว

นางอารยา อุทัยคำ อายุ 48 ปี ชาวสวนกล้วย กล่าวว่า ตนเองมีความคิดที่จะมีการนำระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ คือ การติดจีพีเอสมาใช้ในสวน เพราะจะทำให้สามารถติดตามคนร้ายได้ถูก และรู้ว่าคนร้ายนำผลผลิตที่ขโมยตัดไปขายตรงจุดไหนอย่างไร รวมทั้งยังทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ตนเองคิดว่าจะนำระบบเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในสวนของตนเองบ้าง เพราะคิดว่าดี ขณะที่เกษตรกรชาวสวนรายอื่นๆ กล่าวว่า หลังจากที่เห็นข่าวคนร้ายได้เข้ามาก่อเหตุขโมยตัดกล้วย และขโมยตัดทุเรียนภายในสวน ก็รู้สึกหวาดกลัวว่าจะถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุในสวนของตนเอง

ทำให้ตนเองเตรียมที่จะมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้บ้าง เช่น การฝังชิพที่ก้านของลูกทุเรียน หรือฝังชิพในเปลือกทุเรียน รวมทั้งการติดจีพีเอสและการติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบสวน แม้การติดตั้งระบบเหล่านี้จะมีต้นทุนที่สูงแต่เมื่อเปรียบเทียบแล้วก็คุ้มค่ากว่าผลผลิตถูกคนร้ายขโมยตัดไปยกสวน นอกจากนี้ยังเป็นการปรามไม่ให้คนร้ายกล้าเข้ามาก่อเหตุด้วย

นำร่างเด็กชายวัย 3 ขวบ ถูกแม่ผลักตกน้ำเสียชีวิต กลับบ้านเกิด

ญาตินำร่าง เด็กชาย วัย 3 ขวบ ที่ถูกแม่ผลักตกน้ำเสียชีวิต จากที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ปทุมธานี กลับบ้านเกิดที่ จ.นครศรีธรรมราช

ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งทาง ร.ต.อ.ธนัญชัย คันธหัตถี พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง ได้ส่งร่างของเด็กชายเอ (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบซึ่งถูก น.ส.อร (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี แม่แท้ๆ ผลักตกน้ำ จนเสียชีวิต โดยในวันนี้ทางญาติ ได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำร่างน้องไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านเกิดของน้อง

คลิกอ่านข่าว >>> แม่ใจยักษ์สารภาพแล้ว เหตุผลักลูกชายวัย 3 ขวบ ตกน้ำดับ