ดอกไม้ประชาธิปไตยเบ่งบาน! โรงเรียนอนุบาลพิจิตร จัดการเลือกตั้งประธานสภานักเรียน

ดอกไม้ประชาธิปไตยเบ่งบานแล้ว โรงเรียนอนุบาลพิจิตรจัดการเลือกตั้งประธานสภานักเรียน บรรยากาศสนุกสนานคึกคัก

ที่โรงเรียนอนุบาลพิจิตร บรรยากาศของการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนเป็นไปอย่างคึกคัก ตามโครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ซึ่งมีการจัดให้มีการเลือกตั้งประธานสภานักเรียนขึ้น โดยจำลองรูปแบบมาจากการสมัครรับการเลือกตั้งของ สส. แต่ย่อส่วนมาอยู่ในโรงเรียน

ทั้งนี้ก็เพื่อให้เด็กหรือเยาวชนเข้าถึง เข้าใจ รูปแบบประชาธิปไตยเพื่อนำไปเล่าหรือถ่ายทอดยังผู้ปกครองถึง สิทธิ อำนาจ หน้าที่ของพลเมืองไทยกับระบอบประชาธิปไตย ที่ในเร็ววันนี้ก็จะมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติเกิดขึ้นตามนโยบายของ คสช.

สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งประธานสภานักเรียนของเด็กอนุบาลวัยจิ๋วใน ร.ร.อนุบาลพิจิตร เปิดให้เด็กที่กล้าแสดงออกและมีวุฒิภาวะ การเป็นผู้นำเสนอตัวสมัครเป็นประธานสภานักศึกษา ซึ่งก็มีผู้สนใจสมัครเป็นประธานนักศึกษาจำนวน 8 คน ซึ่งล้วนมีแต่เด็กผู้หญิงที่ขันอาสาออกมาเป็นผู้สมัครโดยไม่มีเด็กนักเรียนชายมาสมัครแข่งขันแม้แต่เบอร์เดียว ก่อนถึงวันเลือกตั้งคุณครูได้จัดแบ่งนักเรียนกลุ่มหนึ่งให้มาสมัครเป็น กกต. เพื่อจัดการเลือกตั้งประธานนักเรียน , อีกกลุ่มหนึ่งเป็นทีมงานของผู้สมัคร จากนั้นก็เปิดให้หาเสียงชี้แจงนโยบายหน้าเสาธงจนถึงโค้งสุดท้ายก็มีการให้ผู้สมัครทุกหมายเลขรวมถึงผู้สนับสนุนเดินรณรงค์เชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนน โดยเด็กๆที่เป็นผู้สนับสนุนผู้สมัครของแต่ละพรรคต่างตะโกนขอคะแนนจากเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน

สำหรับในวันเลือกตั้งเจ้าหน้าที่จาก สนง.กกต.พิจิตร ก็นำเครื่องลงคะแนนอิเลกทรอนิกส์ ซึ่งอาจเป็นอุปกรณ์ที่อาจจะนำมาใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือเลือกตั้งระดับชาติมาให้เด็กๆได้ทดลองใช้ โดยได้มีการสอนและสาธิตเพียงครู่เดียวเด็กๆต่างก็เข้าใจและใช้เป็น จากนั้นก็เปิดคูหาให้เด็กๆได้เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้งประธานสภานักเรียนที่เป็นส่วนหนึ่งของการให้องค์ความรู้ที่ไม่มีในตำราเรียนแต่ทุกคนต้องรู้เพราะเป็นสิทธิ หน้าที่ของพลเมืองไทยที่เด็กๆ เหล่านี้จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคตต่อไป

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งประธานสภานักเรียนในครั้งนี้มี 1,604 คน มาใช้สิทธิ 1,536 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 95.95% นักเรียนไม่มาใช้สิทธิ 68 คน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 59 คน ใช้เวลาในการลงคะแนนแค่เพียง 2 ชั่วโมง 54 นาที โดยผลคะแนนที่ออกมาปรากฏว่า เด็กหญิงวลัญช์รัตน์ บุญเปี่ยม พรรคทำดีกว่าเดิมเสมอ เบอร์ 7 เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งโดยได้คะแนน 379 คะแนน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสภานักเรียน ร.ร.อนุบาลพิจิตร ที่เป็นเจ้าของสโลแกน ส่งเสริมสถาบันก้าวไปด้วยกันกับอนุบาลพิจิตร ประกาศวิสัยทัศน์รู้คิดชีวิตสร้างสรรค์ก้าวไปด้วยกันกับเทคโนโลยี

เผยความคืบหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา สู่เมืองการบินภาคตะวันออก รองรับ “อีอีซี”

ผู้อำนวยการสนามบินอู่ตะเภาเผยความคืบหน้าโครงการพัฒนาเมืองการบินรองรับอีอีซีอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและออกแบบ คาดจะก่อให้เกิดการลงทุนในปี 2562 ชี้ระยะเร่งด่วนมุ่งสร้างรันเวย์ใหม่ อาคารผู้โดยสาร และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา คาดแล้วเสร็จปี 2566 เบื้องต้นจะรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 30 ล้านคนต่อปี
สนามบินอู่ตะเภา, โครงการพัฒนาเมืองการบิน, อีอีซี
โครงการพัฒนาเมืองการบิน

พลเรือตรีลือชัย ศรีเอี่ยมกูล ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี บนพื้นที่ 6,500 ไร่ของท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบพื้นที่สนามบินทั้งหมด อีกทั้งศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 1 ปี พร้อมประเมินว่าจะก่อให้เกิดการลงทุนในช่วงปี 2562 ขณะที่โครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2566

สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา
สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา

โดยโครงการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกจะใช้งบลงทุนมากกว่าแสนล้านบาทในการพัฒนาพื้นที่ระยะเร่งด่วน โดยจะมีการก่อสร้างทางวิ่ง หรือ รันเวย์ใหม่ อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา ระยะที่หนึ่ง บนพื้นที่ 570 ไร่ ศูนย์ขนส่งสินค้าทางอากาศ ระยะที่หนึ่ง และศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรการบินระยะที่สอง

สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา
สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา

นอกจากนี้จะมีการจัดทำโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยง 3 สนามบินคือ อู่ตะเภา-สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง ภายใต้มูลค่าการลงทุนกว่า 60,000 ล้านบาท โดยในระยะแรกคาดว่า ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 30 ล้านคนต่อปี และจะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจหลายแสนล้านบาท

พบแล้ว! ครูว่าที่เจ้าสาว หายตัวไปกับสาวทอม ครูโรงเรียนเดียวกัน

พบตัวแล้ว! ครูเกาะสมุย ว่าที่เจ้าสาวหายตัวไปกับสาวทอม ครูโรงเรียนเดียวกัน 

วันนี้(23 ก.พ.) เวลา 12.00 น.  จากกรณีที่ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Aommi’e SC ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความในเพจสุราษฎร์ธานี ว่า “ขออนุญาติค่ะ ถ้าผิดกฎลบได้นะคะ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 61 คนนี้คือพี่สาวเราคะ ชื่อแป้ง จันจิรา ใจงาม เป็นครูสอนอยู่ที่ วัดบุณฑริการาม อ.เกาะสมุย หายตัวไปขณะที่กำลังเดินทางกลับจากท่าเรือดอนสัก เข้าตัวเมืองสุราษฎร์ เดินทางจะกลับบ้านมาแต่งงาน ตอนนี้ทุกคนที่บ้านเป็นห่วงมาก ติดต่อไม่ได้เลย ไปแจ้งตำรวจแล้ว พี่เรากำลังจะแต่งงานวันที่ 25 ก.พ. นี้แล้ว ช่วยแชร์หน่อยนะคะ ตอนนี้ที่บ้านเป็นห่วงมากค่ะ ใครพบเห็น ช่วยแจ้งเบาะแสหน่อย แจ้งเบาะแสได้ที่ โทร 0896502308 , 0845165629 ขอบคุณมากๆนะคะ ช่วยกันแชร์หน่อยนะ” หลังที่มีการโพสต์ออกไปได้มีผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น พร้อมให้เบาะแสเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ต่อมาได้สอบถามนางเยาวลักษณ์ แม่ของครูแป้ง เล่าว่า น้องแป้งเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เกาะสมุย มาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว พร้อมกับเรียนต่อระดับปริญญาโทในวันเสาร์-อาทิตย์ไปด้วยใกล้จะเรียนจบแล้ว ในช่วงเที่ยงของวันที่ 21 ได้คุยกับน้องแป้งเรื่องงานแต่งงานของลูกสาวที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 ก.พ.นี้ ซึ่งก็เป็นการติดต่อได้ครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อน้องแป้งได้เลย

กระทั่งเมื่อวันที่ 22 ได้ติดต่อไปที่โรงเรียนที่น้องแป้งสอน ได้ทราบว่า น้องแป้งไม่ได้มาสอน ด้วยความเป็นห่วงพ่อของน้องแป้ง จึงได้เดินทางไปตามหาลูกสาวที่เกาะสมุย พร้อมกับไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.บ่อผุด จากนั้นได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูห้องพักของน้องแป้งพบว่าภายในห้องมีร่องรอยเหมือนการต่อสู้ การ์ดแต่งงานถูกฉีกขาด ส่วนภายในห้องเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของน้องแป้งยังอยู่ครบ

จากการสอบถามทราบมาว่า ก่อนที่ครูแป้งจะหายตัวไปนั้น มีคนได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ซึ่งทางญาติคิดว่าคนที่พาน้องแป้งไปน่าจะเป็นครูแหม่มที่มีลักษณะเป็นทอมบอย สอนหนังสืออยู่โรงเรียนเดียวกัน ที่ผ่านมาน้องแป้งเล่าให้ฟังว่า ครูทอมคนนี้ได้แอบชอบน้องแป้ง แต่น้องแป้งบอกว่ามีแฟนแล้ว และทางพ่อของน้องแป้ง จึงไปขอพบครูทอม แต่ทราบว่าไม่ได้มาทำงานเช่นกัน จึงคาดว่าครูทอมน่าจะพาน้องแป้งหายไป โดยภาพจากล้องวงจรปิดที่ท่าเทียบเรือซีทรานเฟอร์รี่ ฝั่งเกาะสมุย พบว่าช่วงเช้าเวลา 05.00 น. วันที่ 22 ก.พ. จับภาพรถกระบะของครูทอมขับลงเรือเฟอร์รี่ไปยังท่าเรือดอนสัก ทำให้คาดว่าครูแป้งจะอยู่ในรถคันนั้นด้วย

ล่าสุดเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน น.ส.จันจิรา หรือครูแป้ง ใจงาม ได้เดินเข้าบ้านพัก ซ.หลังธนาคารออมสินแล้ว อยู่ในสภาพอิดโรยพร้อมกับโผเข้ากอดนางเยาวลักษณ์ ผู้เป็นแม่ ท่ามกลางความดีอกดีใจของบรรดาญาติๆ ที่เฝ้ารอที่บ้านด้วยความเป็นห่วงจำนวนมาก และพร้อมกล่าวขอโทษทุกคนที่ทำให้เป็นห่วง พร้อมกับพูดสั้นๆ ว่าไปพูดคุยปรับความเข้าใจกัน และบอกครูทอมว่าตนตั้งครรภ์อยู่ ครูทอมก็เข้าใจขับรถมาส่งตัวเองกลับบ้าน เพื่อเข้าวิวาห์กับแฟนหนุ่มในวันที่ 25 ก.พ.นี้ ส่วนการแต่งงานในวันที่ 25 ก.พ.นี้นั้น ทางนางเยาวรัตน์ ผู้เป็นแม่ระบุว่าต้องเลื่อนออกไปก่อน ค่อยว่ากันอีกที

ด้าน พ.ต.ท.ศิรชัย เกิดศรี รอง ผกก.สืนสวน เปิดเผยว่า เรื่องนี้ทางพ่อของครูแป้งได้มาลงบันทึกประจำวันเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมาว่าบุตรสาวหายตัวไป ตอนนี้พบตัวแล้ว และถ้าครูแป้งให้การว่าถูกบังคับกักขังหน่วงเหนี่ยว หรือถูกทำร้ายร่างกาย หรือลักพาตัว ถ้าประสงค์จะมาแจ้งความดำเนินคดีก็สามารถมาแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.บ่อผุด