วันนี้ในอดีต 10 ปีที่แล้ว “ทักษิณ” ก้มกราบแผ่นดิน

วันนี้ในอดีต 10 ปีที่แล้ว “ทักษิณ” ก้มกราบแผ่นดิน หลังออกจากประเทศลี้ภัยไปอยู่อังกฤษ กรณีตกเป็นจำเลยในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก

หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 ได้มีภาพของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปรากฏและเป็นข่าวโด่งดังซึ่งประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก กับกรณีการก้มกราบแผ่นดิน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากที่ นายทักษิณ ต้องออกจากประเทศไทยและลี้ภัยไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ถึง 1 ปี 5 เดือน เนื่องจากถูกปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งนำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ในฐานะคณะปฏิรูปการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัติย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. เมื่อปี 2549

โดยในวันดังกล่าว เมื่อนายทักษิณเดินทางมาถึง ได้อยู่ภายในห้องวีไอพีกับครอบครัว ซึ่งเป็นห้องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจัดเตรียมไว้ให้เซ็นรับทราบข้อกล่าวหา รวมถึงทำกระบวนการต่างๆ ตรวจพาสปอร์ต จากนั้นได้เดินออกจากอาคารสนามบินสุวรรณภูมิทักทายอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย รัฐมนตรี และ ส.ส. ที่มายืนรอต้อนรับ

ต่อมานายทักษิณจึงก้มลงกราบที่พื้นดิน และไหว้พร้อมโบกมือให้กับประชาชนที่เดินทางมาต้อนรับขณะที่มีเสียงโห่ร้องและเชียร์ให้กำลังใจดังกึกก้อง

จากนั้นนายทักษิณได้เข้ามอบตัวที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีตกเป็นจำเลยในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ร่วมกับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ซึ่งศาลอนุมัติให้ประกันตัว และในระหว่างนั้นนายทักษิณได้ขออนุญาตศาลฎีกาฯ เดินทางออกนอกประเทศในวันที่ 31 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม 2551 โดยให้เหตุผลว่าไปปฏิบัติภารกิจประเทศจีนและญี่ปุ่น

ซึ่งองค์คณะพิจารณาคำร้องและเหตุผลของจำเลยจึงอนุญาตให้ออกนอกประเทศได้แต่ต้องกลับมารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 11 สิงหาคม และเมื่อถึงวันนัดนายทักษิณไม่ได้เดินทางไปรายงานตัว รวมถึงไม่ได้กลับมายังประเทศไทยอีกเลย

วัฒนาไม่เชื่อ จะมีเลือกตั้ง ก.พ.62 ลั่น! ทุกฝ่ายพร้อม มีแค่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่พร้อม

“วัฒนา” ไม่เชื่อจะมีเลือกตั้ง ก.พ.62 เย้ยทุกฝ่ายพร้อมมานานแล้วมีแค่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่พร้อมและเลื่อนโรดแม็ปมาโดยตลอด

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พูดในรายการคืนวันศุกร์เกี่ยวกับเงื่อนไขการเลือกตั้งว่า ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทุกฝ่าย ทั้งพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้งและ กกต. โดยจะเชิญ กกต. กรธ. รวมถึงทุกพรรคการเมืองมาพูดคุยหารือ การเลือกตั้งควรเกิดขึ้นในวันเวลาที่ทุกฝ่ายพร้อม ทุกฝ่ายต้องช่วยกันรักษาบรรยากาศ ต้องไม่ขัดแย้งและไม่แบ่งฝ่ายกันอีก และจะต้องสัญญาว่าหลังเลือกตั้งจะต้องมีรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ร่วมมือกันทำในสิ่งที่ประชาชนต้องการ

รวมถึงการปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติต่อไป ซึ่งคำพูดดังกล่าวสะท้อนตัวตนของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ไม่เคยสำนึกว่าการเลือกตั้งเป็นสิทธิทางการเมืองของประชาชนอันถือเป็นสิทธิมนุษยชนจึงไม่อาจตั้งเงื่อนไขกับประชาชน อีกทั้งการขัดแย้งทางความคิดถือเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากประเทศไม่ใช่ค่ายทหารและประชาชนไม่ใช่พลทหารที่จะมาสั่งหันซ้ายหรือหันขวาได้ตามใจชอบ

ทั้งนี้ นายวัฒนา ทิ้งท้าย ประชาชนฝากบอก พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมีความพร้อมมานานแล้ว มีเพียงฝ่ายเดียวที่ไม่เคยพร้อมและไม่คิดจะพร้อมคือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เลื่อนการเลือกตั้งมาโดยตลอด ส่วนที่เพิ่งบอกว่าจะมีการเลือกตั้งไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นั้น พล.อ.ประยุทธ์ เคยพูดแบบนี้มา 4-5 ครั้งแล้วจนกลายเป็นโรดแมปรายปีและจะพูดแบบนี้ทุกครั้งเมื่อเริ่มจนตรอก ดังนั้น หากจะมีใครจะเชื่อถืออีกก็ถือเป็นเสรีภาพ แต่สำหรับตนเองเลิกเชื่อมานานแล้ว

ตามคาด! ศาลอนุมัติหมายจับ ‘ครูปรีชา -เจ๊บ้าบิ่น’ 3 ข้อหา

ไม่รอด! ศาลอนุมัติหมายจับและหมายค้น ‘ครูปรีชา – เจ๊บ้าบิ่น’ คดีหวย 30 ล้าน แล้ว

เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับ นายปรีชา ใคร่ครวญ ครู และนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น ผู้เกี่ยวข้องในคดีหวย 30 ล้าน ใน 3 ข้อหา คือ มาตรา172 ผู้ใดแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีพนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชาชนเสียหายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือ ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ , มาตรา173 ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกิน หกหมื่นบาทและ บาท และ มาตรา174 กระทำการ เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้นผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า ศาลไม่ได้ร้องขอพยานหลักฐานใดเพิ่มเติม เนื่องจากหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอแล้วในสำนวนที่ 2 ซึ่งเป็นสำนวนที่ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล แจ้งเอาผิด นายปรีชา ใคร่ครวญ ในข้อหาแจ้งความแท็จ ส่วนตัวบุคคลที่ยื่นขอหมายจับและข้อหา เป็นไปตามข่าวที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ ส่วนศาลจะพิจารณาให้ออกหมายเรียกหรือออกหมายจับให้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

นอกจากนี้ ผู้บังคับการกองปราบปราม ยังเปิดเผยว่า จะมีการนำหมายจับไปแสดงต่อผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ นายปรีชา ใคร่ครวญ และนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น ซึ่งจะต้องนำตัวมาสอบปากคำที่กองปราบปราบต่อไป