ปลื้ม! ม.ค.ต่างชาติเข้าไทย 3.5 ล้านคน ทำรายได้ 1.8 แสนล้านบาท

กระทรวงท่องเที่ยว พอใจ ม.ค. ต่างชาติเข้าไทย 3.5 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 10 สร้างรายได้ 1.8 แสนล้านบาท

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์ ท่องเที่ยว เดือนมกราคมปี 2561 ว่า ในช่วงเดือนมกราคมมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 3,544,528 คน เป็นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกมากที่สุด 2,146,156 คน รองลงมาจะเป็นนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรปที่ในปีนี้เดินทางมาท่องเที่ยวไทยเพิ่มมากขึ้นถึง 901,412 คนจากปีก่อน 811,741 คน นอกจากนั้นจะเป็น อเมริกา เอเชียใต้ โอเชียเนีย ตะวันออกกลางและแอฟริกาตามลำดับ

โดยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวร้อยละ 10.87 ตามการขยายตัวของนักท่องเที่ยวทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียใต้สูงถึงร้อยละ 20.65 จากการเพิ่มเส้นทางบินสู่เมืองรองในอินเดีย ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ทั้งนี้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ก่อให้เกิดรายได้ 188,890.60 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 11.59 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่การท่องเที่ยวของชาวไทยในปี 2560 มีชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจำนวน 153 ล้านคนต่อครั้งขยายตัวร้อยละ 4.39 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวของชาวไทยสร้างรายได้ 956,753 ล้านบาทขยายตัวร้อยละ 8.38 จากปีที่ผ่านมา

ส่วนภาพรวมรายได้การท่องเที่ยวภายในประเทศปี 2560 มีรายได้ 2,781 พันล้านบาทขยายตัว 10.51 จากปี 2559 เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1,824 พันล้านบาทและการท่องเที่ยวภายในประเทศของชาวไทย 957 พันล้านบาท

เปิดชื่อ 50 อันดับ ตระกูลเจ้าสัวภูธร รายได้รวมเกินกว่าหมื่นล้านบาท

Money2know เผยผลสำรวจ รายชื่อ 50 เจ้าสัวภูธรที่ทำธุรกิจในต่างจังหวัดแล้วทำรายได้เกินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ในปี 2559 พบตระกูลคนรวยในพื้นที่ต่างจังวหัดส่วนใหญ่ของไทยอยู่ในแถบ จ.ภาคใต้

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Money2know ได้มีการเปิดเผยรายชื่อ 50 เจ้าสัวภูธรที่ทำธุรกิจในต่างจังหวัดแล้วทำรายได้เกินกว่า 1 หมื่นล้านบาท หลังได้มีการสำรวจเจ้าสัวภูธรทั่วประเทศ รวม 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ที่มีรายได้ในปี 2559

ซึ่งจากการสำรวจพบว่า เจ้าสัวภูธรส่วนใหญ่ใน 50 อันดับ  เป็นธุรกิจในจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ มีจำนวน 18 บริษัท ส่วนใหญ่ผลิตยางพารา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออีสาน 8 บริษัท, ภาคตะวันออก จำนวน 5 บริษัท, ภาคกลาง จำนวน 10 บริษัท, ภาคเหนือ จำนวน 3 บริษัท และบริษัทในพื้นที่ปริมณฑลอีก 6 บริษัท

โดยบริษัทที่ทำรายได้สูงสุดอันดับที่ 1 อยู่ที่จังหวัดสงขลา ได้แก่ ตระกูล “สินเจริญกุล”  ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ผู้ประกอบการยางธรรมชาติแบบครบวงจร เบอร์ 1 ของโลก  มีรายได้รวมในปี 2559 ถึง 38,950.26 ล้านบาท

ขณะที่อันดับ 2 เป็นของตระกูล เกิดวงศ์บัณฑิต จังหวัดภูเก็ต เจ้าของ บจ.วงศ์บัณฑิต มีรายได้ 25,297.64 ล้านบาท

อันดับ 3 ตระกูลธีรศานต์วงศ์ จังวหัดสงขลา เจ้าของ บจ.เซาท์แลนด์รีสอร์ต มีรายได้ 24,480.80 ล้านบาท

อันดับ 4 ตระกูลสุริยวนากุล จ.ร้อยเอ็ด เจ้าของ บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ มีรายได้ 19,474 ล้านบาท

อันดับ 5 ตระกูล “เฉลิมวุฒินันท์” เจ้าของบริษัท เอเชีย โกลเด้น ไรซ์ จำกัด  ซึ่งถือเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของประเทศ มีรายได้รวม 19,275.96 ล้านบาท

ทั้งนี้ การสำรวจเจ้าสัวภูธรดังกล่าวสำรวจรวม 76 จังหวัด ไม่นับรวมธุรกิจที่มีศูนย์กลางอยู่ในกรุงเทพมหานคร และไม่นับรวมธุรกิจ ซึ่งขอรับการส่งเสริมการลงทุน จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อจะทำให้ได้เห็นภาคธุรกิจที่แท้จริงในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย

สำหรับอันดับอื่นๆ มีดังต่อไปนี้

เจ้าสัวภูธร, ข่าวสดวันนี้

เจ้าสัวภูธร, ข่าวสดวันนี้

เจ้าสัวภูธร, ข่าวสดวันนี้

ข้อมูลข่าว/ภาพ จาก money2know.com

‘ประยุทธ์’ ย้ำไทยนิยมมุ่งสร้างชาติ ไม่ใช่การแจกเงิน ลั่นไม่ให้มีทุจริต

“พล.อ.ประยุทธ์” เตือนประชาชนไม่ให้ใครบิดเบือนราคาข้าว ย้ำไทยนิยมมุ่งสร้างชาติ ไม่ใช่การแจกเงิน ลั่นไม่ให้มีทุจริต

วันนี้(21 ก.พ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะเยี่ยมชมตลาดน้ำบ้านศาลาดิน ซึ่งได้มีการขับเคลื่อนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตรเชื่อมโยงตลาดประชารัฐ รวมทั้งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัยต่อสุขภาพบนพื้นฐานความต้องการและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน รวมถึงหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยยึดหลักแนวคิด เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้พูดคุย ทักทายและอุดหนุนพ่อค้า แม่ค้า พร้อมสอบถามรายได้ และยังกล่าวว่า การลงมาวันนี้ถือเป็นโครงการแรกที่รัฐบาลเปิดทั่วประเทศเพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน และส่งเสริมให้มีรายได้ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยรัฐบาลมาให้ความรู้ ทั้ง เทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือเป็นกลุ่มสหกรณ์ และความรู้เรื่องทุนครอบครัวของเกษตรกร

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเตือนประชาชนอย่าให้ใครมาบิดเบือนราคาข้าวที่ได้แก้ไข โดยโครงการไทยนิยมคือคนไทยนิยมสร้างคุณงามความดีให้กับประเทศชาติและส่วนรวมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ตลอดจนเงินทุกบาทจะต้องไม่มีการรั่วไหลใครทุจริตขอให้บอกมา เพราะการเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยจะต้องเป็นแบบยั่งยืน และต้องดูสิ่งที่ทุกคนเรียกร้องนั้นใช่หรือไม่ เพราะไม่ใช่ก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่เมื่อถึงเวลาก็จะสามารถเลือกตั้งได้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวขอบคุณทุกร้านทุกคน และได้มอบแนวทางไปว่า อะไรที่ทำแล้วได้กำไรให้ทำต่อไป ตลอดจนเรียนรู้การผลิตและการตลาดที่ต้องดูว่ามีคนซื้อหรือไม่ อาจจะมีการตั้งกล่องรับฟังคำติชมเพื่อนำไปปรับปรุง ขณะเดียวกันหากยังมีใครแจกเงินอยู่ขออย่าไปเชื่อ และอย่าให้ใครมาบิดเบือนสร้างความร้าวฉาน ซึ่งส่วนตัวก็ไม่เคยแจกเงินให้ใครทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม หากประชาชนในพื้นที่ได้รับปัญหาใดขอให้ไปรวบรวมมา พร้อมกล่าวด้วยว่าคนไทยบางส่วนยังไม่เข้าใจกฏหมาย ที่ส่วนใหญ่เอื้อประโยชน์ให้กับทุกคนและทำให้เกิดความเท่าเทียม จึงขอให้ทุกคนเรียนรู้กฏหมายเพื่อไม่ให้คนที่รู้กฏหมายมาเอารัดเอาเปรียบได้