วอนช่วย ด.ญ.เรียนดี เดิน 6 กิโลไป รร.ประทังชีวิตด้วยเศษอาหารจากศาลพระภูมิ

เผยเรื่องราวชีวิตสองแม่ลูกสู้ชีวิตอาศัยกระท่อมริมคลอง เก็บเศษอาหารจากกองขยะและศาลพระภูมิ ให้ลูกสาวประทังชีวิต แถมต้องเดินไปเรียนวันละ 6 กิโลเมตร

วันที่ 23 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวของสองแม่ลูก ที่อาศัยอยู่ที่กระท่อมริมคลองสาธารณะ โดย เด็กหญิงจุฑามาศ เสนธรรม อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นลูกสาว และเรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย อ.เมืองเชียงใหม่ ต้องตื่นแต่เช้า เดินไปเรียนไปกลับ 6 กิโลเมตร ส่วนนาง สุณีย์ เสนธรรม อายุ 59 ปี มารดาที่พิการทางสายตา 1 ข้าง และ ป่วยด้วยโรคหัวใจ ต้องไปเก็บเศษอาหารจากกองขยะและศาลพระภูมิ ให้ลูกสาวประทังชีวิต เผยยากจนแต่ไม่เคยท้อ เรียนเก่งได้เกรดเฉลี่ย 3.5 แถมเป็นนักกีฬาระดับจังหวัดได้เหรียญมากมาย

มีการเปิดเผยข้อมูลว่า แม่ลูกคู่นี้พักอาศัยอยู่ในกระท่อมกว้าง 2 เมตร ริมคลองสาขาของคลองแม่ข่า ติดกับโครงการเจเจมาร์เก็ต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยในแต่ละวันนางสุณีย์ จะออกไปเก็บเศษอาหารที่ชาวบ้านทิ้งในถังขยะและตามศาลพระภูมิในตลาดมาให้ลูกประทังชีวิต รวมทั้งเก็บเศษขยะขาย แต่รายได้ไม่แน่นอน บางวันก็ไม่มีเงินให้ลูกไปเรียน ต้องอดอาหารกลางวัน

แม้จะยากจน แต่เด็กหญิงจุฑามาศ ก็ตั้งใจเรียน ได้เกรดเฉลี่ย 3.5 และยังเป็นนักกีฬาประเภทกรีฑาระดับจังหวัด แข่งขันวิ่งและกระโดดสูงได้รางวัล ทั้ง เหรียญทองและถ้วยรางวัลมากมาย สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนและจังหวัด โดยมีความฝันอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ

ด.ญ.จุฑามาศ ยังรักการเรียน แม้จะต้องเดินไปและกลับโรงเรียนทุกวันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย โดยจะตื่นตั้งแต่เช้าตี 5 และเดินไปถึงโรงเรียน ประมาณ 07.30 น. ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ช่วงเย็นก็จะเดินกลับมาทำการบ้านและช่วยแม่เก็บเศษขยะมาขาย ส่วนกลางคืนไม่มีไฟฟ้า ก็จะใช้ไฟฉายในการอ่านหนังสือ โดยวอนขอความช่วยเหลือจากสังคม และผู้มีจิตเมตตา ในการช่วยเหลือ เรื่องที่อยู่อาศัย หรือมีเงินทุนให้แม่ได้ขายของ เพื่อเป็นรายได้

พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า ขณะลงพื้นที่สำรวจ เพื่อจะนำข้าราชการตำรวจมาพัฒนาขุดลอกคลองแม่ข่า ตามโครงการทำความดีด้วยหัวใจ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพย วรางกูร คลองแม่ข่า มาพบสองแม่ลูก จึงสงสารพร้อมมอบเงินช่วยเหลือ ในเบื้องต้นจำนวนหนึ่ง และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือต่อไป และเป็นห่วงน้องด้วย ที่กำลังโตเป็นสาวและที่พักก็ไม่มีรั้วรอบขอบชิด ฝาบ้านก็ไม่มี เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงประสานสื่อมาช่วยเป็นสื่อกลางในการให้ความช่วยเหลือด้วย

ระทึก ! สาวก ‘กลุ่มไอเอส’ ยิงตำรวจจับตัวประกันที่ฝรั่งเศส

ผู้สวามิภักดิ์ต่อกลุ่มหัวรุนแรงไอเอสใช้อาวุธปืนยิงตำรวจ ก่อนจับตัวประกันในซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองเตรเบสทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

วันที่ 23 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวกรณี เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงตำรวจบาดเจ็บ 1 คนแล้วหลบหนีเข้าไปในห้างซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อซูเปอร์ยูสโตร์ในเมืองเทรเบสทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสก่อนจะจับคนในห้างสรรพสินค้าไว้เป็นตัวประกัน โดยมีการระบุด้วยว่า คนร้ายตะโกนสรรเสริญพระเจ้า และประกาศว่าจะฆ่าทุกคน จึงเชื่อว่าคนร้ายเป็นผู้สวามิภักดิ์ต่อ’กลุ่มไอเอส’

ทั้งนี้นายเอดัวร์ ฟีลิป นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส และนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งฝรั่งเศส ออกมากล่าวตรงกันว่าเหตุการณ์นี้มีความเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ขณะที่หลังจากเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง กลุ่มไอเอสได้ออกมาประกาศอ้างความรับผิดชอบเหตุดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตามเจอร์ราร์ด โคลลอมบ์ รัฐมนตรีมหาดไทยของฝรั่งเศสยืนยันผ่านทวิตเตอร์ว่า คนร้ายเสียชีวิตแล้ว ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์จี้จับตัวประกันครั้งนี้มีตัวประกันเสียชีวิต 3 ศพ และคนร้ายที่เสียงชีวิตจากการบุกควบคุมสถานการณ์อีก 1 ศพ

ที่มา www.theaustralian.com.au

โจรใจบาปเข้าไปงัดตู้บริจาคในวัดอุ้มเณรน้อยไปทุบ

โจรใจบาปเข้าไปงัดตู้บริจาคในศาลาการเปรียญ ก่อนอุ้มเณรน้อยไปทุบ ได้เงินไป 15,000 บาท

พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว สารวัตร สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุ มีคนร้ายเข้าไปงัดตู้บริจาค ที่วัดศิลาอาสน์ หมู่ 5 ตำบลบ้านจั่น จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย ตำรวจเขตงาน บ้านจั่น ในที่เกิดเหตุพบกับนายทองพูน เหล่าพิสัย อายุ 61 ปีอยู่บ้านเลขที่ 65ม.5 ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไป ที่ศาลาการเปรียญ คนร้ายได้งัดตู้บริจาคเหล็กสีเขียวพังเสียหาย ข้างในมีเงินจำนวนประมาณ 5,000 บาท หายไป นอกจากนี้คนร้ายได้อุ้มรูปปั้นเณรน้อยลงมาจากศาลาการเปรียญ มาตั้งไว้ข้างศาล ก่อนทุบช่องเก็บเงินด้านหลังรูปปั้นพังเสียหาย ข้างในมีเงินจำนวน 10,000 บาท ถูกคนร้ายขโมย ก่อนหลบหนีไป นายทองพูน เหล่าพิสัย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.5 บ้านศรีวิไล ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่มาทำบุญว่ามีคนร้ายเข้ามางัดตู้บริจาค จึงได้มาดู

ซึ่งพบว่าคนร้ายงัดตู้บริจาค บนศาลาการเปรียญ และอุ้มรูปปั้นเณร ลงไปข้างล่าง ทำการงัด โดยเงินจำนวนดังกล่าว ชาวบ้านมาบริจาค ซึ่งทางวัดจะเปิดตู้บริจาคนำมาใช้เอาไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งมีเจ้าอาวาท จำพรรษา อยู่ที่วัดแห่งนี้เพียงแค่รูปเดียว ได้มีชาวบ้านเห็นมีชายแปลกหน้า ขับรถจักยายนต์ ลักษณะ ใส่หมวกกันน็อคสีดำ สวมเสื้อกางเกงสีดำ ขี่เข้ามาจอดภายในวัด ไม่นานก็รถขี่ออกไป แล้วเมื่อคืนนี้ ช่วงเวลา 02.00 น. ชาวบ้านก็ได้ยินเสียงหมาเห่า ภายในวัด จนกระทั่งเช้าวันนี้ ชาวบ้านมาทำบุญที่วัด ก็พบรูปปั้นเณรน้อยที่เป็นตู้บริจาค ถูกอุ้มลงมาจากศาลาแล้วโดนงัด และตู้บริจาคที่อยู่บนศาลาการเปรียญก็โดนงัดเช่นเดียวกัน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาทำการตรวจสอบ

พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว เปิดเผยว่า ศาลาการเปรียญไม่ได้ล็อคกุญแจที่ประตู ทำให้คนร้ายสามารถเข้าไปอย่างง่ายได้ ทำการงัดตู้บริจาคที่อยู่บนศาลา แล้วอุ้มรูปั้นเณรน้อง ลงมาไว้ข้างล่าง ทำการงัด เอาเงินบริจาคไปจนหมดทั้งสองตู้ ซึ่งทางตำรวจนำตู้บริจาครูปั้นเณรน้อย ไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย เพื่อเป็นเบาแส ในการติดตามตัวจับกุมโจรใจบาปรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป