สมชัย เข้า กกต. เก็บของใช้ส่วนตัว ปัดพูดล้ำเส้นรัฐบาล

สมชัย เข้า กกต. เก็บของใช้ส่วนตัว หลังถูกคำสั่ง ม.44 พ้นตำแหน่ง ปัดพูดล้ำเส้นการทำงานรัฐบาล ยึดหลักกฎหมาย

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เดินทางเข้าสำนักงาน กกต. เพื่อเก็บของใช้ส่วนตัวภายหลังหัวหน้า คสช. มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง พร้อมยืนยันว่า การให้สัมภาษณ์ของตนเองไม่ได้ล้ำเส้นการทำหน้าที่ของรัฐบาล และ คสช. แต่เป็นการพูดตามหลักของกฎหมาย

โดยชี้ให้เห็นถึงโรดแมปการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วกว่าการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยเฉพาะข้อเท็จจริง ที่ กกต. จะต้องเป็นฝ่ายกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน นับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้ง

พร้อมชี้ว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีออกมายอมรับว่ามีฝ่ายกฎหมายขอให้ปลดตนเองพ้นจากตำแหน่งนั้น สะท้อนให้เห็นว่า ทีมที่ปรึกษากฎหมายของนายกรัฐมนตรีขาดความรอบรู้ ทำงานผิดพลาด ทำให้นายกรัฐมนตรีเข้าใจผิด ดังนั้นหากตนเองสามารถชี้ได้ว่าข้อมูลที่พูดเป็นความจริง นายกรัฐมนตรีต้องคืนความเป็นธรรมให้ตนเอง และในเมื่อทีมที่ปรึกษากฎหมาย เสนอสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ควรใช้ ม.44 ปลดทีมกฎหมาย และตนก็พร้อมรับหน้าที่แทน

กองทัพบกไม่การันตี ไร้พลทหารเสียชีวิตจากการฝึก

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ไม่รับประกัน ไม่เกิดเหตุพลทหารถูกซ้อมเสียชีวิต รับมีเล็ดลอดบ้าง แต่ก็จะฟันไม่เลี้ยงหากสอบแล้วพบกระทำผิด ขณะที่ปีนี้กองทัพเกณฑ์ชายไทยรับใช้ชาติ กว่าแสนคน

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา พล.อ.วีรชัย อินทุโศภน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานการเเถลงข่าวการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2561 ถึงมาตรการป้องกันไม่ให้พลทหารถูกทำโทษจนเสียชีวิตระหว่างเข้าประจำการทำการฝึก ว่า

เกณฑ์ทหาร, ข่าวทหาร, ทหารเกณฑ์

กองทัพไม่สามารถยืนยันได้ 100% ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์พลทหารถูกลงโทษถึงขั้นเสียชีวิต แต่กระนั้นทางกองทัพก็จะระมัดระวังไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งหากพบคนทำผิดจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นกองทัพยืนยันจะลงโทษเอาผิด 100% เช่นกัน

‘การลงโทษทหาร เช่น ยึดพื้น ลุกนั่งนั้นสามารถทำได้ แต่ส่วนที่ทำร้ายร่างกายถูกเนื้อต้องตัว ถือเป็นความผิดอาญาจะต้องถูกดำเนินคดีรวมถึงผิดวินัยทหาร ทุกคนมีความเข้าใจชัดเจน แต่ก็คงไม่มีคนทำถูกต้องทั้งหมดอาจจะมีเล็ดลอดกระทำผิดบ้าง หากตรวจพบก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมายชัดเจน’

ขณะที่ พล.ท.ณฐพนธ์ ศรีสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก กล่าวถึงขั้นตอนการฝึกทหารใหม่ว่า จะมีการปรับสภาพพฤติกรรมจากเป็นพลเรือนมาเป็นทหาร เพื่อให้มีความสามารถในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมทั้งสภาพจิตใจ ขวัญกำลังใจพร้อมปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ

โดยช่วงแรกต้องเข้ารับการฝึกปรับสภาพเป็นเวลา 10 สัปดาห์ ก่อนจะแยกย้ายไปสังกัดหน่วยของตนเองต่อไป ส่วนการลงโทษทหารนั้นจะอยู่ในวิสัยของผู้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่ดูแลการฝึกทหารใหม่ ซึ่งทหารใหม่บางคนอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้นต้องทำให้เขารู้ว่าเขาทำผิด ต้องมีการอบรมพัฒนาตลอดเวลา และทหารที่ทำความผิดต้องอยู่ในสายตาของครูฝึกตลอดเวลา ซึ่งเรามีอัตราที่ดูแลพลทหาร 8 คน ต่อครูฝึก 1 คน

สำหรับในปีนี้ (2561) มีชายไทยเขา้รับเกณฑ์ทหารทั้งประเทศประมาณ 356,978 คน โดยเป็นผู้ที่เกิด พ.ศ.2540 และเกิด พ.ศ.2539 ถึง พ.ศ.2532 ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือกฯ หรือคนที่มีผลการตรวจเลือกในปีที่ผ่านมายังไม่เสร็จสิ้น

ซึ่งทางราชการมียอดความต้องการทหารกองประจำการจำนวน 104,734 คน โดยจะทำการตรวจเลือกระหว่างวันที่ 1 ถึง 12 เมษายน 2561 ณ สถานที่ตรวจเลือกตามที่กำหนดไว้ในหมายเรียกฯ (แบบ สด.35) ของผู้อำนวยการเขต หรือ นายอำเภอภูมิลำเนาทหาร

‘รังสิมันต์ โรม’ คอตก ศาลรับฟ้องคดีขัดคำสั่ง คสช. ส่งตัวคุมขังทันที

“รังสิมันต์ โรม” คอตก ศาลทหารรับฟ้องคดีขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ส่งตัวคุมขังทัณฑสถานบำบัดพิเศษทันที

ที่ ศาล มทบ.23 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้ควบคุมตัวตัว นายรังสิมันต์ โรม ผู้ต้องหาในคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จากการจัดกิจกรรม “พูดเพื่อเสรีภาพรัฐธรรมนูญกับคนอีสาน” ที่ อาคารจตุรมุข คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อ 31 ก.ค.2559 มารายงานตัวตามคำสั่งศาล

ขณะเดียวกัน ศาล มทบ.23 ยังได้เบิกตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น มาเพื่อตรวจพยานเอกสารจำเลยในคดีเดียวกันด้วย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของกำลังสารวัตรทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนมาก โดยรอบเขตอำนาจศาล

ด้าน นายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่ได้ร่วมกับ ไผ่ ดาวดิน ซึ่งเรื่องของตนจะแตกต่างจากคนอื่น เพราะตนเพิ่งทราบว่า ถูกดำเนินคดีและตนก็ไม่ทราบเลย เพราะว่าไม่เคยได้รับหมายเรียก มาทราบตอนที่ถูกอายัดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว วันนี้มาพบพนักงานอัยการของศารทหาร

ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของอัยการว่าจะดำเนินการยังไงต่อไป อาจจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องก็ต้องแล้วแต่ดุลยพินิจของอัยการ ทั้งนี้การจัดกิจกรรมในวันดังกล่าวก็มีเพื่อนๆหลายคนถูกแจ้งข้อหาและมีการสั่งฟ้องไปแล้ว

ทั้งนี้หากอัยการสั่งฟ้อง และศาลรับฟ้องโดยกระบวนการทางศาลก็ต้องฝากขัง เมื่อฝากขังก็จะต้องยื่นประกันตัวและก็จะไปปล่อยตัวที่เรือนจำ ซึ่งทั้งหมดก็อยู่ที่ศาลจะมีดุลยพินิจเช่นไร ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าพนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องนายรังสิมันต์ โรม ต่อศาล

ซึ่งองค์คณะตุลาการทหารมีคำสั่งรับฟ้อง ทำให้สารวัตรทหารและจ่าศาลทำการควบคุมตัวนายรังสิมันต์ โรม ไปไว้ที่ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาชั้น 1 ศาล มทบ.23 ทันที เพื่อประสานเจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์มารับตัวไปทำการควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ขณะที่ทีมทนายความเตรียมยื่นขอประกันตัวแล้ว