กลุ่ม ” พีมูฟ ” ร้องนายกฯ เรื่องที่ดินทำกิน ยันหากเพิกเฉย อีก 30 วัน จะรวมตัวครั้งใหญ่
วันนี้ (30 มี.ค.61) ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทําเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดิเรก กองเงิน ตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) พร้อมกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) เดินทางมารวมตัวบริเวณศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กพร. ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตาม ทวงถามการแก้ไขปัญหา หลังประสบความเดือดร้อนในเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย รวมทั้งนโยบายที่ภาคประชาชนได้เสนอไว้เป็นกลไกในการแก้ปัญหา เช่น นโยบายการจัดการทรัพยากรที่ดินโดยชุมชน, นโยบายธนาคารที่ดิน, นโยบายการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม
พร้อมกับยื่นหนังสือต่อตัวแทนรัฐมนตรีจากกระทรวงต่างๆ เพื่อส่งถึงนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณามีคำสั่งเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเจรจากับตัวแทนพีมูฟ เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากนโยบายที่ไม่เป็นธรรมจากรัฐในห่วงเวลา 4 ปี กับการบริหารประเทศของรัฐบาล คสช. ประเด็นการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินไม่คืบหน้า ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักหน่วง ทั้งถูกไล่รื้อ จับกุม ถูกดำเนินคดี และถูกกำจัดสิทธิเสรีภาพในการเรียกร้อง หากรัฐบาลยังคงเพิกเฉย พีมูฟจะรวมตัวครั้งใหญ่มายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าพบกับหัวหน้าคณะ คสช.ภายในต้นเดือน พฤษภาคม นี้

โดยยื่นหนังสือถึงนายก เรื่องการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม มีดังนี้ เรียนนายกรัฐมนตรี
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เป็นกลุ่มประชาชนที่ประสบปัญหาจากความเดือดร้อนในเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และนโยบายต่างๆที่ส่งผลต่อประชาชน เช่น แผนแม่บททวงคืนผืนป่า รวมทั้งนโยบายที่ภาคประชาชนได้เสนอไว้เป็นกลไกในการแก้ปัญหา คือ นโยบายการจัดการทรัพยากรที่ดินโดยชุมชน , นโยบายธนาคารที่ดิน , นโยบายกองทุนยุติธรรม และ นโยบายการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม
จากที่รัฐบาลได้เข้ามาบริหารและแก้ไขปัญหาของประเทศ และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาขบวนการปราชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ตามคำสั่งที่ ๒๑๖ / ๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และแก้ไขนโยบายต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อชาวชุมชน เป็นระยะเวลาเกือบ ๔ ปี แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาใดๆได้ กลับเกิดปัญหาเพิ่มขึ้นมากว่าเดิม ดังนั้นขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมจึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลเพื่อให้เกิดการดำเนินงานการแก้ปัญหาต่างๆของ ขปส. ดังต่อไปนี้
1. ให้รัฐบาลสั่งการไปยังสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) (องค์กรมหาชน) เพื่อให้ปรับปรุงการดำเนินงานของสถาบันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. ให้รัฐบาลเร่งผลักดัน ร่าง พรบ.ธนาคารที่ดิน เพื่อให้เกิดการจัดตั้งธนาคารที่ดิน ในรูปบบที่เป็นองค์กร เพื่อเป็นช่องทางในการเข้าถึงที่ดินของคนจนและเกษตรกรรายย่อยอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ขปส. คัดค้านแนวคิดของกระทรวงการคลัง ที่ผลักดันให้มีการจัดตั้งธนาคารที่ดินขึ้นภายใต้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.)
3. ให้รัฐบาลดำเนินการส่งมอบพื้นที่โฉนดชุมชนที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน (ปจช.) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.๒๕๕๓ ในทันที ทั้งนี้ ได้รับสิทธิในการบริหารจัดการที่ดินร่วมกันโดยทันที
4. ให้รัฐบาลผลักดัน ร่าง พรบ.ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า (ฉบับประชาชน) ให้เป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้เป็นมาตรการในการแก้ปัญหาการกระจุกตัวที่ดิน เพื่อผลักดันให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
5. ให้รัฐบาลยุติแผนแม่บททวงคืนผืนป่าในทันที เนื่องจากการดำเนินการที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนจนและเกษตรกรรายย่อย ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ คสช. ที่ต้องการดำเนินการกับนายทุน อีกทั้ง ยังเป็นการขัดคำสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ซึ่งให้การคุ้มครองประชาชนผู้ยากไร้ โดยเสนอให้รัฐบาลผลักดันการแก้ไขกฎหมายนโยบายเพื่อรองรับสิทธิในการจัดการที่ดินและทรัพยากรของชุมชนโดยเร็ว
6. ให้รัฐบาลสั่งการเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดหาที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรบ้านวังตะเคียน อ.แม่สอด จ.ตาก ทั้ง ๖ ราย ซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายเขตเศรษฐกิจแม่สอด ทดแทนการจ่ายเงินเยียวยา โดยทันที
7. สั่งการให้หน่วยงานและกลไกที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาของ ขปส. เร่งรัดการดำเนินการให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้เกิดรูปธรรม ภายใน ๓๐ วัน