ผู้การโคราช ฟัน 2 ข้อหาโชเฟอร์ตีนผี 18 ศพรอผลเสพยา

ผู้การโคราช เผย รอผลตรวจสารเสพติดคนขับรถทัวร์มรณะ วังน้ำเขียว อย่างเป็นทางการ 5 วัน ขณะ ญาติทยอยรับศพท่ามกลางบรรยากาศความเศร้าโศก

พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบสารเสพติดภายในร่างกายของนายกฤษณะ อายุ 44 ปี คนขับรถทัวร์ซึ่งประสบอุบัติเหตุแหกโค้งข้ามเกาะกลางถนนสาย 304 เขต อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จนไปชนเข้ากับต้นไม้และเพิงค้าริมทาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 18 ศพ

เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบไม่เกิน 5 วัน โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อหากับนายกฤษณะ รวม 2 ข้อ คือ ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บและเสียชีวิต ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ ส่วนข้อหามีสารเสพติดในร่างกาย นั้น จะต้องรอผลตรวจอย่างเป็นทางการต่อไป ทางด้าน พ.ต.อ.สมร ทองกลาง ผกก.สภ.อุดมทรัพย์ ก็ได้ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างประชุมความคืบหน้าทางคดีร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

รถบัส 2 ชั้น, นครราชสีมา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทธธรรมกู้ภัยฮุก 31 จ.นครราชสีมา ได้ลำเลียงศพผู้เสียชีวิต จำนวน 18 ราย จากกรณีรถทัวร์เช่าเหมาประสบอุบัติเหตุ ที่ จ.นครราชสีมา มาส่งยังบริเวณศาลเจ้าพ่อปึงเถ่ากงม่า (โรงงิ้ว) ถนนโสมพะมิตร เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยใน จ.กาฬสินธุ์ คอยอำนวยความสะดวก

จากนั้นมีการประกอบพิธีสงฆ์ ก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้ายต่อไปส่งที่วัดดงพะยอม ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จำนวน 4 ราย วัดป่าพุทธมงคล ต.หลุบ จำนวน 8 ราย และตามบ้านเรือนผู้เสียชีวิตใน ต.ห้วยโพธิ์ และ ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ อ.ยางตลาด 2 ราย เพื่อให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาตามประเพณี ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของบรรดาญาติพี่น้อง ซึ่งบางคนร้องไห้และถึงกับเป็นลม เนื่องจากยังคงทำใจไม่ได้โดยเฉพาะบ้านกลางดง ต.ห้วยโพธิ์ มีผู้เสียชีวิตมากถึง 12 ราย ทั้งนี้ในส่วนของศพนางเรียน ธารวาวแวว ชาว ต.ห้วยโพธิ์ ผู้เสียชีวิตรายที่ 18 ญาติขอเป็นผู้นำศพกลับบ้านเอง

ด้านนายไกรสร กล่าวว่า ขณะนี้ศพผู้เสียชีวิตทั้ง 18 ราย มาถึง จ.กาฬสินธุ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในนามตัวแทนญาติผู้เสียชีวิตขอขอบคุณผู้ว่าราชการ จ.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทธธรรม หน่วยกู้ภัยฮุก 31 จ.นครราชสี ที่คอยอำนวยความสะดวกในเรื่องต่าง ๆ โดยทาง จ.กาฬสินธุ์ หน่วยงานทุกภาคส่วน ได้ระดมความช่วยเหลือ เพื่อที่จะเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตไปยังวัดและบ้าน จากนั้นก็จะมีพิธีตามศาสนา

ทั้งนี้ด้านการช่วยเหลือเบื้องต้น คปภ. จะคอยประสานงานมอบเงินให้การช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ 650,000 บาท เนื่องจากได้มีการทำประกันภัยกับบริษัทอาคเนย์ ซึ่งในวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สำหรับคณะท่องเที่ยวเดินทางไปครั้งนี้รวมทั้งหมด 50 คน โดยล่าสุดผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วจำนวน 13 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลขณะนี้มีอยู่ 19 ราย โดยมี 2 รายอาการโคม่ายังไม่พ้นขีดอันตราย

แม่ชาวขอนแก่น โวย รพ.ดังผ่าตัดทำคลอดลูกสาวเสียชีวิต

แม่ชาวขอนแก่น โวย รพ.ดังผ่าตัดทำคลอดลูกสาวเสียชีวิต ขณะผอ.ยืนยันแพทย์ทำดีที่สุดแล้ว

นางไพรวัลย์ อายุ 56 ปี ชาวบ้านวังหิน ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หลัง รพ.ชุมแพ ทำการผ่าตัด น.ส.กาญจนาพร อายุ 22 ปี บุตรสาว จนเสียชีวิต ทิ้งหลานชายแรกเกิดให้ต้องกำพร้าแม่ และไม่ได้รับความรับผิดชอบจาก รพ.ดังกล่าวแต่อย่างใด

ด้านนางไพรวัลย์ กล่าวว่า ผู้ตายซึ่งเป็นบุตรสาวได้ฝากครรภ์แบบพิเศษที่คลินิกแพทย์หญิงซึ่งเป็นแพทย์ประจำรพ.ชุมแพ โดยครบกำหนดคลอดที่รพ. วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยทีมแพทย์ได้ตรวจสภาพเด็กภายในครรภ์พบว่า ทารกไม่กลับหัว ต้องทำการผ่าตัดทำคลอด แพทย์เจ้าของไข้เป็นผู้ผ่าตัดทำคลอด พร้อมทีมพยาบาลอีก 3-4 คน

โดยทำการพาลูกสาวเข้าห้องผ่าตัดในช่วงเช้าวันดังกล่าว ซึ่งการผ่าตัดคลอด แพทย์แจ้งว่าใช้วิธีบล็อคหลัง โดยหลังจากเข้ารับการผ่าตัดได้ไม่นาน พยาบาลก็ออกมาแจ้งกับครอบครัวว่า ลูกสาวหัวใจหยุดเต้น แต่ปั้มหัวใจฟื้นคืนมาแล้ว ส่วนทารกเป็นเพศชาย น้ำหนัก 2.8 กก. ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี

แต่หลังจากผ่าตัดลูกสาวอาการไม่ดีขึ้น ต้องเข้าห้องไอซียู และเย็นวันเดียวกันได้ถูกส่งตัวไปทำการรักษาที่ รพ.ขอนแก่น แต่กว่าจะส่งตัวลูกสาวไปรักษาที่ รพ.ขอนแก่น โดยทำการพักรักษาตัวจนถึงวันที่ 8 มีนาคม ลูกสาวก็เสียชีวิตลง เมื่อสอบถามแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทำคลอดได้รับคำตอบว่า เป็นเพราะแพ้ยาบล็อคหลัง แต่พอส่งตัวไป รพ.ขอนแก่น แพทย์ได้ นำตัวเข้าเอกซเรย์ ตรวจอย่างละเอียด พร้อมกับแจ้งว่า ลูกสาวเกิดอาการติดเชื้อในปอด จากสาเหตุของน้ำคล่ำแตก ไหลเข้ากระแสเลือดและเข้าสู่ปอด ซึ่งแพทย์ รพ.ขอนแก่น ได้ทำการดูแลรักษาอย่างดี แต่ปอดติดเชื้อไปหมดจนกระทั่งเสียชีวิต

ซึ่งเมื่อลูกสาวเสียชีวิต รพ.ขอนแก่นก็ทำการออกใบรับรองแพทย์ ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจากภาวะน้ำคล่ำอุดตันเส้นเลือดที่ปอด ทำให้ครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้อย่างมาก จึงได้ไปหาแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทำคลอดอีกครั้ง เพื่อขอความช่วยเหลือ เยียวยาบ้าง แต่แพทย์รายนี้ บอกเพียงว่าเข้าใจ แต่ไม่มีเงินให้ จึงได้มอบนมผงเด็กให้ 1 กล่อง ครอบครัวจึงไม่ขอรับ และเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเอาผิดกับทางโรงพยาบาล ซึ่งก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เกิดขึ้น จึงออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม

ด้าน นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทางแพทย์ทำการผ่าตัด เพื่อทำคลอด โดยขณะนั้นมารดาเกิดมีอาการถุงน้ำคล่ำเข้ากระแสเลือด หรือทางการแพทย์เรียกว่าโรค เอ็มโบริซึ่ม (embolism) ซึ่งโรคนี้มีโอกาสน้อยที่จะเกิดขึ้นกับมารดาระหว่างคลอด แต่เมื่อเกิดขึ้นก็ยากที่จะรอดชีวิต ซึ่งทางแพทย์เมื่อทราบว่าเกิดอาการถุงน้ำคล่ำเข้ากระแสเลือด ก็ได้ทำการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และได้เร่งช่วยชีวิตเด็กในครรภ์จนสามารถช่วยเหลือเด็กเอาไว้ได้

ด้าน รพ. ยืนยันว่าได้ทำการช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่ และมีแนวโน้มดีขึ้นในขณะนั้น แต่เป็นเหตุสุดวิสัยทางการแพทย์ด้วยตัวของโรคเอ็มโบริซึ่ม ทั้งนี้ รพ.ชุมแพ และรพ.ขอนแก่น ได้ทำความเข้าใจกับญาติของผู้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งยืนยันอีกครั้งว่าได้ทำถูกต้องตามกระบวนการแพทย์ภายใต้กฎหมายรองรับทุกอย่าง อย่างไรก็ตามสำหรับการเยียวยานั้น ผู้ป่วยรายนี้มีบัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยจะเป็นไปตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งนี้ รพ. ยืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ แต่เกิดจากโรคเอ็มโบริซึ่ม หรือถุงน้ำคล่ำเข้ากระแสเลือด ที่มักจะเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่ทำการคลอดทั้งแบบธรรมชาติและการผ่าคลอด

DSI แจงขั้นตอนรับ-ไม่รับคดีหวย 30 ล้าน เป็นคดีพิเศษ

“พ.ต.ต.วรณัณ” ชี้ คดีหวย30ล้าน ต้องเข้าอนุกรรมการกลั่นกรอง ก่อนชงบอร์ดใหญ่รับไม่รับเป็นคดีพิเศษ

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ถึงขั้นตอนการพิจารณารับหรือไม่รับ สำนวนคดีลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท เป็นคดีพิเศษหรือไม่กรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับกระทรวงการยุติธรรมเพื่อขอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ

โดยพ.ต.ต.วรณันว่า เมื่อมีประชาชนมาร้องทางดีเอสไอก็จะรับเรื่องไว้พิจารณาอยู่แล้ว แต่เนื่องจากคดีหวย 30ล้าน เป็นความผิดคดีอาญา ดีเอสไอ ไม่สามารถตั้งเรื่องเป็นคดีพิเศษเเองได้ หลังจากที่ดีเอสไอ รับเรื่องไว้แล้วก็จะตรวจสอบ
ข้อมูลเบื้องต้น

จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการคดีพิเศษของ ดีเอสไอ ที่มีรองอธิบดีดีเอสไอ เป็นประธาน เพื่อทำการกลั่นกรองทำความเห็นเสนอที่ประชุมบอร์ดใหญ่ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่าอยู่ในเกณฑ์ที่จะรับได้หรือไม่ โดยที่จะประชุมจะต้องมี มติ 2 ใน 3 หรืออย่างน้อย 15 คนขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการพิจารณาดังกล่าวจะต้องดูด้วยว่าหน่วยงานปกติทำคดีถึงไหนแล้ว มีความคืบหน้าอย่างไร มีปัญหาอย่างไรหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้น หากการสอบสวนของพนักงานสอบสวนที่ทำสำนวนคดีเสร็จสิ้นและสรุปสำนวนส่งเรื่องให้อัยการแล้ว และหากอัยการไม่มีคำสั่งให้สอบเพิ่มเติม ทางดีเอสไอก็ไม่มีอำนาจในการสอบสวนเช่นกัน เพราะถือว่าอำนาจการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว เรื่องก็เข้าสู่กระบวนการชั้นศาล

รองโฆษก ดีเอสไอ กล่าวว่า ในส่วนของระยะเวลาในการพิจารณาเนื่องจากเพิ่งได้รับเรื่องเมื่อวาน( 22 มี.ค.)กองบริหารคดีจะเร่งประมวลเสนอให้อธิบดีดีเอสไอ สั่งการว่าจะมอบให้หน่วยงานไหนไปดูข้อมูลในเบื้องต้นและสรุปเรื่องเข้าคณะอนุกรรมการฯโดยไม่อยากจะไปจำกัดเวลาในการดำเนินการ