ผลตรวจหัวสุนัข กัดเด็ก 3 คน ที่สมุทรปราการ พบเป็นพิษสุนัขบ้า

ผลตรวจหัวสุนัข กัดเด็ก 3 คน ที่สมุทรปราการ พบเป็นพิษสุนัขบ้า แนะหากถูกสุนัขและแมว กัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล แม้เพียงเล็กน้อยก็อย่าได้ชะล่าใจ

จากกรณีที่สุนัขจรจัดอาการคล้ายสุนัขบ้าไล่กัดเด็กรวม 3 คน ภายในชุมชนริมน้ำโรงเรียนปากคลองมอญ หมู่ 4 ต.ศีรษะจระเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ชาวบ้านจึงตีสุนัขตัวดังกล่าวตาย ก่อนแจ้งปศุสัตว์ อำเภอบางเสาธง เข้าตัดหัวสุนัขตัวดังกล่าวส่งตรวจสอบ พร้อมทั้งนำตัวเด็กๆ ส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางเสาธง แพทย์ได้ฉีดยากันพิษสุนัขบ้า เหตุเกิดช่วงค่ำของวันที่ 20 มี.ค.2561 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดผลตรวจสุนัขตัวที่ก่อเหตุนั้น พบว่ามีเชื้อพิษสุนัขบ้าจริง  จึงประกาศให้พื้นที่ชุมชนปากคลองมอญ หมู่ที่ 4 ต.ศีรษะจระเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เป็นพื้นที่สีแดง และห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ออกจากพื้นที่ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนอาการของเด็กทั้ง 3 คนที่ถูกสุนัขกัดนั้น เบื้องต้นปลอดภัยแล้ว แต่ยังมีอาการผวาอยู่ เจ้าหน้าที่จึงให้คำแนะนำและจัดทำประวัติเพื่อให้เด็กได้รับการฉีดวัคซีนให้ครบตามที่แพทย์สั่งรวมถึงการล้างแผลทำความสะอาดทุกวันจนกว่าจะหาย พร้อมทั้งสั่งเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดขึ้นทางกรมควบคุมโรค ได้ออกประกาศแนะนำประชาชนว่า หากถูกสุนัขและแมว กัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล แม้เพียงเล็กน้อยก็อย่าได้ชะล่าใจ ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง นานประมาณ 10 นาที และใส่ยาเบตาดีนหลังล้างแผล

เพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หากได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ควรไปตามนัดทุกครั้ง  หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

พร้อมแนะวิธีสังเกตอาการของสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์จรจัดในชุมชน หากพบว่าสัตว์มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงจากเดิม เช่น มีอาการดุร้าย หรือเซื่องซึมผิดปกติ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที พร้อมทั้งหลีกเลี่ยง 5 พฤติกรรมเสี่ยงถูกสุนัขกัดหรือทำร้ายด้วย คือ

– อย่าแหย่ให้สุนัขโมโห

– อย่าเหยียบหาง หัว ตัว ขา หรือทำให้สุนัขตกใจ

– อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า

– อย่าหยิบชามข้าว หรือเคลื่อนย้ายอาหาร ขณะที่สุนัขกำลังกิน

– อย่ายุ่ง หรือเข้าใกล้สุนัข-แมวที่ไม่มีเจ้าของ หรือไม่ทราบประวัติ

ภาพสุดท้าย เหยื่อรถทัวร์มรณะ แหกโค้งที่วังน้ำเขียว

เปิดภาพสุดท้ายเหยื่อรถทัวร์มรณะเที่ยวทะเล ที่ จ.จันทบุรี ก่อนเกิดโศกนาฏกรรม ล่าสุดตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งเป็น 19 ศพ แล้ว

จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์นำเที่ยว 2 ชั้นเสียหลักแหกโค้ง ก่อนที่ตัวรถจะข้ามเกาะกลางถนนชนเพิงขายของบริเวณริมถนนทางโค้งลงเขามะกรูดหวาน ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ทำให้ผู้เสียชีวิตล่าสุดแล้ว 19 ราย ได้รับบาดเจ็บกว่า 30 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.10 น. วานนี้ (21 ม.ค.61)

โดยผู้โดยสารทั้งหมดเป็นชาวบ้านจาก ต.หลบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ที่เหมารถทัวคันดังกล่าวไปเที่ยวทะเลที่ จ.จันทรบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการเปิดเผยภาพสุดท้ายของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งได้ถ่ายภาพหมู่กันที่ ต.บ้านหลุบ จ.กาฬสินธุ์ ก่อนเดินทางไปเที่ยวที่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มของครอบครัวโรงสีข้าวขนาดเล็กในพื้นที่ และเป็นกลุ่มผู้เสียชีวิตถ่ายภาพระหว่างที่ได้ท่องเที่ยวในทะเลพื้นที่ จ.

นอกจากนี้ในบรรดาผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากยังได้ร่วมไว้อาลัยแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต อีกทั้งส่วนใหญ่ระบุว่ารถทัวร์ส่วนใหญ่มีการขับขี่ด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอย่างมาก

ภาพบางส่วนจาก ข่าวสารเมืองปราการ

โบราณสถานวัดไชยฯ เสียหายอีก หลังนทท.แห่เที่ยวตามรอยแม่หญิงการะเกด

นักท่องเที่ยวมักง่าย ปีนเหยียบขอบบัววัดไชยวัฒนาราม แตกหักเสียหายหลายจุด ด้านเจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซม พร้อมฝากให้นึกถึงความเหมาะสมในการท่องเที่ยวโบราณสถาน

เจ้าหน้าที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เข้าสำรวจความเสียหายโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม หลังพบว่า มีนักท่องเที่ยวปีนขึ้นไปเหยียบบริเวณขอบบัวพื้นโบราณสถาน ทำให้อิฐหลุดและแตกหักหลายจุด ซึ่งเป็นร่องรอยที่เพิ่งเกิดขึ้น

ซึ่งนายชาญณรงค์  แก้วเรือง นักวิชาการวัฒนธรรม อุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า อิฐที่หลุดและแตกหัก เกิดจากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นตามกระแสนิยมในปัจจุบัน ขณะที่บันไดทางขึ้นแคบ ทำให้หลายคนไม่รอที่จะขึ้นบันได แต่ใช้วิธีการปีนขึ้นและกระโดดลงมา จนทำให้อิฐขอบบัวเกิดความเสียหาย

วัดไชยวัฒนาราม, นักท่องเที่ยว, โบราณสถาน,พระนครศรีอยุธยา

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ  ได้นำตาข่ายมากั้น  ไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใกล้บริเวณขอบบัวและส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปซ่อมแซม พร้อมทั้งติดตั้งป้ายห้ามปีนป่าย พร้อมทั้งฝากไปถึงนักท่องเที่ยว ให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการเที่ยวชม ซึ่งบางจุดไม่สมควรปีนป่ายและขึ้นไปนั่ง  เพราะอาจทำให้โบราณสถานที่เป็นสิ่งมีคุณค่าเกิดความเสียหาย และหากพลัดตกลงมาอาจเกิดอันตรายกับตัวนักท่องเที่ยวเองได้

วัดไชยวัฒนาราม, นักท่องเที่ยว, โบราณสถาน,พระนครศรีอยุธยา