เปิดคลิป! แฉยับ จนท.ปศุสัตว์ กำจัดสุนัขด้วยความโหดเหี้ยม

มีการร้องเรียนกรณีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ กำจัดสุนัขด้วยความโหดเหี้ยม ด้านนายกเมืองทุ่งสง แจงมีคนถูกหมาบ้ากัด จึงประกาศพื้นที่เสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้า

จากกรณีที่ทางภาคีองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ดูแลน้องหมาวัดเขาปรีดี และวัดโคกสะท้อน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้ามาทำการกำจัดสุนัขภายในวัดด้วยวิธีการโหดเหี้ยมต่อหน้าเด็กนักเรียน และชาวบ้าน รวมทั้งพระเณรที่อยู่ภายในวัด ซึ่งมีชาวต่างชาติ ได้ถ่ายคลิปเอาไว้พร้อมตั้งคำถามกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการจับหมาของเทศบาลหรือ ซึ่งกลุ่มชายฉกรรจ์ ตอบกลับมาว่าได้รับการร้องเรียนว่ามีสุนัขที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงการติดเชื้อจำนวน 3 ตัว จึงเข้าไปกำจัดโดยใช้ยาพิษคลุกอาหารโยนให้สุนัขกิน ก่อนที่สุนัขจะชักดิ้นชักงอตายต่อหน้าเด็กในวัดพระเณรและนอกจากนี้ยังไล่ทุบตีอย่างโหดเหี้ยมจนตายแล้วจับใส่กระสอบที่เตรียมมาแล้วโยนขึ้นรถ หลังคลิปถูกเผยแพร่ ชาวเน็ต ได้เข้าชมและแชร์ พร้อมมีการแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ตำหนิการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ป่าเถื่อน โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสัตว์ มีการเรียกร้องให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง จุดแรกที่วัดเขาปรีดี เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง และสอบถามพระสงฆ์และแม่ชีในวัด ซึ่งได้รับการยืนยันว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหน้าที่มาจับสุนัขที่อยู่ในวัดจริง เพราะในวัดมีสุนัขเป็นจำนวนมาก ชาวบ้าแอบมาปล่อยเยอะ แต่อ้างว่าไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่จับดัวยวิธีไหน ทำให้ตอนนี้สุนัขที่เคยมีอยู่หลายสิบตัว ตอนนี้เหลือสุนัขในวัดเพียง 3 ตัว เท่านั้น อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องราวข้อเท็จจริงกับเจ้าอาวาสวัดเขาปรีดี แต่กลับถูกปฏิเสธและไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆ พร้อมกับนั่งรถออกจากวัดไปทันที

ขณะชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่นำอาหารมาให้สุนัขกินในวัด กล่าวว่า มีเจ้าหน้าทีเทศบาลเมืองทุ่งสง และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้รถกระบะนำอาหารผสมยาเบื่อให้สุนัขหลายสิบตัวกินจนตายชักดาย แล้วนำสุนัขใส่กระสอบผูกมัดอย่างแน่นหนา ก่อนนำใสรถกระบะขับรถออกไป แต่ไม่รู้ว่าเอาซากสุนัขไปไหน ทำให้สุนัขในวัดที่มีกว่า 20 ตัว หายหมด เหลือเพียงสุนัข 3 ตัว ที่โชคดีวิ่งหนีได้ทัน จึงรอดชีวิต อย่างไรก็ตามไม่ขอเปิดเผยชื่อและให้ถ่ายหน้า เพราะกลัวว่าตนให้ข้อมูลกับนักข่าวแล้วจะเป็นภัยต่อตน อีกจุดหนึ่งภายในโรงเรียนวัดโคกสะท้อน เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง พบว่ามีสุนัขประมาณ 5 ตัว ซึ่งเป็นสุนัขที่มีปลอกคอ

ผู้สื่อข่าวสอบถามโทรศัพท์สอบถามนายทรงชัย วงษ์วัชรดำรง นายกเทศเทศบาลเมืองทุ่งสง ให้ข้อมูลว่ามีคนถูกสุนัขบ้ากัดที่บ้านท่าแพ ในเขตเทศบาลเมืองทุ่งสง จำนวน 1 คน ทางเทศบาลในฐานะเจ้าของพื้นที่ จึงออกประกาศพื้นที่เสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้า ในรัศมี 1 – 5 กิโลเมตร พร้อมประสานปศุสัตว์จังหวัด ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาล เข้าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าลุกลาม

เหตุคนร้ายจ่อยิงสมาชิกอบต.นาวงเสียชีวิตขณะปั่นจักรยานกลับบ้าน

เหตุลอบยิงสมาชิก อบต.นาวง ขณะปั่นจักรยานกลับจากร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาของประจำตำบล เบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุ

วันที่ 20 มีนาคม 2561 เวลาประมาณ 18.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิต บนถนนสายหนองหมอ – บ้านไสบ่อ หมู่ที่ 1 ต.นาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาล ต.นาวง เมื่อไปถึงพบศพนายประสิทธิ์ จันทร์ประกอบ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 10 ต.นาวง อ.ห้วยยอด มีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภา อบต.นาวง หมู่ที่ 10 ประกอบอาชีพรับจ้าง เป็นนายหน้าหางานรับเหมาก่อสร้าง ถมดิน และเดินระบบประปา โดยผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่กลางถนนในสภาพสวมชุดปั่นจักรยาน ใกล้หมวกกันน็อค และรถจักรยานคู่ใจ ท่ามกลางชาวบ้านที่ทราบเหตุการณ์เดินทางไปมุงดูนับร้อยคน ทั้งนี้ จากการชันสูตรพลิกศพพบถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิด และขนาด เข้าที่บริเวณต้นคอ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบพบหัวกระสุนปืนบริเวณลำคอผู้ตาย 1 นัด คาดว่าเป็นขนาด .38 จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า เหตุเกิดขณะที่ผู้ตายปั่นจักรยานออกจากสนามกีฬาของโรงเรียนบ้านหนองหมอ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน หลังปั่นจักรยานยนต์ไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาประจำตำบล และลงแข่งขันฟุตบอลด้วย การทำหน้าที่เป็นนายประตูให้กับหมู่ที่ 10 โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวน และไม่ทราบยานพาหนะ เชื่อว่าคงสะกดรอยตามมาจากหน้าโรงเรียน เมื่อสบโอกาสจึงได้จ่อยิงผู้ตายประมาณ 4 – 5 นัด จนล้มลงเสียชีวิตดังกล่าว หลังได้ยินเสียงปืนชาวบ้านจึงรีบวิ่งมาดูพบว่าเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากประเด็นความขัดแย้งในเรื่องใด

ทั้งนี้ นายประสิทธิ์ ชูจันทร์ สมาชิก อบต.หมู่ที่ 10 ต.นาวง และนายธัญธวัฒน์ อ่อนชื่นจิตร นายก อบต.นาวง และชาวบ้าน กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้ตายเป็นคนนิสัยและจิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นที่รักใคร่ของผู้นำและชาวบ้านในพื้นที่ แต่เป็นคนพูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมา ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทราบว่า มีปัญหาขัดแย้งกับใคร โดยเฉพาะกับคนในพื้นที่ไม่เคยขัดแย้งขัดใคร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านทุกคนรู้สึกเสียใจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และเตรียมสอบปากคำคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดต่อไป

สลด ! ครูเครียดหนักแขวนคอตายคาห้องน้ำโรงเรียน

สลดครูชำนาญการพิเศษ ซี 8 แขวนคอตายคาห้องน้ำโรงเรียน คาดเกิดจากความเครียดเป็นโรคไขกระดูกสันหลังฝ่อ

วันที่ 20 มี.ค.61 ร.ต.อ.สมชัย ภูสิลิตร รองสารวัตรสอบสวน สภ.โพธิ์ทอง ได้รับแจ้งพบคนแขวนคอตายที่ห้องน้ำโรงเรียน วัดข่อย ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลโพธิ์รังนก อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.ชูเกียรติ ทัศนัย สารวัตรสอบสวน สภ.โพธิ์ทอง ชุดสืบสวน สภ.โพธิ์ทอง รวมถึงเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ถึงที่เกิดเหตุเป็นห้องน้ำในอาคารเรียนชั้นอนุบาลที่ไม่ได้ใช้เรียนแล้ว ตรวจสอบในห้องน้ำพบศพ ชายใส่เสื้อเชื้ดแขนสั้นสีขาว กางเกงสแล็คขายาวสีดำ ใช้สายเคเบิลแขวนคอกับขือหลังคาห้องน้ำ ขางอห้อยอยู่ หันหน้าเข้ากำแพงห้องน้ำ ตรวจสอบ ทราบชื่อ นายชาติชาย เฉลยจรูญ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 6 ตำบลองครักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง มีอาชีพ เป็นครูชำนาญการพิเศษ ซี 8 โรงเรียนวัดข่อย

จากการสอบถาม นายเดชา วิลัยรส อายุ 52 ปี เป็นนักการภาโรง โรงเรียนวัดข่อย เป็นคนเจอศพคนแรก ได้ให้การว่า วันนี้ตนเองได้มาทำงานปกติและได้เห็นครูชาติชาย มาสอนในตอนเช้า และช่วงเช้าได้เห็นครูชาติชายยังเดินอยู่ภายในโรงเรียน แต่พอช่วงเที่ยงได้เดินไปหาครูชาติชายก็ไม่พบตัว แต่โทรศัพท์ ข้าวของของครูก็อยู่ที่ห้อง รถยนต์ก็อยู่เลยคิดว่ามีใครคงมาพาตัวไปรับประทานข้าวกลางวัน แต่พอช่วงเย็นก็ได้เดินหาครูอีก คราวนี้เดินมาหาทางห้องน้ำกับพบครูได้แขวนคอเสียชีวิตไปแล้วถึงกับเข่าทรุด หลังจากนั้นก็ได้โทรหาเจ้าหน้าที่ให้มา

ส่วนทางด้าน นางวารุณี เฉลยจรูญ ภรรยาผู้ตายได้กล่าว่า ตนเองทำงานอยู่เรือนจำจังหวัดสิงห์บุรี ตนเองได้โทรคุยกับสามีตอนเช้า 1 ครั้ง และพอช่วงเที่ยง ได้โทรหาอีกครั้ง แต่ผู้ตายไม่รับสายตนได้โทรซ้ำอีกหลายรอบ แต่ไม่มีใครรับสาย หลังจากนั้นก็มาทราบข่าวอีกครั้งว่าสามีแขวนคอเสียชีวิต จากนั้นได้กล่าวต่ออีกว่า สามีตนเองได้เป็นโรคไขกระดูกสันหลังฝ่อ และต้องไปหาหมอและรักษาตัวบ่อยครั้ง สามีเป็นคนไม่พูด คงทำให้เครียดจึงคิดสั้น

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามคนใกล้ชิดผู้เสียชีวิตพบว่า ผู้ตายเป็นคนดี ขยัน มีแต่คนรัก แต่คงเกิดจากสภาวะเครียดที่มีโรครุมเร้า จึงทำให้คิดสั้นจบชีวิตตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะต้องส่งศพไปชันสูตรยังสถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป