ปทส. นำภรรยาเปรมชัย และนางวันดี ฝากขังศาลผัดแรก

ปทส. นำภรรยาเปรมชัย และนางวันดี ฝากขังศาลผัดแรก คดีครอบครองงาช้างแอฟริกาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทนายยื่น 300,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว

พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ได้ ยื่นคำร้องฝากขัง นางคณิตตา กรรณสูติ ภรรยานายเปรมชัย อดีต ปธ.กก.บริหารอิตาเลียนไทยฯ และน.ส.วันดี สมภูมิ 2 ผู้ต้องหาร่วมกับนายเปรมชัย ครอบครองงาช้างแอฟริกา 2 คู่ (4 กิ่ง) โดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19, 47 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก ที่ศาลอาญา รัชดา เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 20-31 มี.ค.นี้

เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานอีกจำนวนหนึ่งและรอผลการตรวจสอบประวัติลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นฝากขังนี้แต่อย่างใด

ขณะที่นายกิจจา อาลีอิสเฮาะ ทนายความของภรรยานายเปรมชัย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 300,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขังนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

สาวศรีสะเกษ วัย 16 ปี ยันบอกเลิกหนุ่ม 18 แฟนคนที่ 4 แล้ว

สาวศรีสะเกษ วัย 16 ปียันบอกเลิกหนุ่ม 18 แฟนคนที่ 4 แล้ว ส่วนเงินสินสอดปฏิเสธที่จะพูดถึง

จากกรณีที่นายบอย(นามสมมติ) อายุ 18 ปี เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ได้ถูก น.ส.ออย(นามสมมติ) อายุ 16 ปี หลอกให้แต่งงานแต่อยู่กินกันได้ไม่ถึงเดือนก็หอบเอาสินสอดกว่า 40,000 บาท พร้อมทองคำหนัก 1 บาท หลบหนีไป ซึ่งเมื่อขอเงินสินสอดคืน ปรากฏว่าได้เงินกลับคืนมาเพียง 1,000 บาท พร้อมสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท เท่านั้น ทั้งนี้ เมื่อลงพื้นที่ไปยังบ้านพ่อแม่ ของ น.ส.ออย พบว่า มีเพียงหลานชายอยู่เฝ้าบ้าน ส่วน น.ส.ออยและพ่อแม่เข้าไปทำธุระที่ อ.กันทรารมย์

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามทางโทรศัพท์ น.ส.ออย กล่าวว่า เรื่องของตนกับนายบอยได้เคลียร์กันจบไปแล้ว ซึ่งตนได้บอกเลิกกับนายบอย โดยที่ตนไม่ได้มีผู้ชายคนใหม่แต่อย่างใด ส่วนเงินทองค่าสินสอดตนใช้จ่ายไปหมดแล้ว และจะไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้อีก

ขณะที่นายทองเลียน พิลา ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นสักขีพยานในพิธีแต่งงานของนายบอยกับ น.ส.ออย รวมทั้งเป็นญาติของ น.ส.ออย กล่าวว่า จากข้อมูลที่ตนได้รับทราบ พบว่า น.ส.ออย เคยมีแฟนมาแล้ว 3 คน นายบอยเป็นคนที่ 4 ซึ่งก่อนที่จะมีการแต่งงานกัน น.ส.ออยจะไปอยู่บ้านผู้ชายแล้วก็จะให้พ่อแม่ไปเจรจาให้ผู้ชายมาสู่ขอ รายที่ 3 เงินค่าสินสอด 100,000 บาท

และนายบอยเป็นรายล่าสุด ซึ่งตนขอยืนยันเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของ น.ส.ออย ไม่เกี่ยวกับตน รวมถึงชาวบ้านโนนสมบูรณ์ แต่ทั้งนี้ ตนรู้สึกสงสารผู้ชายหลายคนที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับ น.ส.ออย แม้ว่าจะมีผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านมาตักเตือนแล้ว แต่ น.ส.ออยก็ไม่รับฟัง บอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว นอกจากนี้ ชาวบ้านยังเห็นว่าหาก น.ส.ออยไม่เลิกพฤติกรรมนี้ก็จะทำให้ชื่อเสียงของหมู่บ้านเสียหาย

อ่านแล้วอิ่ม เรื่องเล่าดีๆ ของการทำธุรกิจ เถ้าแก่ + ลูกน้อง

แชร์ว่อน เรื่องเล่าดีๆ ของการทำธุรกิจ เถ้าแก่ + ลูกน้อง 

วันนี้ (20 มี.ค. 2561) ผู้คนในโลกออนไลน์ ได้มีการส่งต่อข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Youngfolks ที่ได้โพสต์เล่าเรื่องราวดีๆ ในการทำธุรกิจครอบครัว ที่เผยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกิจการ (เถ้าแก่) กับลูกน้องคนงาน  โดยผู้โพสต์ได้เขียนเรื่องราวบอกเล่า และเผยแพร่ไว้ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา  ซึ่งระบุว่า ในคำว่า ลูกน้อง มีคำว่า ลูก อยู่ในนั้น


.
สมัยก่อนตอนผมเด็กๆ ทุกๆมื้ออาหารที่โรงงานผมจะเห็นภาพเหล่าช่างต้องมายืนล้อมกินโต๊ะกลม คือเหมือนโต๊ะจีนนั้นแหละ แต่ยืนกินกันแบบบุฟเฟต์ .
.
ก่อนที่ผมจะรู้จักคำว่าธุรกิจ+ครอบครัว ก็เห็นที่บ้านผมเลี้ยงลูกจ้าง เหมือนเลี้ยงลูก เพราะไม่ได้จ้าง..มาทำงานอย่างเดียว แต่ดูแลความเป็นอยู่ บางคนก็เเามาอยู่ด้วย นอนด้วยที่บ้าน เลี้ยงข้าวด้วยกันทุกมื้อ ดึกๆยังมีไปเหมาบะหมี่มากินกันรอบดึก แล้วก็ทำงานกันถึงเช้า
.
ชีวิตป๊าผมทำงานแบบคนสมัยก่อน คือทำให้ดู อยู่ให้เห็น ใช้ใจนำ นอนหลังสุด ตื่นมาก็เจอ ช่างและคนงานหลายคนเคารพและยังติดตามป๊าอยู่ก็ด้วยเหตุผลนี้ หลายคนอยู่กับป๊ามาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นจนถึงวันนี้ที่เป็นคุณลุงคุณตา .
แน่นอนการทำงานก็มีทั้งช่วงดีและไม่ดี สิ่งที่น่าซึ้งใจ ก็คือช่วงที่ยากลำบากที่ป๊าต้องมาเริ่มใหม่อีกครั้ง ก็มีเหล่าช่างและคนงานจำนวนหนึ่งขอตามมาอยู่กับป๊า .

“ผมขอมาอยู่กับเฮีย” .
หลายคนเพราะป๊าให้โอกาส ป๊าทำงานหามรุ่นหามค่ำ อยู่ด้วยกันตลอด ตื่นก็เจอ ก่อนนอนป๊าก็ยังอยู่กันมา บางคนนับถือป๊าเหมือนพ่อ ที่ให้โอกาส สอนงาน จนมีที่อยู่ที่กิน มีคุณค่าในตัวเอง จากเด็กบ้านนอก อยู่เหมือนเป็นครอบครัวมากกว่าลูกจ้างธรรมดา .
พวกผมก็สนิทสนมกับช่างเหล่านี้ตั้งแต่เล็กๆเช่นกันก็จะเรียกพวกเขาว่าเฮีย เรียกเหมือนเป็นพี่เรา
.
เพราะป๊าไม่เคยทิ้งเขา เขาก็เลยไม่ทิ้งป๊า
…และอยู่มาถึงวันนี้
.
แน่นอนหลายคนก็เลิกทำงานนี้ไปบ้าง เลือกเส้นทางใหม่ให้ชีวิต ในวันที่คนทำงานฝีมือและแรงงานน้อยลง คนที่ตั้งมั่นจริงๆในอาชีพช่างเหลือน้อย
.
คนที่ยังอยู่ช่วยพวกเรา๓พี่น้อง เพราะป๊าเคยช่วยเขาไว้ .
.
ในวันเกิดพี่ชายปลายปีก่อน เรามีคุยกันว่าแทนที่จะฉลองกันเอง ไหนๆเราก็กลับมาเริ่มทำอะไรกันที่บ้านเป็นเรื่องเป็นราว แล้วก็นานแล้วที่เราไม่ได้เลี้ยงช่างและคนงานที่บ้านเลย เราก็น่าจะฉลองกันทั้งโรงงานเลย เลี้ยงแบบเดิมเลย
.
ก็เลยถือโอกาสถ่ายรูปครอบครัวจริงๆอีกรูป ที่ไม่ใช่แค่พวกเราที่เป็นลูกของป๊า แต่เป็นลูกป๊าทุกๆคนที่ยังทำงานอยู่ด้วยกันที่นี่
.
เพราะมันคือธุรกิจ+ครอบครัว

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป้นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่รู้สึกอิ่มเอมกับข้อความดีๆ ข้างต้น อาทิ Aon Aon Pongsupat ผมคนหนึ่งละ ที่เชื่อว่า จะซื้อใจ ต้องวัดด้วยใจ ☺☺ ดีใจที่ระบบเถ้าแก่ ยังมีอยู่ครับ MBA ที่ไหนๆ เจอระบบเถ้าแก่ไทย ก็แพ้ครับ

Sarawuth Yodthong ซื้อใจด้วยใจ ยั่งยืน และ ทรงคุณค่า เงินก็หาซื้อไม่ได้ และ Songsuk Sukjam ดูแล้ว อบอุ่นได้ใจดีครับ ดูแลเหมือนคนในครอบครัว พวกเขาคงไม่ทิ้งงานและนายจ้างแบบนี้หรอกครับ เป็นต้น