เดือดร้อน 10,000 หลังคาเรือน ชาวบ้านคลอง3ทุกข์หนักน้ำไม่ไหล อบต.เร่งช่วยเหลือ

ชาวบ้านคลองสามทุกข์หนักประปาไม่ไหลกระทบ 10,000 หลังคาเรือนขาดน้ำอุปโภคบริโภค อบต.เร่งแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือ

วันที่ 19 มี.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงาน ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่พักอาศัยในเขตต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านจัดสรรกว่า20โครงโครงการใหญ่ ว่าได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำประปาไม่ไหลทำให้ไม่มีน้ำในการอุปโภคบริโภคสร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ต้องเร่งนำรถบรรทุกน้ำออกแจกจ่ายตามบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

นางจารุภา โมระศิลปิน อายุ 66 ปี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการหมู่บ้านพฤกษา 11 หมู่ที่ 2 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่าชาวบ้านหลายหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลคลองสาม ได้ประสบปัญหาน้ำประปาไหล่อ่อนหรือไม่ไหล่เลยในบางหมู่บ้านจัดสรรต่างๆในพื้นที่ตำบลคลองสาม กว่า 20 โครงการบ้านเรือนประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 10,000 หลังคาเรือนซึ่งบางบ้านไม่มีน้ำใช้ ซึ่งปัญหาน้ำไม่ไหล่หรือไหล่อ่อนนั้นเป็นปัญหามานานหลายปีซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านยังพอรับได้แต่ปัจจุบันนี้น้ำไม่ไหลเลยถึงแม้ว่าก๊อกน้ำชั้น1ของบ้านจะสูงจากท่อขึ้นมาเพียง 50ซ.ม.น้ำก็ไม่ไหลเลยแม้แต่หยดเดียว

นายสุภาพงศ์ พงษ์ญาติ อายุ 54 ปีประธานนิติบุคคลหมู่บ้านวลารักษ์ หมู่ที่ 2 ตำบลคลองสาม เปิดเผยว่า หมู่บ้านวรารักษ์มีบ้านเรือนประชาชนกว่า 2,000 หลังคาเรือนชาวบ้านได้รับผลกระทบจากน้ำไม่ไหล่จนต้องประสานขอน้ำประปาจาก อบต.คลองสาม มาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านเป็นการชั่วคราวไปก่อนซึ่งชาวบ้านที่บ้านไหนน้ำไม่ไหล่ก็สามารถนำรถมารับน้ำที่สำนักงานนิติบุคคลหมู่บ้านวรารักษ์ได้

ขณะที่เพจการประปาส่วนภูมิภาคสาขาคลองหลวง ได้ออกมาชี้แจงว่า จากที่มีตัวแทนหมู่บ้านเข้ามาพูดคุยถึงปัญหาเรื่องของ ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ที่มีการนำเสนอข่าวก่อนหน้านี้ มีข้อเท็จจริงบางประการที่อาจทำให้เข้าใจผิด ทางการประปาส่วนภูมิภาคสาขาคลองหลวง ขอชี้แจงดังนี้เนื่องจากบริษัทเอกชนที่รับดำเนินการผลิตน้ำให้การประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เกิดปัญหาขัดข้องในระบบจ่ายน้ำ ซึ่งทางการประปาส่วนภูมิภาคสาขาคลองหลวง ได้ประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาโดยด่วนอยู่ แต่ทั้งนี้ ผู้ที่ประสบปัญหาที่ได้รับความเดือดร้อนมีสิทธิ์ที่จะแจ้งร้องเรียนเพิ่มเติมได้ที่ การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ หรือหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์อื่น ๆ ได้

สลดใจ ! อัพเดทอาการลุงขี่ซาเล้งเหยื่อหนุ่มกระโดดถีบ ‘ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้’

เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง ‘แหม่มโพธิ์ดำ’ อัพเดทอาการลุงขี่ซาเล้งเหยื่อหนุ่มกระโดดถีบล่าสุด ‘ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้’

จากกรณีเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง ‘แหม่มโพธิ์ดำ’ ได้แชร์คลิปเหตุวัยรุ่นทำร้ายร่างกายคนชายชราซึ่งทราบชื่อต่อมาว่าคือนายจรูญ มีพันธ์  วัย 82 ปี  ที่กำลังขี่ซาเล้งมาเก็บขยะ ขณะนั้นนายนราธร โสดติยัง วัย 21 ปี เล่นมือถือไปด้วยขี่มอไซค์ไปด้วยมาเกี่ยวรถนายจรูญจนล้ม นายจรูญมีอาการงุนงงชำเลืองมาดูเห็นไม่เป็นไร จึงขี่รถต่อไป แต่จากนั้นนายนราธรกลับตรงเข้ามากระโดดถีบนายจรูญหัวฟาดพื้นแน่นิ่ง ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีพลเมืองดีนำตัวนายจรูญส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถีได้ทัน

ต่อมานายนราธร โสดติยัง ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัว ที่ สน.ห้วยขวาง โดย พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผู้กำกับการ สน.ห้วยขวางซึ่งผู้ก่อเหตุ รับสารภาพว่า ทำร้ายนายจรูญคนขับซาเล้ง เพราะบันดาลโทสะ และขอชดใช้ค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งเตรียมขอขมานายจรูญ ซึ่งล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว หลังถูกทำร้ายและสลบเป็นเวลานาน

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง ‘แหม่มโพธิ์ดำ’ได้ระบุความคืบหน้าของนายจรูญ ที่ถูกทำร้าย ที่เปลี่ยนจากคนแข็งแรง เป็นคนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย นั่งไม่ได้ ยืนไม่ได้ โดยตัวนายนราธรมาขอเจรจาผ่อนจ่ายเดือนละ 3,000 บาท โดยทางเพจเผยว่าจะเข้าไปช่วยเหลือโดยพาลูกของคุณลุงไปเปิดบัญชีช่วยเหลือเบื้องต้น เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ไปถึงคุณลุงทั้งหมด

‘แหม่มโพธิ์ดำ’ เผยด้วยว่า จากสภาพนายจรูญ ตอนนี้ไม่ใช่อาการบาดเจ็บเล็กน้อยอีกต่อไปแล้ว แต่เข้าขั้นสาหัส ไม่รู้ว่าจะอยู่สภาพนี้อีกนานแค่ไหน ตอนนี้จะยกแขนยังไม่สามารถทำได้ เบื้องต้นพรุ่งนี้ทางเพจจะส่งคนลงพื้นที่นำเงินกองทุนเพจไปช่วยครอบครัวหนึ่ง 10,000 บาท พร้อมเปิดบัญชีใหม่เพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

สเต็ปเดียวกับน้ำมนต์ ! สาว16หลอกหนุ่ม18แต่งแล้วเชิดเงินสินสอดหนี

ศรีสะเกษ สาว 16 หลอกหนุ่ม 18 แต่งงานแล้วเชิดเงินสินสอดหนีร่วมครึ่งแสน หนุ่มเผยรู้จักกันผ่านสื่อโซเชี่ยล

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชี่ยลว่า มีสาวคนหนึ่งอายุ 16 ปี มีพฤติกรรมคล้ายกับน้องน้ำมนต์ คือหลอกให้ชายหนุ่มมาแต่งงานแล้วเชิดเงินค่าสินสอดหลบหนีไป โดยมีญาติของหนุ่มคนหนึ่งอายุ 18 ปี ได้โพสต์ข้อความลงไป ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 31 บ้านหนองยาว ต.ไผ่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนายสมัย อายุ 50 ปี และนางสังวาลย์ อายุ 47 ปี พ่อและแม่ของนายบอย (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายของเรื่องนี้ โดน น.ส.ออย (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ทอดทิ้งไป

นายบอย เล่าว่า รู้จักกันทางสื่อออนไลน์ จากนั้น น.ส.ออยได้มาหาตนที่บ้าน และได้มาอยู่กับตนเป็นเวลา 3 เดือน จากนั้น พ่อแม่ของตนจึงได้ตกลงใจไปสู่ขอและจัดพิธีแต่งงานให้ตนกับ น.ส.ออย เมื่อวันที่ 20 ก.พ.61 ที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 มี.ค.61 น.ส.ออยได้หนีออกจากบ้านไป ตนจึงได้โทรศัพท์บอกพ่อแม่ให้ไปรับตนกลับมาบ้าน พร้อมทั้งขอสินสอดทองหมั้นคืน โดยค่าสินสอดทั้งสิ้น 40,000 บาท ทองคำหนัก 1 บาท ไม่รวมกับค่าใช้จ่ายจัดงานแต่งงานอีกประมาณร่วม 20,000 บาท ซึ่งพ่อแม่ของ น.ส.ออยได้คืนเงินให้ตน 1,000 บาท และทองหนัก 1 บาท โดยอ้างว่าเงินใช้จ่ายไปหมดแล้ว

นายบอย กล่าวต่อไปว่า ตนรู้สึกผิดสังเกตุตั้งแต่ช่วงที่ทำพิธีแต่งงานกัน เนื่องจากว่าไม่มีญาติพี่น้องของฝ่ายหญิงมาร่วมพิธีแต่อย่างใด มีเพียงพ่อแม่ ผู้ใหญ่บ้านและญาติอีก 2 คน รวมแล้วประมาณ 6 คนเท่านั้น ขณะที่ญาติของตนไปทั้งสิ้นประมาณ 50 คน และจัดพิธีแต่งงานอย่างเรียบง่ายมาก เหมือนกับเกรงว่าคนจะรู้เรื่องนี้ ญาติของตนต้องเอาเสื่อไปปูนั่งใต้ต้นไม้ การที่ตนออกมาเปิดเผยเรื่องนี้เนื่องจากตนรู้เรื่องจากคนในหมู่บ้านของฝ่ายหญิงว่า น.ส.ออยเคยมีแฟนมาแล้ว 4 คน ตนเป็นคนที่ 5 ซึ่งก่อนหน้านี้แฟนคนที่ 4 ตนทราบว่าหมดเงินไปกับการเป็นค่าสินสอดทองหมั้น ประมาณ 100,000 บาทเศษ ตนไม่ติดใจเอาความกับ น.ส.ออย แต่ตนอยากขอเตือนไปยังหนุ่มที่จะไปติดพันสาวคนนี้