หนุ่มดูไบสวมกอดโชเฟอร์แท็กซี่หญิงกลางโรงพักเก็บเงินแสนส่งคืน

แท็กซี่พัทยาสร้างชื่ออีกครั้งหลังเก็บกระเป๋าเงินพร้อมทรัพย์สินนับแสนส่งคืนนักท่องเที่ยว

วันนี้ ( 19 มีนาคม ) ที่ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายฟ้าเสก บัวพันธุ์ เลขานุการสหกรณ์แท็กซี่โลมาพัทยา จำกัด พร้อมด้วย นางเนตรนภา บุญมีมา แท็กซี่พลเมืองดี พร้อมทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสะพายผ้าสีเทา-ดำเดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อแจ้งความลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หลังได้รับการประสานจากสนามบินสุวรรณภูมิว่ามีกรณีนักท่องเที่ยวลืมกระเป๋าทรัพย์สินไว้บนรถสหกรณ์แท็กซี่ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

นางเนตรนภา เล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลา 11.00 น. วันนี้หลังจากขับรถตะเวนรับผู้โดยสารผ่านมาหน้าโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวชาวอาหรับจำนวน 2 คนเรียกใช้บริการ โดยแจ้งความจำนงให้ไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ด้วยความที่ไม่ชำนาญเส้นทางจึงได้แจ้งแก่นักท่องเที่ยวให้สับเปลี่ยนรถแท็กซี่ของสหกรณ์เดียวกันไปส่งแทน พร้อมบริการขนกระเป๋าส่งผู้โดยสารขึ้นรถคันใหม่แต่ด้วยความเร่งรีบทำให้นักท่องเที่ยวลืมกระเป๋าไว้บนพื้นรถบริเวณที่นั่งด้านหลัง กระทั่งได้รับการประสานมาจากทางสหกรณ์กรณีที่มีผู้โดยสารลืมทรัพย์สินไว้ จึงได้ทำการตรวจสอบจนมาพบกระเป๋าดังกล่าวซึ่งทราบชื่อภายหลัง คือ นายอัลซาวบี้ โมฮัมมัด สุไลมาน (Alsahuaibi Mohammed Sulaiman M) อายุ 25 ปี สัญชาติดูไบ จึงได้ประสานทางสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหวังส่งทรัพย์สินมีค่าภายในกระเป๋าคืนแก่เจ้าของต่อไป

หลังจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าภายในกระเป๋าดังกล่าวมีทรัพย์สินหลายรายการ อาทิ พาสสปอร์ต ,ตั๋วเครื่องบิน , เอกสารตม., ธนบัตรสกุลเงินดอลล่าสหรัฐจำนวน 3,100 ดอลลาร์, สกุลเงินดีน่า 16 ใบ, โทรศัพท์มือถือไอโฟน 2 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดยหลังจากที่นักท่องเที่ยวได้รับการประสาน งานว่าพบกระเป๋าแล้วจึงได้เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิมายัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อรับกระเป๋าคืน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา และ สภ.เมืองพัทยา ร่วมกันเป็นสักขีพยานในการตรวจสอบทรัพย์สิน ก่อนจะนำส่งคืนให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งสร้างความดีใจแก่นักท่องเที่ยวรายนี้เป็นอย่างมาก ก่อนจะกล่าวขอบคุณพร้อมสวมกอด นางเนตรนภา โชเฟอร์แท็กซี่ด้วยความอบอุ่น ก่อนมอบเงินจำนวน 300 ดอลลาร์เพื่อเป็นการตอบแทน ก่อนจะเดินทางกลับ…

ญาติขอโรงพยาบาลแจง เหตุส่งตัวนักศึกษาสาวล่าช้า ทำให้สมองตาย-เสียชีวิต

ญาตินิสิตสาวร้องขอคำชี้แจงจากโรงพยาบาล เหตุผลในการส่งตัวนิสิตสาวหลังประสบอุบัติเหตุล่าช้า จนเกิดอาการสมองตาย

วันที่ 19 มี.ค. 61 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ บริเวณศาลาพิทักษ์จันทรังษี วัดจันทรังษี ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพของนางสาว วรัชญา (น้องอิง) จันทร์มา อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์ฯ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งประสบอุบัติเหตุตกรถจักรยานยนต์ เหตุเกิด เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 12 มีนาคม 2561

นายอำนวย จันทร์มา อายุ 62 ปี ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 12 มีนาคม 2561 ตนขับขี่รถจักรยานยนต์ไปรับลูกสาวที่เดินทางกลับจากมหาวิทยาลัย เพื่อจะเข้าบ้านขณะที่กำลังขับรถมาตามถนนริมคลองชลประทาน ซึ่งพื้นผิวถนนเป็นหลุมจึงทำให้ เกิดอุบัติเหตุรถได้ตกหลุมทำจึงทำให้ลูกสาวตนตกรถหัวกระแทกพื้น ตนพร้อมญาติรีบนำตัวส่ง โรงพยาบาล ในขณะนั้นเวลาประมาณ 17.45 น. ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำลูกสาวเข้าห้องฉุกเฉินและไม่ให้ญาติเข้า

จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. จึงพาลูกสาวเอ็กซเรย์ สมอง และกลับมาบอกว่ารอผลอีก 1 ชั่วโมงครึ่ง ต่อมาเวลา 22.30 น.ทางญาติเห็นว่านานผิดปกติจึงเดินเข้าไปสอบถามพยาบาล ซึ่งก็ได้รับแจ้งว่าลูกสาวสมองบวม ต้องส่งตัวไปรักษาที่ รพ.พระนครศรีอยุธยา จนกระทั่งเวลา 23.30 น.เมื่อคนไข้ถึง รพ.อยุธยาทางโรงพยาบาล แจ้งว่า น้องมาช้าไป เกิดอาการสมองตายไปแล้ว

ขณะที่ นายรักพงษ์ จันทร์มา พี่ชายของผู้ตายเปิดเผยว่าเมื่อตนเองได้รับแจ้งจากญาติว่า น้องสาวประสบอุบัติเหตุอยู่ที่โรงพยาบาลจึงได้เดินทางมาถึงที่ รพ.ประมาณ 22.00 น.เห็นน้องมีอาการชักเกร็ง จึงถามว่าทำอะไรกันอยู่ ไปโรงพยาบาลไหนก็ได้ที่มันผ่าตัดสมองได้ สักพักจึงมีรถพยาบาลย้ายน้องอิงไปโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา แต่เมื่อไปถึงก็ทางหมอก็บอกว่าช้าไปไม่สามารถช่วยน้องได้ สมองตายไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ ถึงผ่าตัดไปน้องก็เสียชีวิตอยู่ดี ตนจึงอยากได้คำชี้แจงจากทางโรงพยาบาล ว่า ตั้งแต่เกิดเหตุกว่า 4 ชั่วโมง ทำอะไรกันอยู่ ตอนนี้อยากให้ทางแพทย์ออกมาชี้แจงให้ฟังว่าทำไมถึงทำการรักษาล่าช้าขนาดนี้

อุตุฯ เตือน พายุฤดูร้อน 20-23 มี.ค. กทม.โดนด้วย

อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 6 พายุฤดูร้อน บริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20-23 มีนาคม 2561)

ในช่วงวันที่ 20-23 มีนาคม 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีผลกระทบในวันที่ 20 มีนาคม 2561 ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเริ่มได้รับผลกระทบในวันถัดไป (วันที่ 21 มีนาคม 2561)

จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบดังนี้

ในช่วงวันที่ 20 มีนาคม 2561

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาญเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และสุรินทร์

-ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

-ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 21 มีนาคม 2561

-ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาญเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และสุรินทร์

-ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

-ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 22-23 มีนาคม 2561

-ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์

-ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

-ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนกลางแล้ว คาดว่า ในช่วงวันที่ 20-23 มีนาคม 2561 จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน