โผล่อีกแล้ว! พบมีการโกงเงินผู้ยากไร้ ใน จ.สตูล มูลค่ากว่า 10 ล้าน

โผล่อีก พบมีการโกงเงินผู้ยากไร้ ที่จ.สตูล มูลค่ากว่า 10 ล้าน ป.ป.ท.เร่งสรุปหาคนผิด

ที่ อบต.เขาขาว อ.ละงู จ.สตูล นายสัญชาติ อุปนันชัย ผอ.กอท. และ พ.ต.ท.สามารถ ไชยณรงค์ ผอ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เขตพื้นที่ 9 นำเจ้าหน้าที่กองอำนวยการต่อต้านการทุกจริต ป.ป.ท. เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีใช้เงินงบประมาณช่วยเหลือผู้ยากไร้ปี 2560 ของนิคมสร้างตนเอง จังหวัดสตูล โดยลงตรวจสอบในพื้นที่ ต.เขาขาว อ.ละงู จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเงินงบประมาณปี 2560 ที่นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้จังหวัดสตูล

จากการตรวจสอบปรากฏว่า ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณประเภทเงินอุดหนุน จำนวน 10,851,000 บาท จากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการโดยได้รับการจัดสรรจำนวน 5 ครั้ง ซึ่ง ในปีงบประมาณ 2560 ได้มีรายการเบิกจ่ายเงินตามที่ได้รับการจัดสรรจำนวน 22 คำขอเบิก/ครั้ง เป็นเงินจำนวน 10,851,000 บาท จำนวนการอนุมัติให้การช่วยเหลือ จำนวน 5,526 ราย ซึ่งเงินจัดสรรเพื่อผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งจำนวน 10,350,000 บาท นั้นมีการจัดสรรจำนวน 3 ครั้ง โดยทางนิคมพัฒนาสร้างตนเอง ได้มีการแบ่งกลุ่มเบิกจ่ายเงินสด 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 รายละ 3,000 บาท กลุ่มที่ 2 รายละ 2,000 บาท

รายละเอียดที่ตรวจพบความผิดปกติได้คือ กรณีเบิกจ่ายเงินสด จำนวน 3,000 บาท เพื่อนำไปแจกชาวบ้าน มีการเบิกจ่ายจริง แต่นำไปจ่ายเพียง 2,000 บาท ส่วนกรณีเบิกจ่ายเงินสด จำนวน 2,000 บาท เพื่อนำไปแจกชาวบ้าน ปรากฏว่ามีการเบิกจ่ายจริงแต่ไม่นำเอาเงินสดที่ได้รับการอนุมัติแล้วไปจ่ายให้กับชาวบ้าน โดยได้มีการซื้อสิ่งของกินของใช้ บรรจุใส่กล่องลังพลาสติก นำไปมอบให้ชาวบ้านแทน

ด้าน พ.ต.ท.สามารถ กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ และลงติดตามสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งขอให้ประชาชนอย่าได้ตกใจหรือกังวลหากสิ่งใดคือสิทธิ์ที่เพิ่งจะได้รับก็ให้ยืนยันตามความจริง

อึ้ง!! พบข้าราชการซี 8 มีชื่อรับ ‘เงินคนไร้ที่พิ่ง’

อึ้ง!! พบข้าราชการซี 8 มีรายชื่อรับ ‘เงินคนไร้ที่พิ่ง’ หลัง ปปท.ภาค9 ลุยสอบโกงเงินของศูนย์ไร้ที่พึงพัทลุง

เจ้าหน้าที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 9 สงขลา หรือ ปปท. ยังเร่งลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง ตามโรงเรียนประถมต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูล หลังพบว่า ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดพัทลุง สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ใช้งบประมาณ กว่า 12 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2560 ในการส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ยากไร้ คนจน ในการประกอบอาชีพสร้างรายได้ และเงินสวัสดิการผู้พิการ ผู้ป่วยติดเชื้อเอสไอวี อย่างไม่โปรงใส

โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 9 สงขลา หรือปปท ได้ลงตรวจสอบและสอบถามข้อมูลจาก ผู้เกี่ยวข้อง หลังจากมีข้อมูล ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดพัทลุง ได้ให้เงินอุดหนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษาจำนวน151 คน คนละ 1,000 บาท แต่ขั้นตอนการเบิกเงินของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งพัทลุง ในบัญชีการเบิกเงินให้กับนักศึกษาในวิทยาลัยเจ้าหน้าที่พบข้อมูลในบัญชีเบิกเงินเป็นรายคน

โดยเบิกเงินไปคนละ 3,000 บาท แต่เมื่อจ่ายจริงจ่ายเพียง 1,000 บาท เท่านั้นซึ่งในการรับเงิน เจ้าหน้าที่ให้เด็กกรอกข้อมูลลงรายชื่อรับเงิน 1,000 บาท ออกเป็นสองชุด ชุดแรก ลงจำนวน 1,000 บาท ชุดที่ 2 ลงชื่อแต่เจ้าหน้าที่นำไปกรอกจำนวนเงินเอง ซึ่งจากการสอบถามผู้อำนวยการวิทยาลัยพบว่า เด็กได้รับเงินในปลายทาง 1,000 บาท และตนเองก็เพิ่งทราบในวันนี้หลังจากที่เจ้าหน้าที่ ปปท.มาสอบถามข้อมูลในการรับเงิน ว่าเจ้าหน้าที่ศูนย์เบิกเงินให้นักศึกษาหัวละ 3,000 บาท

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ ปปท.ยังระบุอีกว่านอกจากนี้ยังมีข้าราชการซี 8 ของจังหวัดพัทลุง ที่มีรายชื่อรับเงินคนไร้ที่เพิ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังติดต่อเพื่อขอข้อมูลว่ารับเงินจำนวนหนึ่งไปด้วยหรือเปล่าหรือมีการแอบอ้าง และได้ทำหนังสือเชิญผู้อำนวยการโรงเรียนประถม จำนวน 50 แห่ง มาให้ปากคำเพิ่มเติมหลังจากมีข้อมูลการรับเงินจากศูนย์ไร้ที่พึ่งพัทลุง แต่จำนวนเงินไม่ตรงกัน บางแห่งเด็กนักเรียนได้หัวละ 800-1,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ศูนย์คนไร้ที่เพิ่งพัทลุงเบิกจ่ายไปหัวละ 3,000 บาท จำนวนเด็กนักเรียนนักศึกษากว่า 5,000 คน

สุดรันทด! ด.ญ. 12 ปี รับจ้างเก็บน้ำยางพารา หาเงินประทังชีวิตกับน้องอีก3 คน

ชีวิตรันทดเด็กหญิงวัย 12 ปี รับจ้างเก็บน้ำยางพาราได้ค่าจ้างวันละ 150 บาท นำเงินมาซื้อกับข้าว พร้อมเลี้ยงน้องชายอีก 3 คน อดมื้อกินมื้อ เสื้อผ้าไม่มีจะใส่

วันที่ 19 มี.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้แจ้งจาก นางชนิสรา จินดารัตน์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/59 เขตเทศบาลปากแพร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มีอาชีพรับราชการเป็นพยาบาลวิชาชีพ รพ.ปัตตานี จึงได้เดินทางไปพบเด็กที่บ้านเลขที่ 97 หมู่ที่ 10 ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช แต่ที่บ้านพักไม่มีใครอยู่ และทราบจากชาวบ้านละแวกใกล้เคียงว่าเด็กทั้ง 4 คน ไปรับจ้างเก็บน้ำยางพาราอยู่ที่ในสวนยางที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สวนยางพาราพบน้องฟิว อายุ 12 ปี และเด็กเล็กอีก 3 คนกำลังช่วยกันเก็บน้ำนางพารา ในสวนยาง สอบถามททราบชื่อน้องกัน อายุ 8 ปี น้องกุล อายุ 6 ปี และน้องกาย อายุ 3 ปี ซึ่งทั้งสามคนเป็นน้องของ น้องฟิว

น้องฟิว กล่าวกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ชีวิตลำบากมากหลังจากพ่อ แม่แยกทางกัน ต้องดูแลน้องชายทั้ง 3 คน หุงข้าวให้น้องกิน บางวันก็ได้กิน บางวันก็ต้องอด เพราะไม่มีเงินซื้อกิน เสื้อผ้าก็ไม่มี ทุกวันต้องรับจ้างทำงานได้วันละ 80 – 150 บาท เงินที่ได้มาก็เอาไปซื้อข้าวสารประทังชีวิตแต่ละวัน เรื่องเรียนหนังสือไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้เรียนต่อหรือเปล่า

ด้านนางชนิสรา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเป็นญาติห่างๆ ของเด็กทั้ง 4 คน ทนเห็นความลำบากของเด็ก จึงได้เข้าให้ความช่วยเหลือง แต่ก็ช่วยไม่เต็มที่เพราะมีภาระต้องรับผิดชอบดัวย บางครั้งทำขนมให้เด็กทั้ง 4 นำไปขาย ไดเงินมาก็ให้เด็กทั้ง 4 ไปซื้อข้าวสารกิน ส่วนพ่อของเด็กทั้ง4 หลังเลิกรากับภรรยาก็ไม่ค่อยกับบ้าน ทิ้งลูกๆทั้ง 4 คนอยู่กันลำพัง หาข้าวกินเอง ตนเป็นห่วงอนาคตเด็ก อยากให้เด็กกินอิ่ม มีเสื้อผ้าใส่ มีชีวิตที่ดีขึ้น หากมีคนใจบุญช่วยเหลือก็ให้โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาบิ๊กซี หรือสอบถามหมายเลข 7630-378-75-0 หรือโทร 093 – 598 – 2459

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างที่นั่งคุยกันปรากฏว่า น้องฟิว ร้องห่มร้องไห้อยู่ตลอดเวลา พร้อมกับพูดว่า “ให้แม่กลับมาหาหนูและน้องลำบากมาก คิดถึงแม่” เป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก