ดูชัดๆ !! ภาพรถกระบะตำรวจกลับรถ ทั้งที่มีป้ายห้ามกลับ

ดูชัดๆ !! รถตำรวจกลับรถ ทั้งที่มีป้ายห้ามยูเทิร์น ขณะที่ชาวเน็ตบางส่วนมองอาจปฏิบัติหน้าที่อยู่ และบางส่วนบอกไม่ควรผิดกฎเอง

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ เสรี สุวรรณภานนท์ ได้โพสต์ภาพรถกระบะคันหนึ่งมีลักษณะคล้ายรถตำรวจ กำลังฝ่าฝืนกฎจราจรด้วยการกลับรถตรงบริเวณที่มีป้ายเครื่องหมายจราจรห้ามกลับอย่างชัดเจน โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “ก็มันเป็นกันซะเอง แล้วจะไปบังคับชาวบ้านอย่างไร !!! สน.มักกะสัน ห้าม สน.ทองหล่อไม่ได้ หรือจุดนี้ไม่ควรห้ามกลับรถ ? หากตั้งใจห้าม ทำไมไม่เอาแท่นปูนปิดซะเลย เปิดช่องไว้ให้กลับรถได้แต่เอาป้ายห้ามกลับรถไปตั้งไว้หรือเอาไว้ดักชาวบ้านให้ทำผิด ? คำถามมันเยอะครับ !!!”

ขณะที่เมื่อภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปต่างมีชาวโซเชียลได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางส่วนบอกว่า อย่าพึ่งตัดสินแค่ภาพหรือวิดีโอที่ตำรวจทำผิดการจราจร เพราะคุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่าช่วงเวลานั้นมีเหตุอะไร เช่น คนร้ายเข้าบ้าน เหตุปล้นฆ่าชิงทรัพย์ ทะเลาะวิวาท เหตุบางครั้งตำรวจเองก็ต้องทำผิดกฎจราจรเพื่อต้องการให้ไปถึงที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด

และมีชาวเน็ตบางส่วน บอกว่า รูปนี้เจอในเพจทนายคนหนึ่งเมื่อวันก่อน (ซึ่งเขาไม่ควรเอามาลงให้คนมาด่า).. เป็นภาพเก่านะคะ มีคนมาเฉลยแล้วว่า กรณีปฏิบัติงานด่วนเปิดไซเรนอยู่สามารถเลี้ยวได้ค่ะแต่ต้องระวังเวลารถอีกฝั่งสวนมา ซึ่งภาพนี้ ถ้าดูดีๆ เปิดไซเรนค่ะ โดยอีกบางส่วนบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว ยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยแล้ว ยิ่งต้องรักษากฎเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับประชาชน

ฮือฮา! ป้ายชี้ “ทางไปนรก ทางไปสวรรค์” คาด อบต. ติดประชด อบจ.โคราช

ป้ายชี้ “ทางไปนรก ทางไปสวรรค์” ติดอยู่ริมถนนในเมืองพิมาย คาด อบต. ติดประชด อบจ.โคราช

พบป้ายที่มีข้อความแปลกว่า “ทางไปนรก ทางไปสวรรค์” ติดอยู่บริเวณโค้งถนนสายรังกา-บ้านส่วย ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา โดยป้ายดังกล่าวมีขนาดความยาว 2.40 เมตร กว้าง 1.20 เมตร พื้นป้ายเป็นสีเขียว ตัวหนังสือสีขาว 2 บรรทัด โดยบรรทัดแรก เขียนข้อความว่า ทางไปนรก และมีลูกศรชี้ไปทางซ้ายมือ ซึ่งเป็นถนนชุมชนบ้านส่วยนอก ในเขตรับผิดชอบของ อบต.ในเมือง อ.พิมาย ส่วนบรรทัดที่ 2 เขียนข้อความว่า ทางไปสวรรค์ และมีลูกศรชี้ไปทางขวา ซึ่งเป็นทางไปบ้านรังกา ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย เขตรับผิดชอบของ อบต.รังกาใหญ่

จากการสอบถามชาวบ้านซึ่งอยู่บริเวณชุมชนใกล้เคียง ทราบว่า ป้ายดังกล่าวมีกลุ่มคนนิรนาม นำมาติดไว้ชาวบ้านสันนิษฐานว่าน่าจะได้รับจ้างจาก อบต.ในเมือง ให้นำมาติด เพื่อประชด อบจ.นครราชสีมา ที่ไม่ยอมให้งบประมาณมาซ่อมแซมถนนที่ชำรุดทรุดโทรม เนื่องจากถนนสายรังกา-บ้านส่วย ในเขตรับผิดชอบของ อบต.ในเมือง ที่เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ระยะทางยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ได้มีจุดชำรุดทรุดโทรม เป็นหลุม เป็นบ่อ ระยะทางยาวประมาณ 800 เมตร ทำให้ประชาชนเดินทางยากลำบาก และประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยชำรุดมานานกว่า 3 ปีแล้ว

ด้านนายบรรเจิด สอพิมาย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง ปฏิเสธว่า ไม่รู้ และไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำป้ายไปติดไว้ แต่ยอมรับว่าถนนในพื้นที่รับผิดชอบของ อบต.ในเมือง มีสภาพชำรุดทรุดโทรมจริง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างทำการสำรวจ เพื่อเตรียมที่จะซ่อมแซม แต่ด้วยความที่เป็น อบต.ขนาดเล็ก มีงบประมาณน้อย จึงเกินกำลังที่จะปรับปรุงซ่อมแซมได้ทั้งหมด

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ซ่อมแซมด้วยการนำยางมะตอยไปเททับไว้เท่านั้น จึงอาจจะต้องทำเรื่องของบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมถนนสายนี้ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติต่อไป และ ล่าสุด ก็ได้มีคนมารื้อถอนป้ายแปลกๆ ดังกล่าวออกไปแล้ว

ขณะเดียวกันเรื่องนี้ก็ได้ทราบถึง อบจ.นครราชสีมาแล้ว ซึ่งได้รับการยืนยันว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ของ อบจ.นครราชสีมา ลงพื้นที่เพื่อทำการสำรวจถนนที่ชำรุดทรุดโทรม และเตรียมที่จะทำเรื่องอนุมัติงบประมาณให้ทำการซ่อมแซมถนนตามที่ อบต.ในเมือง อ.พิมาย ขอมา

ปปป.คาด ‘เปรมชัย’ เข้ารับทราบข้อหาติดสินบน 20 มี.ค.นี้

ปปป.คาด ‘เปรมชัย’ และ ‘ยงค์’ เข้ารับทราบติดสินบนพรุ่งนี้ – ขณะที่ตำรวจรอผลตรวจดีเอ็นเอเสือดำอย่างเป็นทางการจากมีดทำครัวที่พบในกลุ่มเปรมชัย เตรียมส่งให้อัยการเพิ่มเติม

คดีนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวอล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่าสำนวนคดีได้ส่งอัยการศาลจังหวัดทองผาภูมิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้้ทางอัยการยังรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ของมีดทำครัว /มีดพก/มีดอีโต้ และเขียง ที่ทางเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯระบุว่ามีดีเอ็นเอของเสือดำปรากฏอยู่

ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้รายงานผลตรวจในเบื้องต้นไปแล้ว แต่เอกสารรายงานผลตรวจอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่กรมอุทยานประกอบสำนวนเพื่อส่งให้อัยการเพิ่มเติม รวมไปถึงกรณีที่ตรวจพบว่ามีซากสัตว์ของไก่ฟ้าหลังเทาด้วยนั้น ไม่จำเป็นต้องทำสำนวนแยก หรือแจ้งข้อหาเพิ่ม เนื่องจากข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าก็ครอบคลุมไปด้วยแล้ว

ขณะที่ พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปปป. ยืนยันว่า ทางทนายความของนายเปรมชัย กรรณสูต คาดว่า นายเปรมชัย กรรณสูต และนายยงค์ โดดเครือ คนขับรถ จะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงาน ในวันพรุ่งนี้ (20 มี.ค.61) เวลา 10.00 น. ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อขอเลื่อนแต่อย่างใด ซึ่งเบื้องต้นหลังแจ้งข้อกล่าวหานายเปรมชัย ก็จะปล่อยตัวกลับไป ส่วนนายยงค์ จะดำเนินการพิมพ์ลายนิ้วมือ และสอบคำให้การ ก่อนจะปล่อยตัวกลับเช่นกัน เนื่องจากเป็นการเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก

ด้าน พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. เปิดเผยถึงกรณี การออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้นางคณิตตา กรรณสูต และนางวันดี สมภูมิ เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา หลังส่งทนายความขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาครั้งแรกออกไปโดยอ้างว่าติดภารกิจ แต่พนักงานสอบสวนไม่อนุญาต จึงออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้เข้าพบในวันที่ 20 มีนาคม 2561 เวลา 10.00 น.

จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทนายความ ว่า นางคณิตตา และนางวันดี จะขอเลื่อนหรือไม่ โดยพนักงานสอบสวนจะคงเวลาการเข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียกถึงประมาณ 11.00 น. หากไม่มีการเข้าพบตามนัด จะขอศาลพิจารณาเป็นหมายจับต่อไป