ช็อกโลก ! วิศวกรมือฉมังแฉสหรัฐฯปิดข่าว เผยเจอซากMH370 ถูกยิงจนพรุน

วิศวกรชาวออสเตรเลีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหาซากเครื่องบิน ยืนยันใช้ข้อมูล-ภาพถ่ายจากGoogle Mapsและนาซา พบซากเที่ยวบิน MH370

วันที่ 18 มี.ค. เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ รายงานข่าวข่าวกรณี นายปีเตอร์ แม็คมาฮอน วัย 64 ปี วิศวกรเครื่องกลชาวออสเตรเลีย ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับการค้นหาซากเครื่องบินมายาวนานถึง 25 ปี อ้างว่าตนพบซากเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 ที่หายสาบสูญไปอย่างลึกลับเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

ทั้งนี้นายแม็คมาฮอน เปิดเผยว่าจากความพยายามค้นหาซาก MH370 โดยอาศัยข้อมูลและภาพถ่ายจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา และ Google Maps จนพบซากเครื่องบินตกอยู่ห่างจากเกาะราวน์ดซึ่งเกาะราวน์ดนี้เป็นเกาะเล็กๆ ของมอริเชียส ประเทศเกาะนอกชายฝั่งแอฟริกา ในมหาสมุทรอินเดียตะวันตกเฉียงใต้ ไปทางใต้ประมาณ 10 ไมล์ หรือ 16 กม.

อย่างไรก็ตาม นายแม็คมาฮอน ระบุว่ามีภาพหนึ่ง ซึ่งเห็นเค้าโครงว่าน่าจะเป็นซากเครื่องบินอยู่ใต้ผิวน้ำทะเล และได้ส่งข้อมูลนี้ไปยังสำนักงานคมนาคม และความปลอดภัยของออสเตรเลีย เพื่อยืนยันการพบซากเครื่องบิน MH370 นอกจากนี้นายแม็คมาฮอนเชื่อว่า ชิ้นส่วนสำคัญบริเวณห้องผู้โดยสารส่วนหน้า ของMH370 ตกอยู่ห่างจากเกาะโรดริเกส ใกล้กับสาธารณรัฐมอริเชียส

นายแม็คมาฮอนเผยข้อมูลด้วยว่า มีชาวอเมริกัน 4 คนถูกส่งไปยังออสเตรเลีย เพื่อช่วยค้นหาซาก MH370 เพื่อต้องการให้มั่นใจว่าข้อมูลของ MH370 และตำแหน่งที่เครื่องบินตกไม่หลุดลอดออกไป มีการระบุว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ พยายามปิดข่าว เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่ามีการพบว่าซากเครื่องบินMH370ที่เต็มไปด้วยรอยถูกยิง

อย่างไรก็ตาม เครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH-370 หายไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ปี 2557 ระหว่างบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย มุ่งหน้าไปยังกรุงปักกิ่งของจีน โดยมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 239 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีน 152 คน มาเลเซีย 50 คน อินโดนีเซีย 7 คน ออสเตรเลีย 6 คน อินเดีย 5 คน ฝรั่งเศส 4 คน และอเมริกัน 3 คน

ที่มา www.mirror.co.uk

อุกอาจ ! คนร้ายยิงเมียเก่าตายอนาถกลางห้างในแคลิฟอร์เนีย

เกิดเหตุคนร้ายยิงคนตายภายในห้างสรรพสินค้ารัฐแคลิฟอเนีย สหรัฐฯ มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 รายทราบต่อมาว่าเป็นภรรยาเก่าของผู้ก่อเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว เหตุคนร้ายยิงปืนกลางห้างสรรพสินค้าเดอะโอค์ส ซึ่งตั้งห่างจากเมืองใหญ่ลอสแอนเจลิสไปทางตะวันตกประมาณ 64 กิโลเมตรของรัฐแคลิฟอร์เนีย

รายงานระบุว่าก่อนเกิดเหตุ คนร้ายได้มีปากเสียงกับเหยื่อ ซึ่งทราบต่อมาว่าเป็นภรรยาเก่าของผู้ก่อเหตุที่ได้หย่าร้างกันไปแล้ว หลังจากนั้นคนร้ายได้ชักปืนออกมายิงเหยื่อจนถึงแก่ความตาย รวมถึงใช้ปืนยิงตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ในห้างได้ประกาศให้ลูกค้าหาที่หลบภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งอพยพประชาชนออกมาจากห้างเนื่องจากมีหลายคนอยู่ในความตื่นตระหนก

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ส่งคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว

ที่มา abcnews.go.com

ยัน!! หมายจับ บอส ทายาทกระทิงแดง ยังอยู่ในระบบแค่ไม่แสดงหน้าเว็บ

สตช. ยันหมายจับ “วรยุทธ อยู่วิทยา” ยังคงอยู่ในระบบ เพียงแค่ไม่แสดงผลหน้าเว็บ ยันประสานข้อมูลตามตัวกันมาตลอด

จากกรณีที่สมาชิกทวิตเตอร์รายหนึ่ง ได้โพสต์ว่า หมายจับหรือหมายแดงของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ที่ออกโดยองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ อินเตอร์โพล ในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ได้หายไปจากหน้าเว็บไซต์หลังจากอินเตอร์โพลได้เผยแพร่หมายนั้นครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ย. 2560 (อ่านข่าว >>> อุ้ย!! หมายจับ บอส ทายาทกระทิงแดง หายไปจากเว็บไซต์ตำรวจสากล ?? )

ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า สำหรับหมายจับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง ยังคงอยู่ในระบบ เพียงแต่ไม่ได้แสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ของตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล ยืนยันมีการประสานข้อมูลเพื่อตามตัวกันมาตลอด เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานพบนายวรยุทธ พำนักอยู่ในประเทศใดที่เป็นประเทศสมาชิกตำรวจสากล หรือประเทศที่มีสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน