นักท่องเที่ยวแห่ชมโขลงช้างเขาอ่างฤาไน กว่า 70 ตัว แบบใกล้ชิด

นักท่องเที่ยวแห่ชมโขลงช้างกว่า 70 ตัว แบบใกล้ชิดในช่วงวันหยุด เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนดูแลความปลอดภัยเข้ม

ประชาชน และนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเพื่อชมโขลงช้างป่ากว่า 70 ตัว ที่ลงจากเขากล้วยเข้ามาหากินอยู่ในป่าปาล์ม ล้อมรอบด้วยคูดักช้างในพื้นที่ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี อย่างตื่นตาตื่นใจ เพราะได้เห็นโขลงช้างป่าตัวเป็นๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มารอชมโขลงช้างป่าต่างนำกล้องและโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปโขลงช้างป่ากว่า 70 ตัว ไว้เป็นที่ระลึก ขณะที่ความปลอดภัยมีสูงเนื่องจากโขลงช้างป่าไม่สามารถที่จะเดินข้ามคูดักช้างออกมาได้

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ผู้นำชุมชน ชุดเฝ้าระวังช้างป่า และ ชรบ.คอยดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการชมโขลงช้างป่า ในเบื้องต้นทางจังหวัดจันทบุรี และเทศบาลตำบลพวาเตรียมที่จะมีการส่งเสริมผลักดันให้บริเวณนี้เป็นจุดชมช้างป่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรี และของอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีประชาชน และนักท่องเที่ยวมาเฝ้ารอคอยดูโขลงช้างป่าออกหากิน บริเวณป่าปาล์มแห่งนี้เป็นจำนวนมากนั้นเอง โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนได้ฝากเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาชมช้างป่าแบบใกล้ชิด ควรที่จะเชื่อฟังเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด เช่น การถ่ายภาพไม่ควรที่จะเปิดแฟลตถ่าย หรือเข้าไปประชิดใกล้ช้างป่ามากเกินไป และไม่ควรส่งเสียงดังเพราะอาจจะทำให้ช้างป่าตื่นกลัว เครียด และเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากการถูกช้างป่าทำร้ายได้อีกด้วย

ติดป้ายเตือนระวัง ‘หมูเจ้าพ่อ’ ตามความศรัทธาของชาวบ้านริมทางเถิน-ทุ่งเสลี่ยม

ติดป้ายเตือนระวัง ‘หมูเจ้าพ่อ’ ตามความศรัทธาของชาวบ้านริมทางเถิน-ทุ่งเสลี่ยมที่มีต่อศาลเจ้าพ่อผีปันน้ำ ชี้ หากใครมาลักหรือนำไปกินจะมีอันเป็นไปทุกราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนที่เคยขับรถผ่านเส้นทางสาย อ.เถิน จ.ลำปาง – อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ซึ่งต้องผ่านบ้าน ม.3 บ้านกุ่มเนิ้ง ต.แม่มอก อ.เถิน ที่เป็นทางขึ้นเขาคดเคี้ยวหลายโค้ง จะพบว่า ริมเส้นทางก่อนขึ้นเขาที่มี “ศาลเจ้าพ่อผีปันน้ำ” ตั้งอยู่ จะมีป้ายเขียนบอกให้ใช้ความระมัดระวังและให้ลดความเร็ว ว่า “ระวังหมูเจ้าพ่อ” เมื่อเข้าไปตรวจสอบที่บริเวณศาลเจ้าพ่อผีปันน้ำ ก็จะพบว่า มีไก่ และหมูป่าสีดำ หรือที่ชาวบ้านเรียกหมูดอยอยู่จำนวนมาก คอยกินผักผลไม้ที่คนนำมาวางทิ้งไว้

ซึ่งหมูดอยเหล่านี้ไม่กลัวคน พอเห็นคนเข้ามาก็จะวิ่งเข้ามาหาด้วยความคุ้นเคย จากการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ถึงที่มาของ “หมูเจ้าพ่อ” ทราบว่า เมื่อประมาณ 200 ปีก่อน ได้มีแม่ทัพทหารชื่อขุนเหล็กนำกองทัพเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้าจะไปจังหวัดสุโขทัย แต่ระหว่างทางน้ำที่นำมาด้วยหมด ขณะที่ทุกคนก็รู้สึกหิวน้ำ และตลอดทางก็ไม่มีแหล่งน้ำให้กินเลย จึงได้พากันนั่งพักที่ดอยปั๋นน้ำ (จุดที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อผีปันน้ำปัจจุบัน) ซึ่งเป็นดอยกั้นระหว่างตำบลแม่ปะ กับตำบลแม่มอก อ.เถิน จ.ลำปาง (คำว่า ปั๋น แปลว่า แบ่งปัน)

นายอำพัน พงษ์พานิช นายกสมาคมศูนย์เตือนภัย พิบัติประจำอำเภอเถิน จ.ลำปาง กล่าวว่า ปัจจุบันมีหมูป่าเหลือเพียง 50 ตัว เท่านั้น จากเมื่อหลายปีก่อนเหลือหมูป่าประมาณ 500 ตัว โดยเหตุผลที่ปริมาณหมูลดลง คนนำมาปล่อยน้อยลง และประกอบกับ หมูป่าที่เลี้ยงไว้ล้มตาย สูญหาย และบางตัวถูกรถชนไปบ้าง แม้ว่าทีผ่านมาเจ้าหน้าที่จะทำรั้วเหล็กมากั้นไว้แล้วก็ตาม แต่หมูป่าก็วิ่งไปทางหลังป่าหลังภูเขาแล้วเดินอ้อมหนีออกไปนอกพื้นที่รอบนอก

อย่างไรก็ตามเมื่อกอนนี้ มีคนมาเอาหมู เอาไก่ ที่มีคนนำมาถวายกลับไปบ้าน เพื่อปรุงเป็นอาหาร แต่คนที่นำไปกินก็จะประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตหลายครั้ง และหลายคน จากนั้นจึงไม่มีใครกล้าจับหมูเหล่านี้ไปกินอีก เนื่องจากเชื่อว่าเป็นหมูของเจ้าพ่อ หากใครมาลักหรือนำไปกินก็จะมีอันเป็นไปทุกราย

นักมวยกว่า 1,260 คน ร่วม ‘พิธีไหว้ครูมวยไทย’ เอกลักษณ์ที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

นักมวยจากทั่วโลก 57 ประเทศ กว่า 1,260 คน ร่วม ‘พิธีไหว้ครูมวยไทย’ เอกลักษณ์ที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น 

วันนี้ ( 17 มี.ค. 61 ) ที่ วัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมาคมครูมวยไทย สมาคมสถาบันศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย สหพันธ์มวยไทยโลก สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัด “งานไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 14”  ซึ่งเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ มีการไหว้ครูและพิธีครอบครูมวยไทยอย่างถูกต้องตามขั้นตอนประเพณี

รวมถึงจัดพิธีบวงสรวงบูรพมหากษัตริย์ไทยและทหารกล้าของไทยที่ร่วมปกป้องแผ่นดินไทย โดยได้รับเกียรติจากนักมวยที่มีชื่อเสียงเป็นผู้รำไหว้ครูนำนักกีฬามวยไทยทุกชาติ ได้แก่ ผุดผาดน้อย วรวุฒิ, อนุวัฒน์ แก้วสัมฤทธิ์, สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง และพันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์และครั้งนี้มีนักมวยไทยจากทั่วโลกเข้าร่วมงานฯ จาก 57 ประเทศ กว่า 1,260 คน

ทั้งนี้ ททท. ได้จัดงานไหว้ครูมวยไทยโลกอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันนายขนมต้ม ในปี 2561 นี้ เป็นการจัดงาน ครั้งที่ 14 ททท. เห็นว่ามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งมีการเปิดสอนมวยไทยในประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 200 ค่าย ทำให้มีนักกีฬามวยไทยหรือผู้ที่สนใจในกีฬามวยไทยเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งการจัดงานไหว้ครูมวยไทยโลก เป็นการส่งผ่านมรดกของวัฒนธรรมไทยที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่นชัดเจน ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก อีกทั้งเป็นการสร้างความประทับใจและความภูมิใจให้กับผู้รักกีฬามวยไทยทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม การไหว้ครูมวยไทย เป็นการปฏิบัติและสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ถือเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ แต่เดิมผู้ที่จะได้รับการฝึกฝนให้เป็นนักมวยได้นั้นต้องเข้าไปไปใช้ชีวิตเรียนรู้ฝากเนื้อฝากตัว คอยปรนนิบัติครูมวยอยู่พักใหญ่ เมื่อครูมวยเห็นว่าสามารถจะสอนได้ ก็จะมีการทำก็ต้องผ่านพิธีที่เรียกว่า “ยกครู” เสียก่อน เพื่อแสดงถึงการยอมรับซึ่งกันและกันทั้งครูและศิษย์ จากนั้นครูก็จะสอนอย่างจริงจัง จนกว่าจะได้รับการถ่ายทอดวิชาจนครบถ้วน และเวลาจะไปชกมวยเขาก็ไหว้ครูเสียก่อน