ด่วน! ปล่อยตัว “กี้ร์ อริสมันต์” จากเรือนจำแล้ว

เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปล่อย นายอริสมันต์ชั่วคราวในคดีบุกการประชุมอาเซียนพัทยา ด้วยวงเงินประกัน 2,200,000 บาท โดยวางข้อกำหนดห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

ล่าสุดเมื่อเวลา 21.30 วันที่ 16 มี.ค. 2561 เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้ปล่อยตัว นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ชั่วคราวในคดีบุกการประชุมอาเซียนพัทยา ด้วยวงเงินประกัน 2,200,000 บาท โดยวางข้อกำหนดห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในระหว่างฎีกา โดยมีภรรยาและลูกรวมถึง เจ๋ง ดอกจิก และเพื่อนราว 40 คนมารับ พร้อมพระสงฆ์ 2 รูป มาสวดปัดเปา รวมทั้งเอาน้ำมนต์มาให้ล้างหน้า เพื่อเป็นเคร็ดไม่ต้องกลับเข้าไปในเรือนจำอีก ก่อนจะรับดอกไม้ พวงมาลัยจากญาติ

ภาพประกอบข่าว

พร้อมกันนี้นายอริสมันต์ ที่สวมเสื้อยืดขาวสีขาว กางเกงขาสั้น ลักษณะซูบผอม  กล่าวว่า ตนดีใจได้ออกมา อยู่กับครอบครัว แต่เราต้องเป็นกำลังใจให้คนข้างใน และต้องช่วยกัน สังคมไทยยังเหลื่อมล้ำอยู่

อย่างไรก็ตาม นายอริสมันต์ ต้องโทษ 3 คดี คือ 1. หมิ่นประมาท นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รับโทษครบกำหนดเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา 2.คดีก่อการร้าย อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล 3.คดีบุกล้มประชุมอาเซียนซัมมิท พัทยา โดยศาลอุทธรณ์สั่งตัดสินจำคุก 4 ปี

สำหรับการยื่นประกันตัวนายอริสมันต์ครั้งนี้ถือเป็นการยื่นครั้งที่ 2 โดยเหตุผลสำคัญที่ศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัวนายอริสมันต์ เนื่องจากจำเลยร่วมอื่นในคดีนี้ ศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวไปหมดแล้ว และผู้พิพากษาในคดีนี้ได้รับรองการยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงครบแล้ว ตามที่จำเลยได้ยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไป

แผนควงฟ้ายื่นคำร้องขอDSIรับคดีหวย30ล.เป็นคดีพิเศษ

“แผน” พยานครูปรีชา ควง “ฟ้า” ยื่นคำร้อง ขอดีเอสไอรับสอบคดีหวย 30 ล้าน เป็นคดีพิเศษ อ้างถูกคอมมานโดสะกดรอย เกรงไม่ปลอดภัย

นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือนายแผน พร้อมด้วย น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า พยานฝ่าย นายปรีชา ใคร่ครวญ เดินทางมายังศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นหนังสือต่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ยุติธรรม พร้อมระบุเพียงสั้นๆ ว่าเป็นการนำเอกสารมาให้เจ้าหน้าที่ เมื่อถามถึงกรณีที่กองบังคับการปราบปรามจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้เข้าพบพนักงานสอบสวน ยืนยันว่ายังไม่ได้รับหมายดังกล่าว แต่หากมีหมายเรียกก็พร้อมเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะเข้าไปพบพนักงานสอบสวนได้เมื่อใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเข้ายื่นหนังสือครั้งนี้ นายฐนุกร และ น.ส.กนกพรรณ ต้องการให้กระทรวงยุติธรรม สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับสอบสวนคดีหวย 30 ล้านบาทที่ตัวเองและ น.ส.กนกพรรณ เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะพยานเป็นคดีพิเศษ โดยอ้างว่าเรื่องความปลอดภัยที่ตนไปเป็นพยานให้กับครูปรีชา เนื่องจากล่าสุดถูกเจ้าหน้าที่แต่งกายคล้ายตำรวจคอมมานโด มาคอยติดตามความเคลื่อนไหว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากรณีดังกล่าวทั้งสองคนยังไม่ถือเป็นผู้เสียหายโดยตรงในคดีดังกล่าว กรณีนี้ต้องให้นายปรีชา หรือผู้ต้องหาในคดีรายอื่นเป็นผู้ยื่นเรื่องหรือมีหนังสือมอบอำนาจให้ยื่นเรื่องแทน ทั้งนี้ เอกสารที่ทั้งสองคนนำมายื่นมีเพียงคำร้องแผ่นเดียว ไม่มีหลักฐานอื่นประกอบ ดังนั้น จึงให้กลับไปรวบรวมเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง เช่นกรณีที่อ้างว่ามีตำรวจคอมมานโดสะกดรอยตามก็ขอให้มีหลักฐานประกอบการยื่นคำร้องเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

คดีพลิก ! ยกฟ้อง ‘พรชนก’ ฆ่ากิ๊กยุ่น – ผัวเจอคุก33ปี

ศาลสมุทรปราการตัดสิน ยกฟ้อง ‘พรชนก’ ร่วมกันฆ่าเพื่อนชายชาวญี่ปุ่น หวังเงินประกัน ส่วนที่สมชายผู้เป็นสามี ถูกจำคุกตลอดชีวิต แต่รับสารภาพจึงลดโทษเหลือคุก 33 ปี 4 เดือน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 มี.ค. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีดำเลขที่ 4571/60 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัด สมุทรปราการ เป็นโจทก์ กับ นายสมชาย แก้วบางยาง อายุ 51 ปี จำเลยที่ 1 และนางเพ็ญศรี หรือ พรชนก ทานากะ หรือ ไชยะปะ อายุ 51 ปี จำเลยที่ 2 ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

สืบเนื่องจาก นายคาซึโตชิ ทานากะ ชาวญี่ปุ่นได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนางพรชนก จนมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ทั้งๆที่ นางพรชนก มีสามีอยู่แล้วคือ นายสมชาย ต่อมาในปี 2546 นายคาซึโตชิ ได้ประสบอุบัติเหตุตกบันไดเสียชีวิต ตำรวจสรุปคดีว่าเป็นอุบัติเหตุ ทำให้ นางพรชนก ได้รับเงินประกันชีวิตกว่า 3 ล้านบาท

แต่เมื่อนางเค็กโกะ มัตตา ลูกสาวนายคาซึโตชิ ได้ทราบข่าวการตายของบิดา จึงสงสัยว่าบิดาอาจถูกฆาตกรรม ไม่น่าจะเกิดจากบันไดตาย จึงเข้าแจ้งความให้ตำรวจ สภ.บางเสาธง ให้รื้อฟื้นคดี แต่นางพรชนก ให้การปฏิเสธ มีเพียง นายสมชาย ที่ยอมรับสารภาพ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายสมชาย ได้รับสารภาพในชั้นสอบสวนว่าฆ่า นายคาซึโตชิ เนื่องจากความหึงหวง ประกอบกับ โจทย์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานให้เชื่อมโยงได้ว่า นายสมชาย วางแผนฆ่านายคาซึโตชิ เพื่อครอบครองธุรกิจและวางแผนเอาเงินประกัน จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย จึงพิพากษาตัดสิน นายสมชาย ในข้อหา ฆ่าผู้อื่น ลงโทษ “จำคุกตลอดชีวิต” แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อคดีลดลง 1 ใน 3 คงเหลือ จำคุก 33 ปี 4 เดือน

ส่วน นางพรชนก โจทย์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานว่ามีส่วนร่วมเกี่ยวข้อง และโจทย์ไม่มีหลักฐานว่านางพรชนก รู้ว่า นายคาซึโตชิ มีเงินประกันมาก่อน ถึงแม้จะมีข้อพิรุธก็ตาม จึงไม่มีข้อพิสูจน์ถึงแรงจูงใจในการฆ่าได้ ประกอบกับให้การปฏิเสธมาโดยตลอด จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย สั่งยกฟ้อง นางพรชนก ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง

ด้าน นางจินตนา ณะสุโห อายุ 63 ปี มารดา นางเค็กโกะ เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจ แต่อีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกเสียใจ ต้องขอปรึกษากับลูกสาวก่อน เพราะตอนนี้อยู่ต่างประเทศ

ส่วน นายจรินทร์ ภิคุปต์ ทนายความจำเลย เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับจำเลยทั้ง 2 จึงไม่ทราบว่าทาง นายสมชาย จะยื่นอุทธรณ์ ในเรื่องของคำพิพากษาหรือไม่โดยหลังจากนี้จะเข้าพูดคุยอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นายสมชาย แก้วบางยาง อายุ 47 ปี และนางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าหั่นศพ  นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษาญี่ปุ่น อายุ 79 ปี ซึ่งป่วยนอนอยู่ภายในบ้านย่านสมุทรปราการ และได้วางแผนฆาตกรรมโดยใช้มีดชำแหละชิ้นส่วนอวัยวะเป็นชิ้นๆ โดยได้แบ่งชิ้นส่วนบรรจุใส่กระสอบปุ๋ย จำนวน 4 กระสอบ ก่อนจะนำใส่รถแท็กซี่มาทิ้งบริเวณใต้สะพานคลองนางทิ้ม ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่ออำพรางคดี จากนั้นได้ร่วมกันลักทรัพย์สิน และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของนายโยชิโนริ กดเอาเงินสดรวมกว่า 500,000 บาท โดยก่อนหน้านี้ศาลอาญารัชดา พิพากษาประหารชีวิต นายสมชาย แก้วบางยาง ส่วน นางพรชนก จำคุก 48 ปี ในข้อหาร่วมซ่อนเร้นศพ ไปเมื่อวันที่ 14 ม.ค.59 ที่ผ่านมา