ร้องนายกฯ ตรวจด่านศุลกากรท่าเรือกรุงเทพฯ-แหลมฉบัง-หนองคาย เลี่ยงภาษี

ร้องนายกฯ ตรวจสอบด่านศุลกากรท่าเรือกรุงเทพฯ-แหลมฉบัง-หนองคาย เอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการเลี่ยงภาษี

วันที่ 16 มี.ค. 2561 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้นำหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ตรงข้างทำเนียบรัฐบาล ขอให้ตรวจสอบกระบวนการเลี่ยงภาษีเชียงกง โดยนำเข้าจากต่างประเทศมาจำหน่ายในประเทศไทยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นการทั่วไปว่าการนำเข้า-ส่งออกสินค้าต่าง ๆ มีความพยายามในการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าที่ผิดกฎหมาย เช่น ไม้พะยูง ไม้หวงห้าม ฯลฯ และที่ถูกกฎหมาย แต่มีการสำแดงเอกสารอันเป็นเท็จ หลบเลี่ยงข้อเท็จจริงเพื่อหลบเลี่ยงภาษีจากกรมศุลกากร ซึ่งปรากฏเป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่อง

จากการติดตามตรวจจับของพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจและศุลกากร ทั้ง ๆ ที่กรมศุลกากรและการท่าเรือมีเทคโนโลยีการตรวจจับหรือสแกนหรือเอ๊กซ์เรย์สินค้าอย่างสูง แต่เหตุใดจึงมีการลักลอบการนำเข้า-ส่งออกสินค้ากันไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจมีการสมรู้ร่วมคิด

ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ามีกระบวนการลักลอบการส่งออกสินค้าต้องห้ามผ่านด่านศุลกากรไปแล้วเป็นจำนวนมากโดยการเอื้อประโยชน์ของพนักงานเจ้าหน้าที่บางรายของด่านที่เกี่ยวข้องโดยชัดเจน

ซึ่งหากเป็นพ่อค้า-ผู้ประกอบการทั่วไปมีพฤติการณ์ดังกล่าวคงไม่รอดพ้นจากการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวดได้ เพราะหากจับได้ย่อมมีโทษตาม พรบ.การศุลการกร 2560 มีอัตราโทษค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงอาจมีขบวนการสมรู้ร่วมคิดระหว่างหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการในการร่วมมือกันแสดงเอกสารอันเป็นเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของพนักงานเจ้าหน้าที่

โดยเฉพาะการมี “ขาใหญ่” หรือผู้ประกอบการนำเข้ารายใหญ่ ที่สามารถเคลียร์เส้นทางการนำเข้าได้ แต่ไปไล่เก็บเงินค่าเคลียร์จากพ่อค้ารายย่อย เพื่อนำมาเอื้อประโยชน์ในการนำเข้าสินค้าต่าง ๆ เพื่อเลี่ยงภาษี เป็นการเพิ่มภาระต้นทุนในการประกอบการของพ่อค้ารายย่อยจนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า บางรายถึงขนาดต้องล้มเลิกกิจการไปเลยก็มี

กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเก็บภาษีของประเทศ แต่ไปเอื้อประโยชน์ให้เกิดขบวนการ “คอรัปชั่น” กันอย่างมาก เป็นผลเสียหายต่อประเทศ และทำให้กลไกการค้าขายของผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพ่อค้ารายย่อยที่ไม่เข้าร่วมกระบวนการก็จะถูกกลั่นแกล้งให้ไม่สามารถประกอบธุรกิจดังกล่าวอยู่ในวงการนี้ได้

ดังนั้นสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความรายละเอียดและพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายท่าศุลกากรต่าง ๆ รวมทั้งผู้ประกอบการเอกชนที่เป็น “ขาใหญ่” ว่ามีกระบวนการหลบเลี่ยงภาษีสินค้าอะไหล่และเครื่องยนต์เก่า (เชียงกง) จากต่างประเทศที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไรด้วย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ตามนโยบายของรัฐบาล

ไฟไหม้บ้านตระกูลดังเจ้าของ ‘ตราสมอ’ รถปอร์เช่ป้ายแดงวอดทั้งคัน

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักหรู 2 ชั้น ภายในซอยบรมราชชนนี 55 รถปอร์เช่ป้ายแดงวอดทั้งคัน เบื้องต้นพบว่าเป็นบ้านของตระกูล “กริตยอานนท์” นักธุรกิจและเป็นเจ้าของชุดนักเรียนตราสมอ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ (16 มี.ค.61) เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักหรู 2 ชั้น เลขที่ 1/48 หมู่บ้านริมธาร ซอยบรมราชชนนี 55 แขวงและเขตตลิ่งชัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงบางขุนนนท์เร่งระดมช่วยกันระงับเพลิงไหม้

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพัก 2 ชั้น พบว่าเพลิงไหม้มาจากรถยนต์สปอร์ตหรู ยี่ห้อปอร์เช่ สีขาว ป้ายแดง ที่บริเวณส่วนท้ายรถ ก่อนที่ไฟลุกลามไปยังตัวบ้าน บริเวณห้องรับแขกและห้องโฮมเธียเตอร์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดจนเพลิงจนสงบรถยนต์ปอร์เช่ได้รับความเสียหายทั้งคัน โดยขณะนี้กำลังหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว

ทั้งนี้มีรายงานว่าบ้านหลังที่เกิดเหตุ เป็นของตระกูล “กริตยอานนท์” นักธุรกิจและเป็นเจ้าของชุดนักเรียนตราสมอ

ขอบคุณภาพข้อมูล บิ๊กเกรียน

กลุ่มผู้สนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่ายหินเทพา จี้ยกเลิก MOU ขู่ยกระดับการชุมนุม

กลุ่มผู้สนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่ายหินเทพา จี้ยกเลิก MOU ขู่ยกระดับการชุมนุม

จากกรณีที่มีการทำร่างสัญญาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา 4 ประเด็น คือ 1. ให้ กฟผ. ถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม

2. ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่ จังหวัดกระบี่ และอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา มีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน โดยต้องมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผ. จะต้องยุติสร้า.โรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่

3. หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน

4. ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุม กับ กฟผ. เลิกแล้วต่อกัน

ล่าสุดวันที่ 16 มี.ค. 61 กลุ่มผู้สนันสนุนโครงการโรงไฟฟ้าเทพากว่า 50 คน เดินทางมาที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมและทวงถามจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงาน โดยขอให้มีการยกเลิก MOU ดังกล่าว

โดย นายพณวรรธน์ พงศ์ประยูร ตัวแทนจากชาวบ้านเทพา กล่าวว่า ในวันนี้ได้มีชาวบ้านจากพื้นที่เทพา และจาก 66 องค์กร ต้องการเรียกร้องความยุติธรรมจากรัฐบาลและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เนื่องจากได้ทำข้อตกลงกับแค่คนเพียงกลุ่มเดียวซึ่งไม่ใช่เป็นตัวแทนของคนเทพา โดยต้องการยืนเจตนารมณ์คือ 1.จะต้องทำการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา 2.ให้บรรจุ PDP ไว้เหมือนเดิม 3.ล้มเลิก MOU และ 4. EHIA

ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่หลายหมื่นคน ต้องการให้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่ายหินเทพาและไม่อยากให้หลงเชื่อประเด็นคัดค้านจากคนต่างถิ่น เพราะในความจริงแล้วผู้เห็นต่างนั้นไม่ใช่ชาวบ้านในอำเภอเทพาอย่างแท้จริง โดยจากการที่โรงไฟฟ้าถ่านหินได้พาไปดูงานจึงทำให้เชื่อในเทคโนโลยีสมัยใหม่ว่าสามารถทำให้ระบบต่างๆ จะทำให้ไม่มีมลพิษและอยู่ดีมีสุขได้

ขณะที่เชื่อว่าการคัดค้านสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นไม่ใช่เรื่องของมลพิษ สุขภาพ แต่เป็นมีอะไรที่แอบแฝง อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้สนันสนุนย้ำว่าจะปักหลักอยู่จนกว่าจะได้ทราบความคืบหน้าจากรัฐบาล