ศาลขอนแก่นนัดฟังคำพิพากษาคดี “เปรี้ยว สวยหั่นศพ” 29 มิ.ย. 61 ทนายความฝ่ายจำเลยขอใช้สิทธิ์ 30 วันส่งเอกสารแถลงปิดคดี
หลังจากที่ศาล จ.ขอนแก่น มีคำสั่งยุติการสอบคำให้การพยานฝ่ายจำเลย ตามการนัดหมาย ที่ได้กำหนดสอบคำให้การฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ระหว่างโจทก์ คือพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น กับ จำเลย ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว จำเลยที่ 1,น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น จำเลยที่ 2 ,น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือเบนซ์ จำเลยที่ 3 ,นายวศิน นามพรม จำเลยที่ 4 และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ จำเลยที่ 5 โดยในวันนี้เป็นนัดสุดท้ายซึ่งถือว่าขั้นตอนของการไต่สวนในลำดับขั้นตอนของการพิจารณาเสร็จสิ้นในภาพรวม ศาลจึงมีคำสั่งควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ 1-2 และ 5 กลับไปคุมขังต่อที่เรือนจำกลางขอนแก่น,จำเลยที่ 4 ส่งตัวกลับไปทำการคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น
ส่วนจำเลยที่ 3 นั้นอยู่ในช่วงของการประกันตัวของกระทรวงยุติธรรมศาลจึงมีคำสั่งให้กับบ้านได้ โดยผู้ต้องหาที่ถูกส่งตัวกลับการคุมขังได้ถูกตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คุมตัวลงมาจากห้องพิจารณาคดีที่ 8 ชั้น 3 เพื่อส่งมอบตัวให้กับเจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์ทำการควบคุมตัวขึ้นรถของเรือนจำกลางขอนแก่น กลับไปทำการคุมขังทันที ขณะที่บริเวณชั้นล่างของศาลทีมทนายความฝ่ายโจทก์และจำเลยได้ลงมาจากห้องพิจารณาคดีด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม เนื่องจากเสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนแล้วคำพิพากษาคดี “เปรี้ยว สวยหั่นศพ” 29 มิ.ย. 61 ทนายความฝ่ายจำเลยขอใช้สิทธิ์ 30 วันส่งเอกสารแถลงปิดคดี
นายบุญยงค์ แก้วฝ่ายนอก ทนายความฝ่าจำเลย กล่าวว่า จำเลยทั้ง 4 คนที่ถูกคุมขังนั้นยืนยันในการไม่ขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด และได้ขอร้องต่อศาลในการพิจารณาคดีนี้ที่มีคำสั่งในการนับวันคุมขังนับควบรวมกับผลการพิจารณาคดีไปด้วย ทั้งนี้ในการต่อสู้คดีได้ทำอย่างเต็มที่และต่อเนื่องเพราะฝ่ายจำเลย โดยเฉพาะกับการใช้สิทธิ์ที่จำเลยทั้ง 4 คนนั้นเป็นพยานในฝ่ายจำเลยในคดีนี้ตามสิทธิ์ที่สามารถทำได้ เพราะในช่วงที่เกิดเหตุนั้นไม่มีใครรู้ดีเท่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คนแล้ว อีกทั้งฝ่ายโจทก์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนั้นไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย และหลังจากสิ้นสุดกระบวนการพิจารณาไต่สวนครบทุกปากแล้วทีมทนายความยังคงขอใช้สิทธิ์ในระยะเวลา 30 วันนับจากนี้ จะส่งแถลงปิดคดี ตามสิทธิ์
นายอมรพงศ์ จันทร์กวี ทนายความของ น.ส.เปรี้ยว จำเลยคนสำคัญในคดี กล่าวว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ไม่รับสารภาพทั้งหมดตามที่โจทก์กล่าวอ้าง โดยเฉพาะ น.ส.เปรี้ยว นั้น ซึ่งรับว่าฆ่า น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม จริง แต่ไม่ได้กระทำการโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่กระทำไปโดยการพลั้งมือจนผู้ตายนั้นเสียชีวิต ส่วนการหั่นศพนั้นทุกคนได้ร่วมมือกัน ดังนั้นถึงเวลานี้แล้ว จำเลยที่ 1 รับสารภาพว่าหั่นศพ ซ่อนเร้นและอำพรางศพ,ฆ่าคนตายโดยการพลั้งมือ, จำเลยที่ 2 รับสารภาพว่าร่วมกันหั่นศพ ซ่อนเร้นและอำพรางศพ,จำเลยที่ 3 รับสารภาพว่ารับของโจร,จำเลยที่ 4 รับสารภาพว่าหั่นศพ ซ่อนเร้น และอำรางศพ และจำเลยที่ 5 รับสารภาพว่าร่วมกันหั่นศพ ซ่อนเร้นและอำพรางศพ รวมทั้งข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนด้วย ดังนั้นคดีนี้ทีมทนายความฝ่ายจำเลยนั้นทุกคนทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่และสมบูรณ์แบบครบถ้วนที่สุด

ขณะที่นายนพดล สีดาทัน ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม กล่าวว่า มั่นใจในพยานหลักฐานที่ฝ่ายโจทก์ได้นำแถลงต่อศาล ทั้งการเบิกพยาน การสอบคำให้การ การไต่สวนและการซักค้าน ตามกระบวนการยุติธรรมที่ทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ซึ่งมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทยโดยศาลได้นัดพร้อมเพื่อฟังคำพิพากษาในคดีดังกล่าวนี้ในวันที่ 29 มิ.ย.2561