ฉะเชิงเทราอ่วม! พายุพัดถล่มเสาไฟฟ้าล้มระนาว 19 ต้น

พายุพัดถล่มแปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เสาไฟฟ้าล้มระนาว 19 ต้น กฟภ. ระดมเครื่องจักรกลเร่งกู้ซาก

นายสุทธิพงษ์ วิรุณราช ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอแปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ได้เร่งนำกำลังเจ้าหน้าที่และพนักงานลูกจ้างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ระดมมาจากในพื้นที่ข้างเคียงรวม 3 อำเภอ มาทำการช่วยกันเก็บกู้ซากเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาด 22 Kv (22,000 โวลต์) ที่ถูกกระแสลมพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำมาพร้อมกันกับสายฝน เข้าใส่พื้นที่อย่างรุนแรงจนทำให้แนวเสาไฟฟ้าหักโค่นล้มลงเป็นแนวยาวจากบริเวณหน้าหมู่บ้านมหานครวิลเลจไปจนถึงโรงเรียนทุ่งสะเดาประชาสรรค์ ก่อนถึงสี่แยกทุ่งสะเดาประมาณ 300 เมตร พื้นที่รอยต่อระหว่าง ม.7 และ ม.8 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา

โดย นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ลมพายุฤดูร้อนที่พัดเข้ามาในพื้นที่ อ.แปลงยาว อย่างรุนแรงในช่วงเวลาประมาณ 12.30 น. ของวันนี้ ได้ทำให้มีเสาไฟฟ้าหักโค่นล้มลงเสียหายไปจำนวนมากถึง 19 ต้น รวมระยะทางประมาณกว่า 500 เมตร จึงได้เร่งระดมเจ้าหน้าที่และคนงานลูกจ้างของ กฟภ. จำนวนเกือบ 100 คน จากทั้งหมด 3 อำเภอ ประกอบด้วย กฟภ.แปลงยาว บางปะกง และ พนมสารคาม ให้เข้ามาช่วยกันเร่งเก็บกู้ซากเสาไฟฟ้าที่หักโค่นล้มลงและปักเสาใหม่ทดแทนให้แล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าอาจจะกลับมาจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ประชาชนใช้ได้ในช่วงประมาณเที่ยงคืนของวันนี้ ซึ่งการเก็บกู้และทำงานปักเสาไฟฟ้าอาจจะส่งผลทำให้การจราจรบนถนนสาย 331 กบินทร์บุรี-สัตหีบ ติดขัด เพราะอาจกีดขวางเส้นทางการสัญจรด้านฝั่งมุ่งหน้าไปยังเขตพื้นที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ไปหนึ่งช่องทาง

อุทาหรณ์!! เด็ก 9ขวบ โดดแม่น้ำเจ้าพระยาจมหาย โชคดีหมอยื้อชีวิตรอด

อุทาหรณ์!! เด็ก 9ขวบ แอบไปเล่นน้ำกับเพื่อน กระโดดแม่น้ำเจ้าพระยาจมหาย โชคดีแพทย์ยื้อชีวิตไว้ได้

วันที่ 15 มี.ค. 61 เมื่อเวลา 18.00 น. ร.ต.อ.ธีรภัทร ป้องเรือ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ไชโย ได้รับแจ้งเหตุมีเด็กจมน้ำบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ม.1 ต.ชะไว อ.ไชโย จ.อ่างทอง กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลไชโย โดยมีการเปลี่ยนถ่ายผู้จมน้ำระหว่างทางกับรถฉุกเฉินโรงพยาบาลไชโย เนื่องจากเด็กอาการสาหัส

เมื่อถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่เร่งนำเด็กเข้าห้องฉุกเนอย่างเร่งด่วนเพื่อทำการช่วยชีวิต จากนั้นพ่อของเด็ก นาย เซ็น หนุมาน อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.1 ต.ชะไว อ.ไชโย จ.อ่างทอง และญาติเดินทางมาเฝ้าติดตามอาการของเด็ก ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ช.พัฒพงษ์ หนุมาน อายุ 9 ขวบ

นาย เซ็น เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองนั่งทำงานภายในบ้าน มีคนมาบอกว่าลูกชายจมน้ำ จึงออกไปดู ทราบเพียงว่าลูกชายออกมาเล่นกับเพื่อน เนื่องจากเพิ่งปิดเทอม ไม่คิดว่าจะแอบมาเล่นน้ำ เพราะลูกชายว่ายน้ำไม่เป็น ที่บ้านจะคอยห้ามปรามอยู่เสมอไม่ให้ไปเล่นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ในขณะที่ระหว่างนั่งรออยู่ภายนอกนั้น เจ้าหน้าที่ได้เดินมาบอกว่าเด็กสามารถหายใจเองได้แล้ว ทำให้ญาติที่มาลดอาการตกใจลงไปได้

ด้านนางรัตนา นาคประวิทย์ อายุ 55 ปี ผู้เป็นแม่ ได้ฝากเตือนไปยังผู้ปกครอง ให้ช่วยกันดูแลลูกในช่วงเด็กปิดเทอม โดยเฉพาะใครที่มีบ้านใกล้แม่น้ำหรือคลอง ให้ระวังเป็นอย่างมาก ขอให้ดูตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับลูกตนเอง

ต่อมาหลังจากเด็กอาการดีขึ้น ทางโรงพยาบาลไชโยได้ส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอ่างทอง เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการรักษาต่อไป

ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี ‘เปรี้ยว สวยหั่นศพ’ 29 มิ.ย.นี้

ศาลขอนแก่นนัดฟังคำพิพากษาคดี “เปรี้ยว สวยหั่นศพ” 29 มิ.ย. 61 ทนายความฝ่ายจำเลยขอใช้สิทธิ์ 30 วันส่งเอกสารแถลงปิดคดี

หลังจากที่ศาล จ.ขอนแก่น มีคำสั่งยุติการสอบคำให้การพยานฝ่ายจำเลย ตามการนัดหมาย ที่ได้กำหนดสอบคำให้การฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ระหว่างโจทก์ คือพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น กับ จำเลย ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว จำเลยที่ 1,น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น จำเลยที่ 2 ,น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือเบนซ์ จำเลยที่ 3 ,นายวศิน นามพรม จำเลยที่ 4 และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ จำเลยที่ 5 โดยในวันนี้เป็นนัดสุดท้ายซึ่งถือว่าขั้นตอนของการไต่สวนในลำดับขั้นตอนของการพิจารณาเสร็จสิ้นในภาพรวม ศาลจึงมีคำสั่งควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ 1-2 และ 5 กลับไปคุมขังต่อที่เรือนจำกลางขอนแก่น,จำเลยที่ 4 ส่งตัวกลับไปทำการคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น

ส่วนจำเลยที่ 3 นั้นอยู่ในช่วงของการประกันตัวของกระทรวงยุติธรรมศาลจึงมีคำสั่งให้กับบ้านได้ โดยผู้ต้องหาที่ถูกส่งตัวกลับการคุมขังได้ถูกตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คุมตัวลงมาจากห้องพิจารณาคดีที่ 8 ชั้น 3 เพื่อส่งมอบตัวให้กับเจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์ทำการควบคุมตัวขึ้นรถของเรือนจำกลางขอนแก่น กลับไปทำการคุมขังทันที ขณะที่บริเวณชั้นล่างของศาลทีมทนายความฝ่ายโจทก์และจำเลยได้ลงมาจากห้องพิจารณาคดีด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม เนื่องจากเสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนแล้วคำพิพากษาคดี “เปรี้ยว สวยหั่นศพ” 29 มิ.ย. 61 ทนายความฝ่ายจำเลยขอใช้สิทธิ์ 30 วันส่งเอกสารแถลงปิดคดี

นายบุญยงค์ แก้วฝ่ายนอก ทนายความฝ่าจำเลย กล่าวว่า จำเลยทั้ง 4 คนที่ถูกคุมขังนั้นยืนยันในการไม่ขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด และได้ขอร้องต่อศาลในการพิจารณาคดีนี้ที่มีคำสั่งในการนับวันคุมขังนับควบรวมกับผลการพิจารณาคดีไปด้วย ทั้งนี้ในการต่อสู้คดีได้ทำอย่างเต็มที่และต่อเนื่องเพราะฝ่ายจำเลย โดยเฉพาะกับการใช้สิทธิ์ที่จำเลยทั้ง 4 คนนั้นเป็นพยานในฝ่ายจำเลยในคดีนี้ตามสิทธิ์ที่สามารถทำได้ เพราะในช่วงที่เกิดเหตุนั้นไม่มีใครรู้ดีเท่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คนแล้ว อีกทั้งฝ่ายโจทก์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนั้นไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย และหลังจากสิ้นสุดกระบวนการพิจารณาไต่สวนครบทุกปากแล้วทีมทนายความยังคงขอใช้สิทธิ์ในระยะเวลา 30 วันนับจากนี้ จะส่งแถลงปิดคดี ตามสิทธิ์

นายอมรพงศ์ จันทร์กวี ทนายความของ น.ส.เปรี้ยว จำเลยคนสำคัญในคดี กล่าวว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ไม่รับสารภาพทั้งหมดตามที่โจทก์กล่าวอ้าง โดยเฉพาะ น.ส.เปรี้ยว นั้น ซึ่งรับว่าฆ่า น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม จริง แต่ไม่ได้กระทำการโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่กระทำไปโดยการพลั้งมือจนผู้ตายนั้นเสียชีวิต ส่วนการหั่นศพนั้นทุกคนได้ร่วมมือกัน ดังนั้นถึงเวลานี้แล้ว จำเลยที่ 1 รับสารภาพว่าหั่นศพ ซ่อนเร้นและอำพรางศพ,ฆ่าคนตายโดยการพลั้งมือ, จำเลยที่ 2 รับสารภาพว่าร่วมกันหั่นศพ ซ่อนเร้นและอำพรางศพ,จำเลยที่ 3 รับสารภาพว่ารับของโจร,จำเลยที่ 4 รับสารภาพว่าหั่นศพ ซ่อนเร้น และอำรางศพ และจำเลยที่ 5 รับสารภาพว่าร่วมกันหั่นศพ ซ่อนเร้นและอำพรางศพ รวมทั้งข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนด้วย ดังนั้นคดีนี้ทีมทนายความฝ่ายจำเลยนั้นทุกคนทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่และสมบูรณ์แบบครบถ้วนที่สุด

ขณะที่นายนพดล สีดาทัน ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม กล่าวว่า มั่นใจในพยานหลักฐานที่ฝ่ายโจทก์ได้นำแถลงต่อศาล ทั้งการเบิกพยาน การสอบคำให้การ การไต่สวนและการซักค้าน ตามกระบวนการยุติธรรมที่ทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ซึ่งมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทยโดยศาลได้นัดพร้อมเพื่อฟังคำพิพากษาในคดีดังกล่าวนี้ในวันที่ 29 มิ.ย.2561