สาวประเภท 2 ร้องแพทยสภาตรวจสอบ หลังผ่าตัดแปลงเพศ แต่ไม่สามารถใช้งานได้ ปากช่องคลอดมีขนาดเล็กและอยู่ในตำแหน่งสูง – ปัสสาวะรดขาตัวเอง
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 มี.ค. 61 ที่แพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี นายพิมพ์นิภา เดชกุล หรือเฟียส อายุ 33 ปี สาวประเภท2 ที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้วเกิดข้อผิดพลาดทำให้ช่องคลอดตัน อวัยวะเพศผิดตำแหน่ง ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ย่านรัชดาภิเษก ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข ให้ตรวจสอบแพทย์จำนวน 2 คนที่ทำการผ่าตัด พร้อมทั้งเรียกร้องค่าชดเชย ยินดีประณีประนอมและไกล่เกลี่ย
โดยนายศุภวัฒน์ โพธิ์ทอง หัวหน้าฝ่ายจริยธรรมและกฎหมาย แพทยสภา เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้ เพื่อให้ตรวจสอบว่าแพทย์ทั้งสองท่านมีการรับรองว่าเป็นศัลยแพทย์ และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือไม่ และขอให้ตรวจสอบสถานประกอบการพยาบาลว่ามีใบอนุญาตโดยถูกต้องหรือไม่ ได้มาตรฐานเหมาะสมในการทำผ่าตัดใหญ่หรือไม่ เพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานต่อการรับผิดชอบในกรณีที่แพทย์กระทำผิดผลาด เพื่อให้กรณีนี้เป็นตัวอย่างและเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นต่อไป

สืบเนื่องจาก นายพิมพ์นิภา เดชกุล หรือเฟียส ได้เข้ารับทำการผ่าจัดแปลงเพศ ที่คลินิกแห่งหนึ่งย่านรัชดา เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 โดยเป็นเคสรีวิว สามารถนำภาพไปประกอบการโฆษณาของคลินิกได้ โดยจ่ายค่ารักษาเพียงครึ่งเดียว ซึ่งในการผ่าตัดมีทีมแพทย์เข้าทำการผ่าตัดอย่างน้อย 2 ท่าน แต่หลังจากผ่าตัดอวัยวะเพศไม่สามารถใช้งานได้ ปากช่องคลอดมีขนาดเล็กและอยู่ในตำแหน่งสูง การปัสสาวะรดขาตัวเอง ซึ่งแพทย์ไม่ได้แนะนำการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด เมื่อทำการติดต่อไปยังแพทย์และคลินิกดังกล่าว ก็มีการดึงเวลาและไม่ติดต่อกลับมา
นายพิมพ์นิภา เดชกุล หรือเฟียส อายุ 33 ปี สาวประเภท2 เปิดเผยว่า ที่มาร้องเรียนวันนี้เพื่อขอให้ทางแพทยสภาเป็นหน่วยงานกลางในการตรวจสอบและเรียกร้องค่าชดเชย ไกล่เกลี่ยประณีประนอม และให้มีการตรวจสอบในแพทย์และสถานประกอบการว่ามีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานในกรณีที่แพทย์กระทำผิดผลาดต่อผู้ป่วย ให้รับผิดชอบในทุกด้านที่สมควรจะเป็น วันนี้ร้องเรียนให้ตรวจสอบแพทย์จำนวน 2 ท่าน ตอนนี้ตนได้ติดต่อโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพื่อทำการแก้ไข สำหรับหลังการผ่าตัดมีการแนะนำในการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดน้อยมาก และไม่เคยติดต่อกลับมาหลังตนแจ้งปัญหาไป อยากให้ออกมารับผิดชอบมากกว่านี้

นายศุภวัฒน์ โพธิ์ทอง หัวหน้าฝ่ายจริยธรรมและกฎหมาย แพทยสภา กล่าวว่าวันนี้ตนมารับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการผ่าตัดแปลงเพศ หลังรับเรื่องร้องเรียนแล้ว ต้องทำการตรวจสอบและแจ้งให้กับทางแพทย์ที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ และเข้ามาชี้แจงว่าขบวนการในการดำเนินการผ่าตัดเป็นอย่างไรบ้าง
หลังจากนี้จะทำการรายงานให้กับเลขาธิการแพทยสภาให้ทราบเพื่อสั่งการให้ดำเนินการในแต่ละขั้นตอนต่อไป ตนได้แนะนำให้ผู้เสียหายเข้าร้องต่อกรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้เข้าตรวจสอบสถานประกอบการและดำเนินการคู่กันไป สำหรับระยะเวลาในการตรวจสอบคาดว่าประมาณ 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
หลังจากนี้ผู้เสียหายได้เดินทางไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อขอให้ตรวจสอบสถานพยาบาลแห่งนี้ว่ามีใบอนุญาตหรือไม่ พร้อมทั้งให้สถานพยาบาลแห่งนี้รับผิดชอบ เยียวยาชดใช้ในการผ่าตัดแก้ไขต่อไป
หลังจากนี้ผู้เสียหายจะเดินทางเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และให้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป