ประวิตร เมินพรรคอนาคตใหม่ จี้ปลดล็อก

“พล.อ.ประวิตร” เมินพรรคอนาคตใหม่ จี้ปลดล็อก ยังไม่ได้รับรายงาน ทหารแทรกแซงโครงการทุจริตกล้อง CCTV ภาคใต้ หากผิดจริงยึดกฎหมาย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงกรณีการเคลื่อนไหวของพรรค อนาคตใหม่ ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานบริษัทไทยซัมมิท เป็นผู้จัดตั้ง และมีข้อเสนอให้ปลดล็อคพรรคการเมือง ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องของความคิดเห็น ส่วนจะทำหรือไม่เป็นหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ข่าวINN, พรรคอนาคตใหม่, ข่าวสดวันนี้ข่าวINN, พรรคอนาคตใหม่, ข่าวสดวันนี้

ส่วนกรณีที่มีกลุ่มนายทหารอ้างชื่อรัฐมนตรีช่วยการว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แทรกแซงให้คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ให้โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตามโครงการ Safe Zone School (CCTV) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเซ็นรับงาน ส่วนตัวยังไม่ทราบรายละเอียด และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว แต่หากพบว่ามีการทุจริตจริงให้ว่าไปตามกฎหมาย

ทนายษิทราไม่สน คนดิสเครดิตให้พ้นจากหน้าที่ เพียงเพราะใส่เสื้อยืด – กางเกงยีนส์

คนแห่ให้กำลังใจทนายษิทรา หลังมีกลุ่มคนเสียผลประโยชน์ พยายามดิสเครดิตนำเรื่องแต่งกาย มากดดันให้พ้นจากการทำหน้าที่ทนายความ

วันนี้ (15 มี.ค. 2561) คนในโลกออนไลน์ได้พากันเข้าไปแสดงความเห็นให้กำลังใจนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ทนายความของ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในคดีหวย 30 ล้าน หลังเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความในทำนองตัดพ้อว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีพยายามดิสเครดิตตนจากการทำหน้าที่ทนาย

ทนายษิทรา, ข่าวสดวันนี้

ด้วยการหยิบยกแค่เรื่องการแต่งกายสวมใส่เสื้อยืด – กางเกงยีนส์ ไม่สมกับการเป็นทนาย โดยทนายษิทรา ได้ระบุผ่านเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ระบุว่า  #ลบชื่อทนายษิทราออกจากการเป็นทนาย

อย่างที่ทราบกัน #เสื้อทีมทนายประชาชน ที่ผมใส่ทำงานและช่วยเหลือคนมาตลอด วันนี้จะกลายเป็นเหตุผลของคนบางกลุ่มที่จะใช้เพื่อลบผมออกจากอาชีพทนายความ ผมไม่รู้หรอกนะว่าเสื้อตัวที่ผมใส่มันสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ใครหนักหนา

แต่ทั้งหมดในการทำงานมา เสื้อตัวนี้สร้างรอยยิ้มให้ผู้บริสุทธิ์มาไม่น้อย ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คนรอบข้างผมภูมิใจ ผมมีโอกาสได้เป็นผู้ริเริ่มการทำ #โครงการพี่สอนน้อง และได้ให้ความรู้เยาวชนมาแล้วกว่า 2 แสนคนทั่วประเทศ หากวันนี้ผมจะถูกลบชื่อออกเพียงเพราะมีคนไม่ชื่นชอบเสื้อของผม

ถ้าสภาทนายความจะมองว่าเสื้อของผมผิดมรรยาททนายผม นาย ษิทรา เบี้ยบังเกิด ก็พร้อมจะน้อมรับ ผมก็ยังคงภูมิใจ และไม่ว่าจะมีหัวโขนนำหน้าชื่อว่าอะไร ผมสัญญากับคนไทยว่า จะยังทำทุกอย่างตามสถานะเพื่อความเป็นธรรมให้มีอยู่ในสังคมไทย

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและส่งต่อเพื่อเป็นกำลังใจแก่ทนายษิทรา จำนวนมาก โดยเฉพาะเพจ  Drama-addict ที่ระบุว่า  ถ้าจะโดนถอดจากการเป็นทนายเพราะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์นี่ กรูว่า ปชช ได้ลุกฮือแน่นอน

คือเรามาถึงจุดที่ ปชช ไม่สนใจเครื่องแบบเครื่องแต่งกายแล้วครับ คุณจะใส่ชุดหรูหราใส่เครื่องแบบเป๊ะเนี๊ยบสุดชีวิตยังไงก็ตามแต่ ถ้าคุณไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับ ปชช ไม่ได้ช่วยเหลือ ปชช ไอ้ที่แต่งตัวโคตรเป๊ะ โคตรเนี๊ยบนี่ไม่มีคุณค่าเหี้ยไรเลย แต่ถ้าทำหน้าที่ช่วยเหลือ ปชช จริงๆ ต่อให้แก้ผ้าวิ่งกุเจี๊ยวโทงเทงมา ประชาชนก็เข้าใจและพร้อมสนับสนุนครับ (แต่ไปแก้ตัวกับตำรวจข้อหาอนาจารเอาเองนะ)

เปิดคลิปเครื่องบินรบ F-18 ประจันหน้า UFO !

สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ รายงานเหตุการณ์ที่อ้างว่าเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างเครื่องบินรบของกองทัพสหรัฐฯ และวัตถุปริศนาไม่ทราบเอกลักษณ์ โดนมีการระบุการคาดการณ์ว่าอาจเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว

เมื่อวันศุกร์ที่ 9มี.ค. สถาบัน To The Stars Academy of Arts & Science ที่ทำงานร่วมกันของบรรดานักวิทยาศาสตร์, วิศวกรอวกาศ และครีเอทีฟ รวมถึงให้อิสระกับนักวิจัยในการสำรวจและวิจัยเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงเรื่องลึกลับนอกโลก เป็นผู้เผยแพร่วิดีโอหนึ่งชื่อ “GO FAST” แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่เครื่องบินรบของกองทัพสหรัฐฯ และวัตถุปริศนาไม่ทราบเอกลักษณ์กำลังเผชิญหน้ากัน

มนุษย์ต่างดาว , F-18 , UFO , ข่าวสดวันนี้

To The Stars Academy of Arts & Science ระบุว่าคลิปดังกล่าวคือวิดีโอของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งบันทึกโดยเครื่องบิน F/A-18 ซูเปอร์ ฮาร์เน็ต ที่สามาถจับภาพวัตถุลึกลับกำลังบินด้วยด้วยความเร็วสูง แต่ไม่ได้ระบุว่าภาพในคลิปนี้เป็นเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่

อย่างไรก็ตาม เมื่อปีก่อนเพนตากอนยอมรับว่า พวกเขาเคยมีโครงการลับสุดยอดศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเจอภัยคุกคามจากนอกโลก แต่ได้ยุติลงไปแล้ว โดยครั้งนี้เพนตากอนได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวิดีโอนี้

ที่มา  www.newshub.co.nz