“อังเกลา แมร์เคิล” นั่งนายกฯ เยอรมนีสมัยที่ 4

รัฐสภาเยอรมนีลงมติเลือก นางอังเกลา แมร์เคิล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกเป็นสมัยที่ 4 ยุติภาวะชะงักงันทางการเมืองที่ดำเนินมาเกือบ 6 เดือน

นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี ได้รับคะแนนเสียงรับรองจากรัฐสภาอย่างฉิวเฉียดให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ เป็นสมัยที่ 4 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในกรุงเบอร์ลินวานนี้

โดยผลการลงคะแนนลับของที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเช้าวานนี้ เสียงส่วนใหญ่ 364 คน จากจำนวน ส.ส.ทั้งหมดในรัฐสภาของเยอรมนี 709 คน ลงคะแนนสนับสนุนนางแมร์เคิลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกินเกณฑ์การรับรองขั้นต่ำร้อยละ 50 อยู่ 9 ที่นั่ง ขณะที่ ส.ส.ลงมติไม่เห็นด้วยมีจำนวน 315 คน และงดออกเสียง 9 คน

โดยหลังจากนั้น เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำเยอรมนีอย่างเป็นทางการจากประธานาธิบดีแฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ ก่อนที่จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในรัฐสภา ซึ่งนางแมร์เคิล แถลงต่อที่ประชุมสภาว่า ขอน้อมรับการลงมติของรัฐสภาในครั้งนี้และจะจัดตั้งรัฐบาลเข้าบริหารประเทศ

การสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดภาวะชะงักงันทางการเมืองที่ดำเนินมาเกือบ 6 เดือน และการเจรจาต่อรองที่กินเวลายาวนาน นับตั้งแต่เสร็จสิ้นการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 กันยายนปีก่อน ซึ่งกลุ่มแนวร่วมอนุรักษ์นิยมที่ประกอบด้วย พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน หรือ CDU และพรรคสหภาพสังคมคริสเตียน หรือ CSU ของนางแมร์เคิล สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกับพรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งเยอรมนี หรือ SPD โดยยอมให้ SPD ได้คุม 2 กระทรวงสำคัญคือ กระทรวงคลังและต่างประเทศ

ถึงประเทศแล้ว! นทท.สาวโชว์ไม้กวาด หลังซื้อเป็นของฝากสุดแปลกจากไทย

นทท.สาวโชว์ไม้กวาด ของฝากสุดแปลกจากไทย ด้านชาวเน็ตแนะภาครัฐสนับสนุน ผลักดันเป็นสินค้าส่งออก หลังพบเป็นที่ต้องการของเมืองนอก 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่ภาพนักท่องเที่ยวรายหนึ่งซื้อกระทะหมูกระทะ และไม้กวาดพื้นไปเป็นของฝากจากการที่มาเที่ยวในเมืองไทย จนเกิดเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะไม่คาดคิดว่าของใช้พื้นๆ อยู่นอกสายตาลักษณะนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาตินั้น (อ่านข่าว : แห่แชร์! ภาพออเจ้าฝรั่ง ติดใจหมูกะทะ แบกกลับไปเป็นที่ระลึก)

ไม้กวาด, ข่าวสดวันนี้
ไม้กวาด

ล่าสุด กูจะไม่ยอมเห็นรูปนี้คนเดียวแน่ๆ  ได้มีการเผยแพร่ภาพของนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว เดินทางกลับถึงประเทศของตัวเองแล้ว พร้อมกับโพสต์ภาพไม้กวาดจากไทยลงในโซเชียลมีเดียส่วนตัวด้วย ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า # นางถึงประเทศแล้ว คงภูมิใจมากกก อิอิอิอิ !!

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกภูมิใจในสิ่งประดิษฐ์เล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่อยู่ในสายตาของใครหลายๆ คน แต่กลับเป็นที่ถูกใจของชาวต่างชาติถึงกลับต้องยอมควักเงินซื้อกลับไปประเทศของเขา ขณะเดียวกันก็แนะนำให้รัฐบาลหรือผู้เกี่ยวข้องควรสนับสนุนทำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นสินค้าส่งออกอีกประเภท คงได้รับความสนใจไม่แพ้ชนิดอื่นๆ อาทิ

ไม้กวาด, ข่าวสดวันนี้

Jebbidiar MongMong เฮ้ย อันนี้จริงจัง คือเราเคยทำงานในร้านอาหารที่อเมริกา มีลูกค้าถามเยอะมากว่าไม้กวาดแบบนี้ซื้อที่ไหน มันดูนิ่ม กวาดง่าย แถมกว้างด้วย อยากได้ เพราะว่าไม้กวาดตามsupermarket ที่นู้นมันเป็นพลาสติก เส้นๆแข็ง แล้วก็หนัก ก็บอกเขาให้ไปหาซื้อ Asian supermarket เอา บางที่ก็ไม่ได้มีตลอด แล้วก็แพงกว่าไทยเยอะ ถ้า export ได้ทำเองไปนานละ เป็นต้น 

“ดูเตร์เต” ประกาศถอนฟิลิปปินส์ออกจาก ICC

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ประกาศถอนฟิลิปปินส์ออกจากการเป็นภาคีของศาลอาญาระหว่างประเทศ ที่กำลังตรวจสอบเรื่องสงครามยาเสพติด

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ประกาศว่า ฟิลิปปินส์จะถอนตัวออกจากการเป็นรัฐภาคีในรัฐธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC หลังจากเดือนที่ผ่านมา ทาง ICC ประกาศจะสอบสวนการทำสงครามยาเสพติดภายใต้นโยบายของเขา

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประกาศจะเดินหน้าสอบสวนเบื้องต้นต่อนโยบายปราบปรามยาเสพติดของนายดูเตร์เต โดยนางฟาตู เบนซูดา อัยการสูงสุดของ ICC กล่าวแสดงความกังวลอย่างมากต่อรายงานการวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2559 หรือราว 3 เดือนเศษ หลังจากนายดูเตอร์เต้เข้ารับตำแหน่งโดยให้คำมั่นว่าจะปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด

ผู้นำฟิลิปปินส์ระบุในแถลงการณ์ว่า เขาจะนำประเทศออกจาก ICC โดยทันที และคำกล่าวของ ICC เป็นการโจมตีที่ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง และชี้ว่าการสอบสวนดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและเป็นการมุ่งร้าย รวมทั้ง ICC กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อต่อต้านฟิลิปปินส์ แต่ศาลระบุว่า กระบวนการถอนตัวอาจต้องใช้เวลานานนับปี หลังจากได้รับเรื่องแล้ว

ตำรวจฟิลิปปินส์ระบุว่า ได้สังหารผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดไปแล้วเกือบ 4,000 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการทำสงครามต้านยาเสพติดของรัฐบาลฟิลิปปินส์ แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนกลับชี้ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริงนั้นสูงกว่าตัวเลขที่ทางการประกาศมากกว่า 3 เท่า