เพลิงไหม้สถานีตำรวจเวเนซุเอลา ตายกว่า 68 ราย

องค์การสหประชาชาติเรียกร้องให้เวเนซุเอลาตรวจสอบเหตุจลาจลและไฟไหม้ในสถานีตำรวจเมืองวาเลนเซีย จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 68 คน

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ เรียกร้องให้ทางการเวเนซุเอลาเร่งตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ห้องขังในสถานีตำรวจ และเงินชดเชยให้แก่ครอบครัวเหยื่อที่เสียชีวิต รวมทั้งนำตัวผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลเวเนซุเอลา เปิดเผยว่า พบผู้เสียชีวิต 68 ราย จากเหตุเพลิงไหม้ที่สถานีตำรวจในเมืองวาเลนเซีย รัฐคาราโบโบ และอัยการยืนยันว่า กำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้

ขณะที่รายงานเบื้องต้นระบุว่า เพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่น หลังมีกลุ่มนักโทษจุดไฟเผาที่นอนเพื่อพยายามแหกคุก แต่ยังคงไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ด้านตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมของกลุ่มญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตที่แสดงความไม่พอใจ และเข้าปิดล้อมสถานีตำรวจหลังทราบข่าว ซึ่งทางการระบุว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ความวุ่นวายได้แล้ว

กลุ่มเพื่อสิทธิผู้ต้องขัง “อะ วินโดว์ ออน ฟรีดอม” (A Window on Freedom) ระบุในรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกผู้ต้องขังยิงเข้าที่ขา หลังจากนั้นจึงมีการจุดไฟเผาที่นอนและขโมยปืนของผู้คุมเพื่อพยายามแหกคุก ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขัง แต่พบว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 รายเดินทางมาเยี่ยมผู้ต้องขัง โดยผู้ต้องขังบางรายเสียชีวิตจากไฟเผา บางส่วนสูดดมควันพิษ

เวเนซุเอลาเผชิญปัญหาขาดแคลนห้องขัง และความแออัดในเรือนจำ จนทำให้เกิดจลาจลหลายครั้ง ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ // “อะ วินโดว์ ออน ฟรีดอม” ระบุว่า เมื่อปีที่แล้วมีผู้ต้องขังในเรือนจำชั่วคราว เสียชีวิต 65 คน จากเหตุรุนแรง การขาดอาหาร รวมทั้งโรคติดต่อ

เทรลเลอร์หลับในชนป้ายบอกทาง หักโค่นขวางถนนพหลโยธิน

เทรลเลอร์หลับในชนป้ายบอกทางหักโค่น ขวางถนนพหลโยธินเร่งแก้ไขเพื่อเปิดการจราจร

เมื่อเวลา 03.50น. วันที่ 30 มีนาคม2561 ร.ต.อ.สงบ คุ้มสุวรรณ รองสว.จร.สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถทรลเลอร์ 22 ล้อ ชนเสาป้ายบอกทางหักโค่นขวางถนนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้ ที่เกิดเหตุถนนพหลโยธินขาออกช่องทางด่วนหน้าปั้มเอสโซ่ใหญ่ที่สุดในโลก กม.ที่38+900 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยกำลังตำรวจราจรสภ.คลองหลวง ตำราจทางหลวง เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงปทุมธานีและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุช่องทางด่วนพบรถเทรลเลอร์ขนาด 22 ล้อ ยี่ห้อ sinotrack สีขาวของบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ทะเบียนหัวลาก 83-3802 นนทบุรี หางพ่วงทะเบียน 83-3902 นนทบุรี ตกลงไปอยู่ในร่องระบายน้ำระหว่างทางด่วนกันทางคู่ขนาน ด้านหน้ารถชนติดอยู่กับเสาป้ายบอกทางจนได้รับความเสียหาย เสาป้ายบอกทางหักโค่นขวางถนนรถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้ เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรในช่องทางด่วนพร้อมประสานรถเครนขนาดใหญ่เพื่อเร่งทำการเคลื่อนย้ายเพื่อเตรียมรับปริมาณรถยนต์ในชั่วโมงเร่งด่วน

ทางด้านนายนิพนธ์ แจ่มใส อายุ34ปี ผู้ขับขี่ให้การว่าขณะเกิดเหตุตนเองไปรับเฟรมใส่ชิ้นงานของโครงเหล็กของรถไฟฟ้าจากบางซื่อ กทม.กำลังจะกลับโรงงานที่จ.สระบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดหลับในทำให้รถตกร่องกลางถนนและพุ่งชนเสาป้ายบอกทางหักตัวรถได้รับความเสียหายดังกล่าว

ร.ต.อ.สงบ คุ้มสุวรรณ รองสว.จร.สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า ได้ประสานรถเครนมาทำการยกป้ายออกนอกเส้นทางและนำรถที่กีดขวางออกจากผิวการจราจรเพื่อเร่งเปิดการจราจรอย่างเร่งด่วนพร้อมนำตัวผู้ขับขี่ไปดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

เอกชน โอด บาทแข็งกระทบส่งออก ชี้ งัดกลยุทธ์ตามคำแนะภาครัฐหมดแล้ว

ภาคเอกชน โอด เงินบาทแข็งค่า กระทบส่งออก หลังงัดกลยุทธ์ตามกระทรวงพาณิชย์ แบงก์ชาติ หมดแล้ว

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ส่งออกข้าวไทยได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้สินค้าของไทยที่ส่งออกมีราคาแพงกว่าคู่แข่ง ซึ่งที่ผ่านมาได้หารือกับกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเรื่องดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา โดยภาคเอกชนก็ดำเนินการตามคำแนะนำของหน่วยงานภาครัฐหมดแล้ว แต่ก็หลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้

สำหรับภาพรวมการส่งออกข้าวไทยในช่วงไตรมาส 1 ปี 2561 สามารถส่งออกได้มากถึง 800,000 – 900,000 ตัน ขณะทั้งปียังคงตัวเลขเดิมไว้ที่กว่า 9 ล้านตัน ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้