ชาวเน็ตสาปแช่ง! ฝรั่งปีนยืนถ่ายรูปในอุ้งพระหัตถ์ ‘องค์พระอจนะ’

ชาวเน็ตสาปแช่งผู้ลบหลู่ “พระอจนะ” วัดศรีชุม จ.สุโขทัย หลังถ่ายรูปยืนอยู่ในอุ้งพระหัตถ์

จากกรณีที่ เจ้าอาวาส วัดศรีชุม ฟ้องกรมศิลปากร 50 ล้านบาท พร้อมทวงคืนมรดกโลก “พระอจนะ” ตำนานพระพุทธรูปพูดได้ ยุคกรุงสุโขทัย เพื่อให้ประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ สามารถเข้ากราบไหว้สักการะได้โดยไม่ต้องเสียค่าบัตรผ่าน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางไปแล้วนั้น

ยังมีเรื่องให้สะเทือนใจชาวพุทธและผู้ที่หวงแหนสมบัติของชาติอีกครั้ง เมื่อมีภาพเผยแพร่ว่า มีชาวต่างชาติได้ปีนขึ้นไปถ่ายรูปโดยยืนอยู่ในอุ้งพระหัตถ์ของพระอจนะ ทั้งที่มีป้ายห้ามปีนป่าย โดยชาวเน็ตต่างมองว่า ไม่สมควร จนถึงสาปแช่ง เพราะองค์พระอจนะ คือองค์แทนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ทั้งนี้ ชาวเน็ตในเฟซบุ๊กได้ช่วยกันสืบค้นหาความจริงว่าเป็นใคร ตามช่องทางการเข้าพักที่โรงแรม และเกสต์เฮ้าส์ต่างๆใน จ.สุโขทัย เพื่อให้บุคคลผู้นั้นมาขอโทษ เพราะอาจเกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือไม่ก็คึกคะนอง

สำหรับ ประวัติ “พระอจนะ” นั้นคำว่า อจนะ มีผู้ให้ความหมายพระอจนะว่าหมายถึงคำในภาษาบาลีว่า “อจละ” ซึ่งแปลว่า “ผู้ไม่หวั่นไหว มั่นคง” “ผู้ที่ควรแก่การเคารพกราบไหว้” พระอจนะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ วัสดุปูนปั้น แกนในก่ออิฐและศิลาแลง หน้าตักกว้าง 11.30 เมตร สูง 15 เมตร องค์พระพุทธรูปมีขนาดใหญ่เต็มวิหาร ศิลปะแบบสุโขทัย ซึ่งครั้งหนึ่งสมเด็จพระนเรศวรได้ทรงกระทำพิธีถือน้ำพระพิพัฒนสัตยา ปลุกปลอบขวัญทหารที่มณฑปพระอจนะ แห่งนี้ และเป็นปฐมเหตุแห่งตำนาน “พระพูดได้”

‘ลุงจรูญ’ เตือนทีม ‘ครูปรีชา’ คิดให้ดี หลังพยานถอนตัว

“หมวดจรูญ” เตือนทีม “ครูปรีชา” คิดให้ดี หลังทนายความและพยานบางส่วนเริ่มถอนตัว

ร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล หรือ หมวดจรูญ กล่าวกับผู้สื่อข่าว ถึงกรณีที่มีพยานบางส่วนจากฝ่ายนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา เริ่มถอนตัวจากคดี โดยมองว่า แต่ละรายอาจรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ตนเองก็พร้อมให้อภัยผู้ที่ออกมาเป็นพยานให้ครูปรีชา หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้

และฝากไปถึงผู้ที่คิดจะมาเป็นพยานให้กับครูปรีชา ทั้งที่ไม่รู้เห็นเหตุการณ์จริง ว่าขอให้พิจารณาให้ดี นอกจากนี้ ยอมรับว่ารู้สึกตกใจ กรณีที่ นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ แผน เจ้าหน้าที่ธนาคาร ซึ่งเป็นพยานฝ่ายครูปรีชา ออกมาอ้างว่าเห็นตนเองก้มเก็บลอตเตอรี่ เพราะไม่คาดคิดว่า เจ้าหน้าที่ของธนาคาร ที่ใช้บริการเป็นประจำ จะมีส่วนร่วมด้วย

อีกด้าน นายแผน เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึงนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล และขอให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวน ที่ไม่ใช่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือกองปราบฯ โดยนายแผนอ้างว่า ที่ผ่านมาตนเองเป็นเพียงพยานที่เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจ และให้การเป็นประโยชน์ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้รู้จักกับครูปรีชาเป็นการส่วนตัว หรือมีผลประโยชน์ด้วย แต่กลับถูกออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อหา “ให้การเท็จ” ในวันพรุ่งนี้ (15 มี.ค.)

ขณะที่ พลตำรวจตรี กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบหรือ ปปป. เปิดเผยว่า หลังได้ออกหมายเรียกครูปรีชา , นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น และนางสาวพัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช มาที่ ปปป.ในวันพรุ่งนี้ และ 16 มีนาคม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมสอบปากคำ ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น ทราบว่าทั้งหมดจะเดินทางมาตามกำหนด โดยยังไม่มีการขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อหาแต่อย่างใด

มอบตัวแล้ว! หนุ่มขับกระบะคว้ามีดไล่ฟันคู่กรณี

หนุ่มขับกระบะใจร้อนมอบตัวแล้ว หลังคว้ามีดไล่ฟันคู่กรณี ฉุนขับรถเฉี่ยวชนกัน อ้างเอาไว้ป้องกันตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (13 มี.ค. 2561) นายถาวร แดนคงเมือง อายุ 36 ปี พนักงานขับรถเทเลอร์ อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ 14 ต.นาขาม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด หลังก่อเหตุคว้ามีดยาวข่มขู่คู่กรณี ขณะเกิดเหตุขับรถเฉี่ยวชนกัน จนมีผู้นำคลิปขณะเกิดเหตุไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2561 ที่บริเวณจุดกลับรถหน้าทางเข้าวัดโพธิ์ทองบน ถนนติวานนท์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

โดยนายถาวรเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนหยุดรถในช่องจราจรที่สองก่อนถึงจุดกลับรถดังกล่าว จากนั้นได้มีรถกระบะสีเขียวขับมาทางเลนขวาเฉี่ยวกระจกรถของตนและกลับรถไป ตนจึงได้ขับรถตามไปประมาณ 500 เมตรและพยายามให้คู่กรณีหยุด เพื่อไปสอบถามเพราะคิดว่าเขาจะขับรถหนี

ข่าวอุบัติเหตุ, ข่าวรถชน, ข่าวสดวันนี้, ข่าวจังหวัดนนทบุรี

ก่อนจะทราบว่าคู่กรณีขับรถมากัน 2 คันแต่ไม่ทราบว่าในรถมีผู้หญิงมาด้วย ตนเกรงว่าจะเจอพวกเจ้าถิ่นจึงได้หยิบมีดที่ไว้ถางหญ้าเวลาทำงานลงไปด้วย หลังจากตนลงไปได้สอบถามว่าขับรถหนีทำไม และมีการโต้เถียงกัน เมื่อเถียงกันสักพักก็แยกย้ายกัน หลังทราบข่าวตนได้เดินทางเข้ามอบตัวดังกล่าว ทั้งนี้ต้องขอโทษกับเหตุการณืที่เกิดขึ้น ตนทำไปเพื่อป้องกันตัวไว้ก่อน

ด้าน พ.ต.ท.ยศวิน เอี่ยมพุ่ม รอง ผกก.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด เปิดเผยว่า กรณีนี้ได้รับแจ้งความไว้ตั้งแต่วันแรกแล้ว หลังสอบถามผู้เสียหายจนได้ข้อมูลผู้ที่ขับรถคู่กรณีที่ถืออาวุธมีดลงมา มีการตรวจสอบคลิปจนทราบว่ารถคันดังกล่าวเป็นใครและได้เรียกตัวเข้ามาพบแล้ว ทางตำรวจรับแจ้งความทุกคดี

วันนี้ได้ให้ทั้งสองฝ่ายทำความเข้าใจกัน ทางตำรวจมีการอธิบายให้เข้าใจว่าทั้งสองฝ่ายทำผิดกฎหมายข้อไหนบ้าง และอธิบายให้เข้าใจเรื่องการใช้รถใช้ถนนกัน มีการเข้าใจผิดกันบ้างกระทบกันบ้าง จากการสอบสวนคู่กรณีที่พกอาวุธมีดทราบว่ามีดมีไว้ใช้งานเพราะเป็นคนขับรถแบ็คโฮ เตรียมไว้ตัดต้นไม้และถ่างหญ้า เขาไม่รู้ว่าพกมีดแบบนี้ผิด แต่การพกมีดนั้นผิดตามสภาพกฎหมาย วันนี้ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า พกพาอาวุธมีด พยายามทำร้ายร่างกาย ขับรถโดยประมาท ตำรวจให้ความเป็นทำทั้งสองฝ่าย

เบื้องต้นคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยทำความเข้าใจกันและมีการขอโทษกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป