‘เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล’ ชนะคดีทีวีดิจิทัล ศาลสั่ง กสทช. คืน 1,500 ล้าน

ศาลปกครองกลาง สั่ง กสทช. คืนค่าธรรมเนียมกว่า 1,500 ล้านบาท ให้ “ไทยทีวี” เหตุไม่ปฏิบัติตามสัญญาทีวีดิจิทัล

ศาลปกครองกลาง อ่านคำพิพากษา ในคดีที่ นางพันธุ์ทิพา ศกุนต์ไชย หรือ เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ไทยทีวี จำกัด ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ฐานออกคำสั่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรณีเพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ รวมทั้งให้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

โดยศาลพิจารณาเห็นว่า กสทช.ไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาในการขยายโครงข่าย และการส่งเสริมกิจการทีวีดิจิทัล บริษัท ไทยทีวี จำกัด จึงมีสิทธิ์บอกเลิกให้บริการทีวีดิจิทัล พร้อมให้ กสทช. คืนหนังสือค้ำประกัน (แบงก์การันตี) ของธนาคารกรุงเทพ จำนวน 16 ฉบับ ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ ตั้งแต่งวดที่ 3 รวมประมาณ 1,500 ล้านบาท ภายใน 60 วันนับแต่คดีถึงที่สุด แต่ไม่ได้ให้ กสทช. ชดใช้ค่าเสียหาย กว่า 700 ล้านบาท ตามที่บริษัทเรียกร้อง เพราะภาวะการขาดทุน เกิดจากการดำเนินธุรกิจเอง

นางพันธุ์ทิพา เปิดเผยภายหลังว่า พอใจคำตัดสิน และเตรียมยื่นอุทธรณ์ เรื่องชดใช้ค่าเสียหายกว่า 700 ล้านบาท ต่อไป พร้อมย้ำว่า การกระทำของ กสทช.ส่งผลให้เกิดความเสียหาย และกระทบต่อภาพลักษณ์

ด้าน เลขาธิการ สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า พอใจกับคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง เพราะถือเป็นทางออกที่ดี ให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทุกช่อง ที่มีความคิดยกเลิกสัญญาฯ รวมถึง กสทช.เอง

ขณะที่ วันนี้ (14 มี.ค.) สำนักงาน กสทช. จะมีการประชุมบอร์ด กสทช. เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางการยื่นอุทธรณ์ ภายใน 30 วัน ตามสิทธิ์ผู้ถูกฟ้อง ต่อไป ส่วนวันพรุ่งนี้ (15 มี.ค.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลไปหารือถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล

ไขปม ! เครื่องบินตกที่เนปาลอาจเกิดจากสื่อสารผิดพลาด

สายการบิน ยูเอส-บังกลา เผยสาเหตุเครื่องบินตกที่เนปาล อาจเกิดจากความเข้าใจกันผิดพลาดเกี่ยวกับรันเวย์ลงจอด ระหว่างนักบินกับเจ้าหน้าที่หอควบคุมการบิน

สายการบินยูเอส บังกลา แถลงว่า กัปตันเครื่องบิน ของสายการบิน ยูเอส-บังกลา ของบังกลาเทศ ที่บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือรวม 71 คน ซึ่งประสบอุบัติเหตุตกและเกิดไฟลุกไหม้ที่บริเวณใกล้สนามบินในกรุงกาฐมาณฑุ เมื่อวันจันทร์เคยเป็นนักบินกองทัพอากาศมาก่อน และได้รับการฝึกเป็นพิเศษสำหรับท่าอากาศยานกาฐมาณฑุ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องมีอันตรายสูง โดยเคยนำเครื่องลงจอดที่นี่มาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 เที่ยว โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่เนปาลพบกล่องดำบันทึกข้อมูลการบินแล้วบริเวณจุดเกิดเหตุ

ด้านนายกรัฐมนตรีชี้ก ฮาซินา ของบังกลาเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนสิงคโปร์ กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 49 คน พร้อมทั้งเสนอความช่วยเหลือแก่ทางการเนปาล

ด้านนายอิมราน อาซีฟ ซีอีโอของสายการบินยูเอส บังกลา กล่าวว่า สายการบินสงสัยว่า หอบังคับการบินของสนามบินอาจแจ้งข้อมูลผิด จนทำให้นักบินนำเครื่องบินลงจอดผิดรันเวย์ และหลังจากได้ฟังเสียงการสนทนาระหว่างนักบินกับเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศเนปาลแล้ว เชื่อได้ว่าเหตุดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของนักบิน

จากข้อมูลของสายการบิน เครื่องบินบรรทุกผู้โดยสารชาวบังกลาเทศ 32 คน ชาวเนปาล 33 คน ชาวจีนและมัลดีฟส์ อย่างละ 1 คน ขณะที่ญาติพี่น้องของผู้โดยสารได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุมากกว่า 200 คน ที่ถูกใช้เป็นสถานที่ชันสูตรศพผู้เสียชีวิต โดยแพทย์ระบุว่าอาจใช้เวลามากถึงหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากศพส่วนใหญ่ถูกเผาจนจำไม่ได้ ส่วนการสืบสวนหาสาเหตุจะมุ่งเน้นไปที่ความสับสนเรื่องคำแนะนำด้านการลงจอด

ที่มา www.bbc.com

จ่อแจ้งข้อหาเสนอสินบนเจ้าพนักงาน ‘เปรมชัย’ วันนี้

ปปป. เตรียมแจ้งข้อหาเสนอสินบนเจ้าพนักงาน “เปรมชัย” วันนี้ – นัด หน.วิเชียร สอบเพิ่ม ขยายผลผู้เกี่ยวข้อง

พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) เปิดเผยถึงการเตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับ นายเปรมชัย กรรณสูต ผู้บริหาร บ.อิตาเลียนไทย ในข้อหาพยายามเสนอสินบนให้เจ้าพนักงานว่า วันนี้พนักงานสอบสวน ปปป. จะเดินทางไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. ที่ได้นัดหมายให้นายเปรมชัย กับพวกรวม 3 คน มารับทราบข้อกล่าวหา เรื่องการครอบครองงาช้างแอฟริกา โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. จะเดินทางมาควบคุมการแจ้งข้อกล่าวหา นายเปรมชัย ด้วยตนเอง

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน ปปป. ได้เชิญ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก มาสอบปากคำเพิ่มเติม ในฐานะที่เป็นผู้กล่าวหานายเปรมชัย ในข้อหาพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน เพราะพนักงานสอบสวน เห็นว่า ในสำนวนคดียังต้องการความชัดเจน เกี่ยวกับเรื่องสินบน ที่จำเป็นต้องสอบสวนนายวิเชียร เพิ่มเติมว่า มีความเข้าใจอย่างไร เพราะถึงแม้ยังไม่มีการให้ทรัพย์สินอะไร แต่การเสนอมาเป็นทรัพย์สินที่สามารถคาดการณ์ได้ว่า จะให้สินบน ก็น่าจะมีความสมบูรณ์ในเรื่องขององค์ประกอบทางคดีมากขึ้น หรือหากสอบแล้วพบว่า ใครเข้ามาเกี่ยวข้องก็จำเป็นต้องแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน โดย ในช่วงเช้า พนักงานสอบสวน ปปป. ก็จะไปแจ้งข้อกล่าวหา นายเปรมชัย ไว้ก่อน ส่วน หัวหน้าวิเชียร จะให้ปากคำเพิ่มเติมที่ ปปป. ในช่วงบ่ายวันนี้