สหภาพทีโอที ฟ้องศาลปกครอง ปมตั้งบริษัทลูก-บังคับโอนทรัพย์สิน

สหภาพทีโอที ฟ้องศาลปกครอง ปมตั้งบริษัทลูก-บังคับโอนทรัพย์สิน

จากกรณีที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560 ให้จัดตั้งบริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (National Broadband Network : NBN Co) และโครงการจัดตั้งบริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด (Neutral Gateway & Data Center: NGDC Co) ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท และโอนย้ายทรัพย์สินของทีโอที และ แคท ไปยังบริษัทลูกทั้ง 2 นั้น

ล่าสุด วันที่ 12 มี.ค. 2561 ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ สรท. นำโดย นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ประธานสหภาพฯ ได้ยื่นร้องต่อศาลปกครองโดยให้ยกเลิกการจัดจัดบริษัทลูกทั้ง 2 และระงับการถ่ายโอนทรัพย์สินของทีโอทีซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย

นายพงศ์ฐิติ กล่าวว่า ในการมายื่นฟ้องวันนี้มาใน 2 ลักษณะ คือ ในนามสหภาพแรงงานฯ และในนามประชาชน ทั้งนี้มองว่าโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมที่อยู่ในการครอบครองของทีโอที โดยมติครม. ได้อนุมัติให้ถ่ายโอนทรัพย์สินเหล่านี้ไปไว้ในบริษัทลูกทั้งสอง สรท. ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเกิดความเสียหายต่อทีโอทีที่ยากต่อการเยียวยาแก้ไข

ทั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้มีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจของทีโอที โดยคุณภาพของการทำงานจะแย่ลง ซึ่งหากไม่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ลูกค้าจะหนีไปใช้ของผู้ให้บริการรายอื่นและจะทำให้ทีโอทีเสียหายจนไม่สามารถอยู่ต่อได้

ส่วนประเด็นภาคประชาชนนั้นมองว่าตัวโครงข่ายเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินซึ่งถือว่าเป็นสมบัติของประชาชน เพราะฉะนั้น ครม. ไม่สามารถจะมีมติให้ถ่ายโอนได้โดยไม่มีกฎหมายรองรับ ทั้งนี้ ครม.เองก็ยังไม่มีมติที่จะบอกอนุมัติให้ถ่ายโอนบัญชีทรัพย์สินต่อไปนี้ให้ไปอยู่บริษัทลูก มีเพียงแต่มติประกอบการถ่ายโอนทรัพย์สินของทีโอที

อีกทั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รวมถึง บอร์ดทีโอที ก็ได้มีหนังสือเร่งรัดการถ่ายโอนทรัพย์สิน ซึ่งมองว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นการฉ้อฉล ใช้วิธีการโดยหลบเลี่ยงกฎหมาย จึงได้นำเรื่องร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อพิจารณาการดำเนินงานดังกล่าวที่ขัดต่อหลักนิติรัฐและขาดตอนนโยบายและมติขอเรามอที่อาจจะทำให้หน่วยงานเกิดความเสียหาย

‘ฐิติราช’ ขอโซเชียลอย่ากดดัน สางปมหวย 30 ล้าน ย้ำจะทำให้ดีที่สุด

พล.ต.ท.ฐิติราช ขอโซเชียล อย่ากดดัน สางปมหวย 30 ล้าน ย้ำว่าจะดำเนินคดีนี้ให้ดีที่สุด และจะให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์นี้

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยวันนี้เป็นการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีหวย 30 ล้านบาท ว่าจะมีแนวทางในการดำเนินคดีต่อจากนี้อย่างไร ที่ผ่านมาถือว่าได้เปิดเผยข้อมูลต่อสังคมมากแล้ว ทั้งที่เป็นเรื่องไม่ควรที่จะเปิดเผยว่าตำรวจทำงานอย่างไร ยืนยันตำรวจทำงานตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ไม่ได้คิดไปเอง แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะเป็นเรื่องของสำนวน ย้ำว่าจะดำเนินคดีนี้ให้ดีที่สุด และทุกคดีที่จะทำหลังจากนี้โดยไม่ต้องกังวลว่าตำรวจจะเข้าข้างคนผิด

ทั้งนี้ กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เหตุใดจึงไม่ขอศาลออกหมายจับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นั้นยืนยัน ว่า พนักงานสอบสวนทำงานไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ยืนยันว่า ที่ผ่านมา ศาลให้ความเมตตาจนสามารถออกหมายจับ บุคคลที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีได้ และย้ำว่า คณะพนักงานสอบสวนมีข้อมูลและรายละเอียดทุกอย่างแต่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสังคมได้

หวย30ล้าน, ครูปรีชา, เกรียงไกร นาควะรี, ข่าวสดวันนี้

ส่วนประเด็นพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. แจ้งข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามาตรา 157 เนื่องจากคดีเริ่มจากความเชื่อไม่ใช่การทุจริต จึงขอให้สังคมไม่ต้องกังวลและกดดันการทำงานของตำรวจเพราะจะทำให้เสียกำลังใจ

นอกจากนี้ คดีหวยในพื้นที่ จ.อุดรธานี จะมีพฤติการณ์คล้ายกันหรือไม่ก็จะต้องดูพยานหลักฐานทั้งหมดในที่ประชุมก่อน แต่ยืนยันว่าทุกคดีเริ่มต้นจากผู้ขายและผู้ซื้อ ซึ่งตำรวจจะไม่ปฏิบัติหน้าที่จากความเชื่อ แต่จะดูจากพยานหลักฐานและผลนิติวิทยาศาสตร์ จึงยังไม่สามารถชี้ได้ว่าใครถูกหรือผิดได้ และจะดำเนินการทุกคดีให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยังระบุถึงกระแสโซเชียล กรณี วลี “สะกดจิตหมู่” ยืนยันว่า ไม่ใช่การสะกดจิต แต่เป็นลักษณะความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจคนให้เชื่อในคำพูดของบุคคลนั้นได้อย่างแยบยล

ประวิตรไม่รู้ พรรคประชารัฐหนุนประยุทธ์ ขอม็อบสงบ

“พล.อ.ประวิตร” ไม่รู้พรรคประชารัฐ หนุน “พล.อ. ประยุทธ์” ขอม็อบสงบ ขอเวลา จนท.ทำคดีเปรมชัย ยัน ยึดกม.- ไม่รู้ ข้อ กม. หาก “ศรีวราห์” ฟ้องคนวิจารณ์

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ไม่ทราบกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป และให้เป็นที่ปรึกษาพรรค โดยระบุเรื่องนี้เป็นแค่กระแสข่าวเท่านั้น

ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ส่วนกรณีที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยุติบทบาทการเป็นรัฐบาลรักษาการในระหว่างการเตรียมการสู่การเลือกตั้ง ว่า เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะเรื่องโรดแมปเลือกตั้งมีความชัดเจนอยู่แล้ว ตามที่นายกรัฐมนตรี เคยกล่าวไว้ จึงเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ยังระบุว่า หาก กลุ่มดังกล่าวยังจะมีการเคลื่อนไหวต่อก็สามารถทำได้แต่ขออย่าละเมิดกฎหมาย

ส่วนกรณีนายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความกังวลเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเสือดำ บนมีดกับเขียง คดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวก 4 คน ว่า

เป็นแค่ความคิดเห็นของอดีตอัยการสูงสุด จึงต้องให้คณะทำงานปัจจุบันได้พิสูจน์ ส่วนเรื่องกรอบเวลาในการทำคดีจะเสร็จสิ้นเมื่อใด ตนเองไม่ทราบ แต่ยืนยันว่า ต้องหาพยานหลักฐานให้รวดเร็ว เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมขออย่ากังวลเรื่องความไม่โปร่งใส เพราะเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตั้งใจทำคดีนี้ พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีปัญหา ดังนั้นคนนอกจะวิจารณ์อะไรก็ได้ แต่พยานหลักฐานก็ยังมีอยู่

ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการทำคดี หากจะมีการฟ้องกลับจะสามารถทำได้หรือไม่ ตนเองไม่ทราบเรื่องข้อกฎหมาย