สมเด็จพระเทพเสด็จ เปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 46 รับสั่งหากทุกคนช่วยธำรงรักษาเพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดความยั่งยืน วัฒนธรรมการอ่านจะอยู่ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่ต่อไปได้
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 61 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังศูนย์การประชุมสิริกิติ์ ทรงเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 16 โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. และคณะกรรมการผู้จัดงาน เฝ้าฯรับเสด็จ ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดงาน ความว่า การจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติและสัปดาห์หนังสือนานาชาติต่อเนื่องทุกปีส่งผลให้มีการพัฒนาหนังสือและสื่อการอ่านอย่างแพร่หลายในสังคมไทย เป็นโอกาสอันดีของผู้ที่รักการอ่านจำนวนมากจะได้เลือกซื้อหนังสือไปอ่านอย่างมีความสุข และยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้รักการอ่านจะได้พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ผลิตหนังสือจากสาขาต่างๆ เพื่อให้การพัฒนาหนังสือเกิดประโยชน์สูงสุดและเพื่อให้ความนิยมในการอ่านหนังสือจากเล่มหนังสือยังคงอยู่คู่สังคมตลอดไป ผู้ผลิตหนังสือจำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพของหนังสือและความรับผิดชอบต่อสังคมในการเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะอย่างสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันผู้ที่จะเป็นนักอ่านที่ดีก็ควรตระหนักถึงข้อดีและประโยชน์ของหนังสือ เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดความยั่งยืน การอ่านหนังสือมีประโยชน์หลายประการ อาทิ เป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ให้ความเพลิดเพลิน ช่วยคลายเครียด เพิ่มพูนความรู้สติปัญญาอันทรัพย์ในตนอย่างแท้จริง ทำให้มีการจดใจเชื่อมโยงเรื่องราวใหม่ๆ กับความรู้เดิม เพิ่มทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และเชิงวิเคราะห์ เป็นต้น หากทุกคนช่วยธำรงรักษาไว้ หนังสือย่อมเกิดเป็นปรากฎการณ์ทางวัฒนธรรมการอ่านที่จะอยู่ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่ต่อไปได้

จากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการหนังสือดีเด่น ประจำปี 2561นิทรรศการ อ่าน…อีกครั้ง ซึ่งจัดแสดง 10หนังสือเปลี่ยนโลก กับ 10หนังสือเปลี่ยนไทย โดยบุคคลที่เคยถวายงาน ขณะพระองค์ ทรงเยือนต่างประเทศ ในการพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรยกิจ โดยมีบุคคลในภาพ 6 คน จาก 6 ประเทศ ที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกของคณะกรรมการโครงการ “ตามหาบุคคลในภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนต่างประเทศ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมพรรษา 63 พรรษา 2 เมษายน 2561”
ได้แก่ นางชาฮริน ซัลทานา อาซู อาจารย์ใหญ่โรงเรียนประถมศึกษาของรัฐบาลมารีอาลี จากสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ พันตรีโชกี วังดี นายทหารองครักษ์นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏานศาสตราจารย์ แพทย์หญิง โจว ฉงเล่อ ศาสตราจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลหมายเลข 1 มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ดร. เม สบาย พยู นู อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หมายเลข 7 เขตการปกครองมิงกาลาดอน กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ศาสตราจารย์ไฮเดอร์ ชาฮ์ อดีตรองอธิการบดีวิทยาลัยอิสลาเมียแห่งเปศวาร์ สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน และนายเพชร แสง ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีกัมปงเฌอเตียล บุคคลในภาพ ขณะพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา ทรงเปิดสถาบันเทคโนโลยีกำปงเฌอเตียล จังหวัดกำปงธม ราชอาณาจักรกัมพูชา มาเฝ้าฯ รับเสด็จ พร้อมทูลเกล้าฯ ถวายของขวัญแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 63 พรรษา ในวันที่ 2 เม.ย. ด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระปฏิสันถาร กับชาวต่างชาติทั้ง 6คน อย่างเป็นกันเอง โดยชาวต่างชาติทั้ง 6 คนต่างความรู้สึกปลื้มปีติที่ได้เฝ้า ฯฯรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง และต่างสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพระราชทานความรู้ด้านสาธารณูปโภค การศึกษา คุณภาพชีวิต และเทคนิคด้านการเกษตร ทำให้เยาวชนในหลายประเทศได้รับโอกาสที่ดีขึ้น
ต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรร้านค้าในงาน ตามพระราชอัธยาศัย โดยทรงสนพระทัยหนังสือเกี่ยวกับอาหาร เรื่องเล่า และวรรณกรรมสำหรับเด็กและเยาวชนเป็นพิเศษ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับในเวลาต่อมา