ชาวยะลากว่า 150 คน ร้องถูกหลอกซื้อที่ดิน 40 ล้าน ผ่านไป 10 ปี คดีไม่คืบ

ชาวยะลากว่า 150 คน ร้องถูกหลอกให้ซื้อที่ดิน ทำสูญเงินรวมกว่า 40 ล้าน เรื่องผ่านมา 10 ปี ยังไม่คืบหน้า

ตัวแทนชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 150 คน เรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูกหลอก ให้ซื้อที่ดินในบริเวณ อ.เมือง จ.ยะลา ส่งผลให้ได้รับผลกระทบ เสียหายประมาณ 40 ล้านบาท เมื่อปี 2553 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลากว่า 10 ปี แล้วแต่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหา ทั้งที่ศูนย์ปฏิบัติการ คดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศูนย์ดำรงธรรม รวมทั้งทาง ศอ.บต.ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้แทนชาวบ้านที่เดือดร้อน โดยอ้างว่าไม่มีข้อสรุป

ด้านผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน จาก จ.ยะลา กล่าวว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีกลุ่มบุคคลในนาม มูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร ขายที่ดินเพื่อเปิดโครงการพัฒนา บริเวณบ้านตาแซะ อ.เมือง จ.ยะลา ประมาณ 1,850 ไร่ ที่ดินแปลงนี้ เป็นชื่อบุคคลคนเดียว ขายให้ชาวบ้านห้องละ 5 หมื่นบาท ประกาศว่า หากผู้ซื้อคนไหนที่ซื้อแล้วมีความต้องการเป็นเงิน จะได้กำไรกลับเท่าตัวกับราคาที่ซื้อ ทุกคนก็ซื้อโดยจ่ายเป็นเงินสด ประมาณ 1,500 คน ได้เงินมาทั้งหมด 350 ล้านบาท ในจำนวนนี้ทางมูลนิธิฯ นำไปจ่ายค่าที่ดินที่ซื้อมา 286 ล้านบาท ทุกครั้งที่ไปขอเงินคืนจะไม่มีคำตอบใดๆ

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2558 ตอนนี้เวลาผ่านไป 10 ปี เงินก็ไม่ได้ ที่ดินก็ไม่ได้ เงินที่จ่ายไปเมื่อขอคืนกลับก็เงียบ ทั้งที่ได้ไปร้องเรียนกับศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศูนย์ดำรงธรรม ศอ.บต. และทาง ศอ.บต.ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เรื่องนี้แล้วก็ยังไม่มีข้อสรุป ตอนนี้จึงอยากออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ผู้เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าวโดยเร็ว

ไฟไหม้ชุมชนตลาดภาชี เผาวอด 14 หลัง ชาวบ้านอพยพวุ่น!

ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้ชุมชนตลาดภาชี ชาวบ้านอพยพวุ่น สำลักควัน 2 ราย เพลิงเผาวอด 14 หลัง เสียหายกว่า 20 ล้าน

ร้อยเวรสอบสวน สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนชุมชนตลาดภาชี ซอยเทศบาลซอย 5 หมู่ 5 อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานรถดับเพลิงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจมูลนิธิ และพุทไธสวรรย์ ระดมรถดับเพลิง กว่า 20 คันไปฉีดน้ำดับไฟ

ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนขนาดใหญ่ซอยแคบ มีบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้และอาคารปลูกสร้างติดกันหลายหลัง พบเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงประกับมีลมกระโชกแรง ทำให้เพลิงโหมลุกลามไปติดบ้านหลังติดกันอย่างรวดเร็ว รถดับเพลิงเข้าไปค่อนข้างลำบากเจ้าหน้าที่ต้องใช้การลำเลียงน้ำเพื่อควบคุมเพลิงและป้องกันไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้าง โดยใช้เวลาอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมงจึงควบคุมไว้ได้ และพบว่ามีบ้านเรือนเสียหาย 14 หลัง มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 20 ล้านบาท มีประชาชนบาดเจ็บสำลักควัน 2 ราย ถูกนำตัวส่ง ร.พ.ภาชี

นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งประสานเทศบาลตำบลภาชี ให้จัดเตรียมหอประชุมสำหรับชาวบ้านที่บ้านถูกเพลิงไหม้เข้าไปพักอาศัยชั่วคราว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

วันสุดท้ายคึกคัก! ปชช. แห่ร่วมงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว

บรรยากาศ “งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว” วันสุดท้าย ยังคงได้รับความสนใจจากประชาชน พร้อมใจกันแต่งกายย้อนยุค เดินทางเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง

บรรยากาศภายในงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” วันสุดท้าย ที่พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า วันนี้ยังเนืองแน่นด้วยประชาชน ที่เดินทางมาร่วมชมงาน ซึ่งส่วนใหญ่ที่เดินทางมา จะแต่งกายด้วยชุดไทยย้อนยุค ตามรูปแบบของงาน เพื่อเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย และร่วมชมงานในส่วนต่างๆ

โดย นางสาวจินตนา เจวะ ประชาชน จากเขตดอนเมือง กทม. หนึ่งในผู้เข้าร่วมงานในวันนี้บอกว่า ตั้งใจแต่งกายย้อนยุค พาเด็กๆ มาเข้าร่วมงานเพื่อที่จะได้เห็นถึงรูปแบบวัฒนธรรมการแต่งกายในสมัยก่อน ที่มีโอกาสน้อยที่จะได้พบเห็น รวมถึงตั้งใจสัมผัสบรรยากาศย้อนอดีตที่ผ่านมา เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยราชการในพระองค์จัดงานฤดูหนาวขึ้นภายใต้ชื่อ “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า ระหว่างวันที่ 8 ก.พ.-11 มี.ค. 2561 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี โดยมีลักษณะงานแบบย้อนยุคนั้น