ไฟไหม้บาร์เบียร์ วอล์คกิ้งสตรีทพัทยาวอด นักท่องเที่ยวไทย-เทศแตกตื่นหนีตายจ้าละหวั่น

อีกแล้ว! หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดเกิดเพลิงลุกลามไหม้บาร์เบียร์ วอล์คกิ้งสตรีทพัทยาวอด นักท่องเที่ยวไทย-เทศแตกตื่นหนีตายจ้าละหวั่น

วันนี้(11 มี.ค.) มีรายงานว่า วานนี้เมื่อเวลา 23.00 น. (หญิง) เกวลีศิริ ผาสุขธนไพศาล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บาร์เบียร์ภายในซอยหลังโรงแรมมารีนพลาซ่า ถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. นายนริศ นิรามัยวงศ์ นอภ.บางละมุง นำกำลังตำรวจ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันภัยพิบัติทางบก เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และรถน้ำดับเพลิงรวม 10 คัน รีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบประชาชนและนักท่องเที่ยวพากันมามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่างพร้อมกับจัดการจราจรอำนวยความสะดวกให้รถน้ำดับเพลิงที่กำลังเดินทางมา ส่วนต้นเพลิงเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางซอย และกำลังลุกลามไปยังบาร์เบียร์ชื่อร้านไททานิกบาร์ และ ร้านแอนแอนด์บาร์ ที่ตั้งอยู่ในอาคารชั้นเดียวลักษณะเปิดโล่ง เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไฟได้ไหม้บาร์เบียร์ทั้ง 2 ร้านจนได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนบริเวณป้ายและหลังคากันสาดของร้านอาหาร-สถานบันเทิง ที่ตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้าม ถูกความร้อนของเปลวไฟจนเสียหายไปหลายร้าน นอกจากนี้ ยังมีรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ใกล้เคียงถูกไฟไหม้เสียหาย 17 คัน และมีคนสำลักควันเล็กน้อย 1 ราย

นายศักรินทร์ ขาวโคกกรวด อายุ 28 ปี พนักงานร้านไททานิก ให้การว่า ขณะกำลังดูแลลูกค้าอยู่ในร้าน จู่ๆ ก็ต้องตกใจ เมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น พอออกมาดูจึงพบเพลิงกำลังลุกไหม้หม้อแปลงไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่บริเวณเสาไฟฟ้าข้างๆ ร้าน ก่อนที่จะลุกลามเข้ามาในร้านอย่างรวดเร็ว ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ต่างพากันแตกตื่นวิ่งหนีตายไปคนละทิศละทาง ซึ่งบางคนยังไม่ได้ชำระค่าเครื่องดื่มเลยด้วยซ้ำ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ก่อนที่จะร่วมกับพลเมืองดีช่วยกันหาถังดับเพลิงมาฉีดสกัดแต่ก็ไม่เป็นผล ส่วนมูลค่าความเสียหายเฉพาะร้านของตนคำนวนแล้วราวๆ 2 ล้านบาท ขณะที่ ด.ต.สมชาย นวโยภาส ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองพัทยา เจ้าของร้านแอนแอนด์บาร์ เผยว่า หลังจากทราบข่าวจึงรีบเดินทางมาดูและตรวจสอบความเสียหายของร้านตัวเอง พบว่าถูกไฟไหม้จนวอดวายทั้งหมดไม่เหลืออะไร มูลค่าความเสียหายประมาณ 3 ล้านบาท

ส่วนนายปริต จันทร์เจริญ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ปกติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา จะมีการบำรุงรักษาสายไฟฟ้าและหม้อแปลงอยู่เป็นประจำ โดยเมื่อวานนี้ (9 มี.ค.) เพิ่งจะมาเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าลูกใหม่ที่บริเวณจุดเกิดเหตุ เนื่องจากหม้อลูกเดิมเกิดการชำรุด ขณะที่สาเหตุของเพลิงไหม้ในวันนี้ยังไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดจากอะไรคงต้องรอการตรวจสอบภายหลัง ส่วนในค่ำคืนนี้คาดว่าไม่น่าจะจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในซอยนี้ได้

ทางด้านนายนริศ นิรามัยวงศ์ นอภ.บางละมุง เปิดเผยว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นที่วอล์คกิ้งสตรีทพัทยามาแล้ว 2 ครั้ง หลังจากนี้ไปคงต้องเชิญเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ สัญญาณอินเตอร์เน็ต และเคเบิ้ลทีวี มาประชุมหารือกันในเรื่องการนำสายไฟฟ้าลงดิน และการติดตั้งสายสัญญาณต่างๆ ตามเสาไฟฟ้าทั่วเมืองพัทยา เพราะเกิดเหตุเพลิงไหม้ในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยเป็นระเบียบเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เหตุเพลิงไหม้สายไฟฟ้าและหม้อแปลงในเมืองพัทยา เคยเกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ในส่วนของถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยา ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญและมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องราตรีเป็นจำนวนมาก ก็เคยเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้สายไฟฟ้าอยู่บ่อยๆ

ส่วนเหตุการณ์เพลิงไหม้บาร์เบียร์ในครั้งนี้ นอกจากมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินที่ถูกไฟไหม้แล้ว ยังรวมถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่าอีกหลายล้านบาท เนื่องจากในซอยที่เกิดเหตุมีร้านค้าและสถานบันเทิงเปิดให้บริการประมาณ 50 กว่าแห่ง จากเหตุเพลิงไหม้ทำให้การไฟฟ้าไม่สามารถจ่ายกระแสไฟให้ได้ภายในคืนนี้ ทำให้สถานประกอบการทั้งหมดที่อยู่ในซอยต้องปิดให้บริการไปด้วย

อุตุฯ เผยอีสาน-กลางมีเมฆบางส่วน เหนือ-ใต้-กทม.ฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศ บริเวณความกดอากาศสูงจากจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้อากาศคลายความร้อนลง

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป ประจำวันที่ 11 มีนาคม 2561 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง เว้นแต่ภาคเหนือยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ จึงขอให้เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะ 1-2 วันนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนลดลง โดยอากาศจะคลายความร้อนลง สำหรับภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นเนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นคครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ไฟไหม้!! ตลาดภาชีวอด 14 หลัง เสียหายกว่า 20 ล้านบาท

เกิดเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชนจำนวนหลายหลัง ชุมชนตลาดภาชี จ. พระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นเสียหายกว่า 20 ล้านบาท 

เมื่อเวลา 22.00 น วันที่ 10 มี.ค เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนจำนวนหลายหลัง ชุมชนตลาดภาชี ภายในซอย เทศบาลซอย 5 หมู่ที่ 5 อ.ภาชี จ. พระนครศรีอยุธยา จึงประสานรถดับเพลิง จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่สมาคม อยุธยารวมใจและ มูลนิธิ พุทไธสวรรย์ จำนวนกว่า 20 คันเข้าควบคุมเพลิง

ที่เกิดเหตุพบว่าบ้านเรือนส่วนหนึ่งจะเป็นตึกและครึ่งตึกครึ่งไม้ปลูกติดกันหลายหลัง เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วประกับมีลมกรรโชกแรง ทำให้เพลิงโหมไปติดบ้านหลังติดกันอย่างรวดเร็ว ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนขนาดใหญ่ซอยแคบ รถดับเพลิงเข้าไปค่อนข้างลำบากต้องใช้การลำเลียงน้ำเพื่อควบคุมเพลิงเจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงและป้องกันไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้าง ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมงจึงสารมรรถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด พบว่ามีบ้านเรือนเสียหายไป 14 หลัง มูลค่าความเสียหายประเมินในเบื้องต้นประมาณ 20ล้านบาท มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย เนื่องจากสำลักควัน เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำส่งรพ.ภาชี

ต่อมานายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งประสานทางเทศบาลตำบลภาชี ให้จัดเตรียมหอประชุมให้ชาวบ้านที่บ้านเรือนถูกเพลิงไหม้เข้าพักอาศัยชั่วคราว เพลิงไมส่วนสาเหตุในเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุและยังไม่ทราบว่าต้นเพลิงเกิดจากบ้านหลังใดต้องเรียกประชาชนที่เห็นเหตุการณ์มาทำการสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมทั้งให้พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจหาพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และให้การช่วยประชาชนที่ประสบอัคคีภัยต่อไป